Secret
S
2803
294
490
คุณยายเดินมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว สิ่งเดียวที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจของท่านก็คือการได้เห้นลูกหลานอยู่ดีมีสุข  รีบถอยห่างจากนรกด้วยการกลับมาทำตัวเสียใหม่ สิ่งใดที่ท่านถาม ห้าม เตือน ติง เชื่อไว้ก็ไม่เสียหลาย เป็นกำไรทั้งนั้น ทำได้ก็ทำตาม อันไหนทำไม่ได้ก็เปิดใจคุยกัน หลานกับยายคุยกันได้ถ้าหลานกับยายคุยกันไม่ได้ คุณแม่ก็ยังอยู่ทั้งคน ที่จะเป็นกาวใจคอยประสาน
 เพียงแค่เข้าใจ รับรองได้ว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความรักของคุณยาย
 โชคดีเพียงใดแล้วที่มีคุณยายคอยเป็นมิ่งเป็นขวัญให้ครอบครัว
 แล้วอย่าลืมลงท้ายกับลูกสาวด้วยว่า
 “เวลาที่ลูกดื้อรั้น เกเร เอาแต่ใจตัวเอง สอบได้คะแนนไม่ดีหนีเที่ยว เบี้ยวเรียนพิเศษ แม่ไม่เห็นจะเคยได้ยินคุณยายบอกว่า...อยากได้หลานสาวคนใหม่...สักทีนะลูก”
คุณยายเดินมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว สิ่งเดียวที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจของท่านก็คือการได้เห้นลูกหลานอยู่ดีมีสุข
รีบถอยห่างจากนรกด้วยการกลับมาทำตัวเสียใหม่ สิ่งใดที่ท่านถาม ห้าม เตือน ติง เชื่อไว้ก็ไม่เสียหลาย เป็นกำไรทั้งนั้น ทำได้ก็ทำตาม อันไหนทำไม่ได้ก็เปิดใจ
อ่านต่อ
17:28
Tue 21.07.15
Secret
มาพบกับวิธีต่างๆ ในการไล่เจ้าตัวร้ายในบ้านของเรา โดยที่ไม่ผิดศีลข้อหนึ่งกันเถอะ “ขอโทษจริงๆนะไม่อยากจะฆ่าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี” หลายคนคงเคยพูดหรือคิดประโยคนี้ เวลาตบยุงที่มากัดขาให้ตายคามือหรือเอาหนังสือเล่มหนาๆฟาดเปรี้ยงไปที่แมลงสาบ 

ด้วยความห่วงใยไม่อยากให้ท่านผู้อ่าน ทำผิดศีลข้อ 1 คือไม่ฆ่าสัตว์โดยเฉพาะ สัตว์ที่ทำให้เราเดือดเนื้อร้อนใจอย่างยุงหนู แมลงสาบฯลฯ Secret ฉบับนี้จึงขอเสนอ วิธีไล่เจ้าสัตว์ตัวร้ายจอมกวนแบบไม่ให้ ผิดศีลเผื่อว่าบรรดาสัตว์และคุณแมลง ทั้งหลายจะได้ขนย้ายข้าวของออกจากบ้าน ของคุณไปโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
มาพบกับวิธีต่างๆ ในการไล่เจ้าตัวร้ายในบ้านของเรา โดยที่ไม่ผิดศีลข้อหนึ่งกันเถอะ
“ขอโทษจริงๆนะไม่อยากจะฆ่าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี” หลายคนคงเคยพูดหรือคิดประโยคนี้ เวลาตบยุงที่มากัดขาให้ตายคามือหรือเอาหนังสือเล่มหนาๆฟาดเปรี้ยงไปที่แมล
อ่านต่อ
01:11
Tue 16.09.14
Secret
อย่าทุกข์ เพราะความเลวของคนอื่น! ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์ ก่อนหน้านี้ปีเศษๆ ครอบครัวของดิฉันมีความสุขมาก ครอบครัวมีฐานะมั่นคงเพราะสามีทำธุรกิจเก่ง เรามีลูกชายที่น่ารัก 2 คน อายุ 8 และ 4 ขวบ สามีเป็นคนรักลูกมาก ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีแต่สามีทำงานหนักมาก วันๆ ได้นอนไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงปรึกษาว่าจะไปซื้อคอนโดอยู่ใกล้บริษัท ดิฉันก็เห็นดีด้วยเพราะเขาจะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เราจึงตกลงกันว่าช่วงที่งานชุก เขาจะค้างที่คอนโดและกลับบ้านซึ่งอยู่ชานเมืองเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์...
	 
“กระทั่งวันหนึ่ง ลูกชายคนเล็กมาเล่าให้ฟังว่า วันนี้คุณพ่อไปหาเขาที่โรงเรียนพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขาให้ลูกเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า‘พี่’ดิฉันถามว่า ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ลูกชายบอกว่าพี่คนนั้นสวยมากและถามต่ออย่างไร้เดียงสาว่า ทำไมเพื่อนของคุณพ่อเด็กจัง ดิฉันจึงโทร.ไปถามคุณครูของลูกก็ได้ความว่า สามีมากับผู้หญิงคนนี้ 3 ครั้งแล้ว แต่ 2 ครั้งก่อนหน้านี้เธอจะนั่งรอในรถ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เดินลงมาด้วย ดิฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ไม่สามารถคิดเป็นเรื่องอื่นได้ นอกจากเขานอกใจ อยากรู้เรื่องแต่ก็ไม่กล้าถามเขา

“ดิฉันกลัวคำตอบของเขาเหลือเกิน”
…
เรื่องบางเรื่อง...ไม่รู้ก็ไม่ทุกข์!

ถ้าเราไม่ได้เป็นคนชั่ว ไม่ได้เป็นคนที่ผิดศีลผิดธรรมเสียเอง ก็โปรดเตือนตัวเองว่าเราจะไม่ทุกข์เพราะความเลวของคนอื่น จะไม่ทุกข์เพราะการนอกใจของคนที่เรารัก 
	 
ขอให้รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ได้มาง่ายก็หน่ายง่าย สิ่งที่เป็นราคะ ถ้ายิ่งปรนเปรอ แสวงหาแล้วได้มา ก็จะหน่ายเร็ว... 
 	
ในฐานะแม่ของลูก ขอให้คุณยังคงทำสิ่งที่ดีงามอยู่ การที่เราไม่ต้องรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ จะทำให้เรายังคงบทบาทของแม่ที่มีหัวใจแม่ หัวใจโพธิสัตว์อยู่ได้ ขอให้แม่ทำให้ลูกเห็นเสมอว่า การให้อภัยทำให้ความรักเติบโต 
	 
เราไม่ควรพูดในสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ ถ้าจะคุยกับลูกเรื่องนี้ อย่าใช้วิธีบอกลูกว่าพ่อไม่ดีอย่างนั้น พ่อไม่ซื่อสัตย์อย่างนี้แต่ต้องบ่มเพาะความกล้าหาญ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาลงไปในหัวใจของลูก สอนให้ลูกเคารพความรัก เน้นและย้ำให้ลูกเห็นว่าความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความรัก 
  	
ในฐานะภรรยา คุณต้องรู้ว่าคุณไม่ได้ทุกข์เพราะการผิดศีลของคนอื่นแต่คุณกำลังทุกข์เพราะใจของคุณเอาตัวเอง เข้าไปเปรียบเทียบว่า ทำไมเขาถึงมีคนอื่น ถ้ายิ่งไปสนใจว่าผู้หญิงคนนั้นสวยกว่าคุณ คุณจะไม่ได้ทุกข์เพราะการนอกใจ แต่ทุกข์เพราะปรุงแต่งกับการเปรียบเทียบกับตัวเอง คุณต้องรักษาใจของตัวเองให้ยังคงสามารถเป็นแม่และภรรยาที่ยังมีความอาจหาญ ในการมองปัญหาอย่างมีปัญญา แล้วก็ต้องไม่ทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ทำให้ใจขุ่นมัว 
  	
การเป็นแม่และภรรยาที่หนักแน่นเช่นนี้ จะทำให้คุณมองเห็นปาฏิหาริย์ของการเปลี่ยนแปลงแต่ถ้าคุณโวยวาย พยายามเอาลูกมาเป็นพวก พยายามเรียกร้องความถูก ความผิด ความยุติธรรม... มันจะยิ่งทำให้บ้านแตก! เพราะใจของคุณร้าว!
	 
ไม่ได้เห็นด้วยกับผู้ชายที่นอกใจภรรยาหรอกค่ะ แต่ขอให้บรรดาภรรยาที่เผชิญกับเรื่องนี้ได้รู้ว่าที่คุณทุกข์...ก็เพราะการปรุงแต่งอย่างมีอวิชชาของตัวเอง
	 
ถ้าคุณยังเป็นผู้หญิงที่มีหัวใจแม่อยู่ คุณก็จะรู้เองว่าสิ่งใดควรทน ควรทนแค่ไหน และสิ่งใดไม่ควรทน รวมทั้งจะดำเนินชีวิตและตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตอย่างไร โดยไม่ทำร้ายตัวเอง...
  	
และที่สำคัญ... ไม่ทำร้ายหัวใจของคน ที่เรารัก... ซึ่งก็คือลูกนั่นเอง
อย่าทุกข์ เพราะความเลวของคนอื่น! ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์
ก่อนหน้านี้ปีเศษๆ ครอบครัวของดิฉันมีความสุขมาก ครอบครัวมีฐานะมั่นคงเพราะสามีทำธุรกิจเก่ง เรามีลูกชายที่น่ารัก 2 คน อายุ 8 และ 4 ขวบ สามีเป็นคนรักลูกมา
อ่านต่อ
14:09
Fri 28.08.15
Secret
สุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี คติธรรมดีๆ จาก พระราชญาณกวี โลกนี้ไม่สงบ เพราะใจมนุษย์วุ่นวาย ถ้าใจสงบโลกก็เบาสบาย ใจเราหนึ่งดวงยังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้ารวมใจอีกหลายล้านดวง เข้าหากัน จะวุ่นวายเพียงใด

ให้หันมาเพ่งมองดูใจเราเอง ขจัดความวุ่นวายออกไปให้หมดแม้วันนี้ยังกำจัดขยะเก่าไม่ได้ก็อย่านำขยะใหม่เข้ามาเรื่องที่ทำให้ร้อนใจ ส่วนใหญ่มักมาจากปากที่พูดไม่จบหูที่ฟังทุกอย่างตาที่ดูโดยไม่ระมัดระวังถ้าต้องการความสงบ ให้สำรวมปากตาหูให้ดีอะไรที่ควรพูดควรดู ควรฟังเรารู้อยู่แก่ใจเราจะปลอดภัยหรือเสี่ยงภัยอยู่ที่ 3 เรื่องนี้เท่านั้นถ้าระวังได้ดีก็ปลอดภัยถ้าไม่ระวังก็เสียหาย

ข้าพเจ้ามีความเชื่อส่วนตัวว่าปัญหาส่วนใหญ่มักจบลงด้วยดีหากหยุดพูดถึง แต่ปัญหาจะกระพือไปไกลเมื่อหลายปากมารวมกันพูดการพูดไม่ได้แก้ปัญหาแม้กับปัญหาที่พอจะแก้ไขได้จงระวังปากคน อย่าตกเป็นเหยื่ออารมณ์ เก็บหูไว้อย่าฟังเรื่องไร้สาระขัดแย้งพยาบาทหยุดตาไว้ อย่าดูเรื่องร้อนทางอารมณ์

เวลาในชีวิตมีจำกัด พระอาทิตย์ขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ตก เดี๋ยวมืด เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวเกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนว่ายอยู่เช่นนี้ เวลาในชีวิตแต่ละวันหมดไปอย่างรวดเร็ว เราเก็บอะไรใส่เข้าไปในจิตบ้างบางคนใส่ขยะที่คนอื่นทิ้ง แต่บางคนใส่แต่ของดีๆ เข้าไป

ใส่สิ่งใดเข้าไป ใจของเราก็เป็นเช่นนั้น จิตเหมือนแก้วใส ใส่น้ำขุ่นก็ขุ่นใส่น้ำใสก็ใสผ่องเราไม่อาจหลีกเลี่ยงอารมณ์แต่สามารถห้ามปากพูดห้ามตาดูห้ามหูฟัง โดยไม่ให้หลงอารมณ์

ความสงบของจิตคือความสงบของชีวิตทบทวนเรื่องราวในชีวิตเราตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้ดูให้ดีว่ามีกี่พันเรื่อง เลือกเฉพาะเรื่องดีๆ มาพูดคุยคนที่คบมีกี่พันคน จะเลือกคบคนเช่นไร

ไม่มีใครบัญชาใจเราได้นอกจากตัวเราเองตัวเราอยู่ที่ไหนอยู่ที่ใจใจอยู่ที่ไหนอยู่ที่อารมณ์ จะขจัดอารมณ์ร้ายต้องฝึกสติและสัมปชัญญะ คือความระลึกได้และความรู้ตัว ทั้งสองนี้เป็นเสมือนเบรกห้ามล้อ มิให้รถวิ่งเร็วจนเกิดอุบัติเหตุ

ร่างกายเหมือนรถใหม่ แรงดีวิ่งเร็ว จิตใจเหมือนคนขับ กิเลสร้อนเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง สติสัมปชัญญะเหมือนพวงมาลัยและเบรก

นิ่งคิดสักนิด ชีวิตจะมีสุข
สุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี คติธรรมดีๆ จาก พระราชญาณกวี
โลกนี้ไม่สงบ เพราะใจมนุษย์วุ่นวาย ถ้าใจสงบโลกก็เบาสบาย ใจเราหนึ่งดวงยังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้ารวมใจอีกหลายล้านดวง เข้าหากัน จะวุ่นวายเพียงใด
ให้หันมาเพ่งม
อ่านต่อ
21:52
Wed 03.09.14
Secret
รู้อะไรก็ไม่สู้... รู้ตัว! ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์ “ตอนนี้ดิฉันตกงาน ไม่มีรายได้ ได้แต่อาศัยเงินจากคุณพ่อคุณแม่ไปพลางๆ ใจจริงคิดอยากจะหางานทำค่ะ แต่มีปัญหาเรื่องสุขภาพคือมีอาการทางจิต หวาดระแวง หวาดกลัวคนนินทาว่าร้าย หูแว่วเวลามีอาการจะทำงานไม่ได้เลย ควรอาศัยหลักธรรมหรือหลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาข้อไหนดีคะ เมตตาหนูด้วยเถอะค่ะ”....

ถ้ามีอาการทางจิตถึงขั้นหูแว่ว...อย่างนี้ต้องรักษาก่อน อาการเหล่านี้รักษาได้ค่ะ เหมือนเรามีไข้ เมื่อไข้ขึ้นสูง เราก็ต้องลดไข้เพื่อให้ร่างกายกลับมามีสุขภาพที่ควรแก่การงานอีกครั้งหนึ่ง อย่าเพิ่งดิ้นรนออกไปหางานทำทั้ง ๆ ที่คุณยังเป็นไข้อยู่

คำแนะนำก็คือ หาคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจแล้วให้เขาพาไปหาผู้ที่มีความสามารถในการรักษา ให้หมอหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลจนกระทั่งเรารู้แล้วว่า เสียงที่แว่วอยู่ในหูของเราก็เป็นเพียงปรากฏการณ์หนึ่งที่มีอยู่ แต่ไม่สามารถหลอนตัวหลอนใจเราได้ เราก็จะกลับมาเป็นคนที่มีความมั่นคงอีกครั้งหนึ่ง

ปรับสมดุลของร่างกาย ออกกำลังกายรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้กายพร้อม ใจพร้อม สามารถที่จะอยู่กับความจริงอย่างเป็นอิสระในใจให้ได้ แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่ทรงพลังมากในการจะออกไปทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง

อย่าหวาดระแวงว่าใครจะมองว่าคุณเป็นอะไร อย่ามองว่ายาที่ต้องกินเพื่อปรับสมดุลของร่างกายจะทำให้เราขาดความมั่นใจว่าเราเป็นคนไม่ปกติ

เพราะยาเป็นเพียงสะพานที่จะทำให้เราเดินต่อไปอย่างมีสติปัญญามากขึ้นเท่านั้น อย่ารังเกียจการรักษาเพราะปรุงแต่งไปว่า การรักษาเป็นการย้ำว่าเราเป็นโรคที่คนรังเกียจ ทำให้เราไม่กล้าหาญที่จะเดินไปให้ถึงสิ่งที่เราปรารถนา คือการมีงานทำ

หันมามองให้เห็นความเป็นจริงในสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอย่างเข้าใจมัน แล้วอยู่กับมันอย่างที่มันเป็นอย่างไม่เป็นทุกข์

ที่สำคัญ...อย่าหางานทำเพียงเพราะต้องการปัจจัยมาใช้สอย แต่ขอให้หางานทำเพราะงานจะทำให้เราเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น คนที่เป็นแล้วไม่ยอมรับ...จะทุกข์มากขึ้น

สำหรับคุณที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่อยากทำงานให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า สิ่งที่สำคัญคือ...ทำอย่างไรจึงจะออกไปหางานที่เหมาะกับตัวเอง ทำให้ตัวเองมีคุณค่าได้นั่นเอง

ขอให้คุณมีความศรัทธาในการใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าอดีตจะเป็นอะไร  เราจะมามืดหรือมาสว่างอย่างไรก็ตาม ขอให้ปักธงไว้เลยว่า...เราไปสว่างได้
รู้อะไรก็ไม่สู้... รู้ตัว! ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์
“ตอนนี้ดิฉันตกงาน ไม่มีรายได้ ได้แต่อาศัยเงินจากคุณพ่อคุณแม่ไปพลางๆ ใจจริงคิดอยากจะหางานทำค่ะ แต่มีปัญหาเรื่องสุขภาพคือมีอาการทางจิต หวาดระแวง หวาดกลั
อ่านต่อ
16:10
Sat 31.12.16
Secret
เวลา  แห่งการเปลี่ยนแปลง ค่านิยมของญี่ปุ่นมาถึงแล้ว คำว่า “ยามาโตะ” เป็นชื่อโบราณของญี่ปุ่นแปลว่า “ความสมดุลและกลมกลืนอันยิ่งใหญ่” 

สิ่งนี้เองที่สังคมญี่ปุ่นพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดขึ้น  โดยการสร้างบุคลิกภาพหลายๆ  อย่างที่กลายเป็นลักษณะโดดเด่นประจำชาติ เช่น  ความนอบน้อมถ่อมตน ความจงรักภักดี ความเคารพซึ่งกันและกัน  และการเคารพในเสียงส่วนใหญ่ แต่ในโลกธุรกิจ บุคลิกภาพเหล่านี้กลับสร้างปัญหาให้บริษัทญี่ปุ่นในปัจจุบันอย่างคาดไม่ถึง

ธุรกิจในญี่ปุ่นเป็นการดำเนินงานโดยหมู่คณะ  ใครที่แสดงความเห็นหรือแสดงตัวโดดเด่นออกมา  เปรียบเหมือนตะปูที่กระเดิดอยู่  และจะต้องมีคนตอกให้กลับไปอยู่มิดพื้นผิวอย่างเดิม  เจ้านายไม่กล้าที่จะพูดอะไรที่อาจจะทำให้เสียความสมดุลของบริษัท หรืออาจต้องการแสดงความถ่อมตัวให้ประจักษ์ ลูกน้องก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ขัดแย้ง หรือซักถามเจ้านาย เพราะเกรงว่าจะทำให้เจ้านายเสียหน้า นโยบายใดๆ ซึ่งใช้ไมได้ก็จะถูกปล่อยเลยตามเลยไม่มีใครกล้าเสี่ยงทำอะไรที่แตกต่างไปจากที่เคยทำๆ กันมาการตัดสินใจโดยวิธีการฟังเสียงคนส่วนใหญ่ ซึ่งเป้าหมายคือการทำให้เกิดความเสมอภาค  กลับทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างล่าช้า  ยากเย็น  ไม่ทันต่อเหตุการณ์  คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่เข้าไปทำงานไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่อะไรนอกเหนือไปจากงานประจำง่ายๆ  ธรรมดา และต้องรอให้อายุเพิ่มขึ้นจึงจะได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีความสำคัญมากขึ้น 

ในโลกปัจจุบันซึ่งแตกต่างจากสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสิ้นเชิง บริษัทของญี่ปุ่นส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาด้านการแข่งขัน  โดยเฉพาะธุรกิจในการให้บริการยกเว้นก็แต่บริษัทข้ามชาติของญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า แคนนอน นินเทนโด ซึ่งหันไปใช้ระบบบริหารแบบอเมริกันในการบริหารงานของบริษัทไปหมดแล้ว
 
แต่เมื่อไม่นานนี้มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นในวงการธุรกิจของญี่ปุ่น คือ เรื่องราวของผู้บริหารคนหนึ่งซึ่งฉีกตัวเองออกจากแม่แบบเก่าๆ  เขาเป็นคนหนุ่ม  ฉลาดเฉลียวปฏิภาณไหวพริบเพียบพร้อม เขาไม่เกรงกลัวที่จะเขี่ยคนแก่หัวโบราณ แต่ไม่รู้เรื่องอะไรให้ออกไปนอกทางของเขา เขาดูถูกการเมืองในบริษัท และเลื่อนตำแหน่งลูกน้องตามความสามารถและผลงาน ไม่ใช่ตามอายุหรืออายุการทำงาน 

เขาไม่ได้เป็นคนที่ไม่เคยทำงานผิดพลาด ในทางตรงกันข้าม เขาตัดสินใจทางธุรกิจผิดมาหลายครั้ง แต่เขาคนนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามในหมู่พนักงานกินเงินเดือนของญี่ปุ่น จนมีการบันทึกกิจกรรมของเขาอย่างละเอียดทุกสัปดาห์ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง เขาคนนี้ที่ชื่อว่า โคซะกุ ชิมะ ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของญี่ปุ่น

ใครๆอาจพูดว่านี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อซึ่งไม่มีวันเกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะนายชิมะเป็นเพียงตัวละครในการ์ตูนดังของญี่ปุ่นในขณะนี้เท่านั้นเอง 

ปรากฏการณ์ของนายชิมะเป็นอุทาหรณ์ให้คนในสังคมและผู้นำทางธุรกิจของญี่ปุ่นเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่บริษัทญี่ปุ่นจะต้องพลิกโฉมหน้าใหม่ทางธุรกิจโดยเริ่มคิดใหม่ทำใหม่ ซึ่งก็ต้องด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลและผู้นำมิฉะนั้นธุรกิจในญี่ปุ่นก็จะกลายเป็นเต่าล้านปี ถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้ใครๆ วิ่งแซงหน้าไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
เวลา แห่งการเปลี่ยนแปลง ค่านิยมของญี่ปุ่นมาถึงแล้ว
คำว่า “ยามาโตะ” เป็นชื่อโบราณของญี่ปุ่นแปลว่า “ความสมดุลและกลมกลืนอันยิ่งใหญ่”
สิ่งนี้เองที่สังคมญี่ปุ่นพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดขึ้น โดยการสร
อ่านต่อ
14:14
Wed 14.01.15
Secret
"หยุด! อย่าปล่อยให้ความรัก ผลักเราตกเหว!" ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์ วิธีการของคนเป็นแม่ คือต้องคุยกับลูกทุกวัน ว่าการได้รับความรักเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และให้ลูกมองความรักที่เจ้านายมีต่อเขาเหมือนเป็นการสะสมบุญ ซึ่งเราจะใช้บุญอย่างเดียวโดยไม่สะสมบุญใหม่คงไม่ได้ เพราะนับวันบุญก็มีแต่จะหมดไป ต้องให้ลูกมองว่าเป็นบุญของเขาที่มีคนรัก แต่เขาต้องสร้างสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ให้พร่องด้วยการกตัญญูต่อคนที่รักเขา ให้โอกาสเขาอยู่ ณ ขณะนี้ และพร้อมที่จะออกไปรับใช้เรียกง่ายๆ คือ...

ใช้ความรักนี้เป็นเหมือนภูมิคุ้มกันที่จะออกไปรักคนอื่นให้เป็น

บอกเขาว่า ที่ผู้มีพระคุณทั้งสองรักเขานั้นมิใช่เพื่อให้เขารักเฉพาะตัวเอง หรือไม่ได้รักเขาเพื่อให้เขาเห็นแก่ตัว แต่รักเขาเพื่อให้เขาออกไปรักคนอื่น รักสังคม รักมนุษยชาติ และรักโลกใบนี้

ฉะนั้นเขาต้องรักษาแต้ม รักษาบุญของตัวเองด้วย

การใช้บุญเก่าโดยไม่สร้างบุญใหม่เลยนั้น...อันตราย!

ไม่ต้องห้ามไม่ต้องขนาบแต่ชี้ชวน

องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามีวิธีการ 2 วิธีคือ 

วิธีที่ 1 ถ้าเห็นว่าเลว...ก็จะทรงขนาบลูกของคุณยังไม่ได้เลวอะไร เพียงแต่อาจจะฟุ้งเฟ้อไปนิด เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อย ตามประสาคนถูกเอาใจ

ฉะนั้น ให้ใช้วิธีที่ 2 ของพระองค์ คือการชี้ชวนให้เขาใช้ความรักที่ตัวเองได้รับในวันนี้ ทำให้เขารักตัวเองให้เป็นแล้วแบ่งปันความรักต่อให้คนอื่นๆ ได้ ซึ่งก็เท่ากับได้กตัญญูต่อเจ้านายทั้งสองท่านด้วย

และไม่ว่าเขาจะมีโอกาสอย่างนี้อีกยาวนานสักเท่าไร แต่ในทุกโอกาสที่เขามีก็ถือว่าเขาได้เรียนรู้ที่จะต่อยอดแล้ว

สำหรับตัวคุณเอง...

ขอให้ความรักที่คุณมีต่อลูกเป็นความรักที่ปราศจากความหวาดระแวงในสิ่งที่เจ้านายกำลังให้กับครอบครัวของคุณ

ขอให้คุณรู้หลักกาลเทศะ หรือหลักสัปปุริสธรรม คือ รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้ชุมชน และรู้บุคคล ที่จะเข้าไปสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจกับทุกฝ่าย

ขอให้คุณต่อยอดความรักนี้ออกไปให้เป็นการเรียนรู้ ทั้งของคุณ ของลูกคุณและเจ้านายของคุณ

ตราบใดที่มีการเรียนรู้...สิ่งที่กำลังทำอยู่จะเป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์ของทุกชีวิต

ซึ่งนี่น่าจะเป็นความหมายของคำว่า “รักเป็น...ไม่เป็นทุกข์”
"หยุด! อย่าปล่อยให้ความรัก ผลักเราตกเหว!" ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์
วิธีการของคนเป็นแม่ คือต้องคุยกับลูกทุกวัน ว่าการได้รับความรักเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และให้ลูกมองความรักที่เจ้านายมีต่อเขาเหมือนเป็นการสะสมบุญ ซึ่งเราจะ
อ่านต่อ
20:14
Mon 15.08.16
Secret
โกรธ.....คติธรรมดีๆ จาก พระราชญาณกวี ความโกรธเป็นรังของโรค โกรธคือทำโทษตัวเอง โกรธจะชวนเพื่อนชื่อเกลียด เคียดแค้น ชิงชังและพยาบาท มารุมทำร้ายเรา

คนชอบโกรธมักขาดเสน่ห์ คนชอบโกรธจะอายุสั้น ผิวพรรณหยาบกร้านขาดสติ ในประวัติศาสตร์ความโกรธเคยทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติมาแล้วมากมาย แม้ในหมู่ญาติราชวงศ์ ประวัติศาสตร์ก็จารึกเอาไว้ทุกมุมโลกว่า ความโกรธเกลียดนี้ได้ทำให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย

ลองถามตัวเองดูว่า เราจะโกรธเขาทำไม โกรธแล้วเราได้อะไร เขาได้อะไรโกรธดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่ความจริงคือพินาศ โกรธคือเสียสติ ไม่มีใครที่เสียสติแล้วจะทำอะไรได้สำเร็จ

โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความโกรธสื่อต่างๆ ล้วนส่งเสริมให้คนโกรธกัน แทบจะไม่มีมุมใดเหลือไว้ให้โลกร่มเย็นเห็นภัยของความโกรธ

ข้าพเจ้ารู้สึกตลอดเวลาว่า เมื่อใดหนอมนุษย์จะตาสว่าง ดับไฟโกรธที่กำลังลุกเป็นเปลวเพลิงเผาผลาญจิตใจของคนในขณะนี้ ต้องแสดงความโกรธให้มากเพื่อให้ดูมีชีวิตชีวา ให้ความโกรธเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ ต้องแสดงออกให้รุนแรงแข็งกร้าวจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำมวลชน หรือพวกเขาชอบเสพติดอารมณ์โกรธไปเสียแล้ว

ทุกครั้งที่เห็นคนด่ากัน เราจะคล้อยตามได้ง่าย เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีโลภะ - ความโลภ มีโทสะ -ความโกรธ มีโมหะ - ความหลง เป็นพื้นฐานของใจ

ฉะนั้น เมื่อเห็นเหตุการณ์ใดที่เชื่อมโยงอารมณ์ทั้งสามนี้ เราจะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมทันที เมื่อเข้าไปใกล้ชิดมากก็จะเริ่มหลง และสุดท้ายก็ติดอยู่ในวังวนอารมณ์นั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนคนเสพยาบ้า ค้าอำนาจ

โปรดอย่าเป็นคนโกรธง่าย แม้จะหายเร็วก็ตาม อย่าให้ความโกรธขับเคลื่อนชีวิตท่าน เพราะท่านจะกลายเป็นทาสที่ไม่มีวันเลิกจากการเป็นทาสได้

โปรดอย่าให้โอกาสความโกรธ อย่าริเป็นคู่กรณีความโกรธกับใคร อย่าหูเบาโกรธง่าย เพียงเพราะได้ยินใครเขาว่าเพียงเพราะอ่าน เพียงเพราะมองเห็น

อย่าคิดว่าความโกรธเป็นกำไรของชีวิต ทุกครั้งที่โกรธให้ถือว่าเรากำลังขาดทุน
โกรธ.....คติธรรมดีๆ จาก พระราชญาณกวี
ความโกรธเป็นรังของโรค โกรธคือทำโทษตัวเอง โกรธจะชวนเพื่อนชื่อเกลียด เคียดแค้น ชิงชังและพยาบาท มารุมทำร้ายเรา
คนชอบโกรธมักขาดเสน่ห์ คนชอบโกรธจะอายุสั้น
อ่านต่อ
23:07
Mon 27.10.14
Secret
ทางออกสำหรับใครที่กำลังคิดไม่ตกว่า 'ควรอยู่เป็นโสดดีกว่าไหม' โดย แม่ชีศันสนีย์ ดิฉันเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก เวลาไปทานข้าวหรือดูหนังกับคนรัก ถ้าคนรักกินอะไร หรือดูหนังเรื่องใดที่ดิฉันไม่สนใจ ไม่อยากกิน ไม่อยากดู ดิฉันก็จะแยกมากินคนเดียว หรือดูหนังแยกกันคนละโรง พอกินข้าวเสร็จหรือดูหนังจบแล้วค่อยมาเจอกัน โดยที่ดิฉันไม่งอน ไม่โกรธไม่น้อยใจ แต่จู่ ๆ วันหนึ่งหันกลับมา ก็ไม่รู้ว่าแฟนดิฉันหายไปไหน ที่สำคัญ ดิฉันก็ไม่ได้ตามหาเสียด้วย

คุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่าดิฉันเหมาะจะอยู่ตัวคนเดียวมากกว่า อุปนิสัยอย่างดิฉันควรเป็นโสดดีกว่า...ใช่ไหมคะ
ทางออกสำหรับใครที่กำลังคิดไม่ตกว่า 'ควรอยู่เป็นโสดดีกว่าไหม' โดย แม่ชีศันสนีย์
ดิฉันเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก เวลาไปทานข้าวหรือดูหนังกับคนรัก ถ้าคนรักกินอะไร หรือดูหนังเรื่องใดที่ดิฉันไม่สนใจ ไม่อยากกิน ไม่อยากดู ดิฉันก็จะแยกมากิน
อ่านต่อ
21:33
Thu 26.01.17
Secret
วิธี 2 รักษาศีล (บ้างอะไรบ้าง) การรักษาศีล 5 ให้สมบูรณ์อาจไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้มีความตั้งใจSecret ขอแนะวิธีรักษาศีล 5 ง่ายๆ โดยการกำหนดเวลาในการรักษาศีล อาทิ ตั้งใจรักษาศีลให้ครบ 5 ข้อ วันละ 3 ชั่วโมง เช่นตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเก้าโมงเช้า และไม่ละเมิดศีลระหว่างนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พอเริ่มคุ้นเคยกับการรักษาศีลแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายเวลารักษาศีลให้มากขึ้น
วิธี 2 รักษาศีล (บ้างอะไรบ้าง)
การรักษาศีล 5 ให้สมบูรณ์อาจไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้มีความตั้งใจSecret ขอแนะวิธีรักษาศีล 5 ง่ายๆ โดยการกำหนดเวลาในการรักษาศีล อาทิ ตั้งใจรั
อ่านต่อ
22:30
Sun 02.11.14
Secret
เรื่องราวลึกลับ: สิ่งศักดิ์สิทธิ์...เชื่อได้! (แต่ต้องเชื่อตัวเองด้วย) ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตทุกคนน่าจะเคยผ่านช่วงเวลาวิกฤติช่วงเวลาที่ไขว้เขว สับสนในชีวิตพยายามตะเกียกตะกายทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ตัวเองได้เดินทางไปถึงฝั่งท่ามกลางสมรภูมิที่ทุกคนคือคู่แข่ง

ไม่แปลกเลยที่เราจะไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา ให้รู้สึกมีพลัง มีกำลังใจ มีความหวัง พูดได้เลยว่าร้อยละ 80 ย่อมนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใกล้ชิด แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะช่วยเราได้มากแค่ไหน แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ จะว่าไป...อำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นเรื่องลี้ลับแล้ว แต่คนที่เชื่อถือและศรัทธาในพลังลี้ลับนั้น...ยิ่งน่าแปลกมากกว่า

สมัยก่อน ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ ขณะเดียวกันก็ไม่เคยข้องแวะพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย เมื่อถึงเวลาที่จะต้องสอบเข้าเรียนหรือสอบแข่งขันอะไรก็ตาม คุณแม่จะเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้จนเสร็จสรรพ ครบทุกขั้นตอนชนิดไม่มีตกหล่น ตั้งแต่การเตรียมการบนบานศาลกล่าวไปจนถึงการแก้บน ส่วนฉันก็ทำหน้าที่ของฉันไป ถึงเวลาก็ได้รับประทานของแก้บนเท่านั้น

จะเป็นด้วยเหตุนี้หรือไม่ก็ตาม แต่ฉันก็สอบเข้าเรียนได้ทุกครั้ง ตอนชั้นประถมก็ได้เรียนห้องที่เก่งที่สุด พอสอบเข้าชั้นมัธยมก็ได้เข้าโรงเรียนดังระดับประเทศ แม้แต่สอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังได้เรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ไม่ค่อยจะตั้งใจอ่านหนังสือเท่าคนอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้บางครั้งฉันนึกหลงตัวเอง โดยไม่รู้ว่าที่ฉันสอบได้นั้นเพราะเหตุใดกันแน่ เพราะทุก ๆ ความสำเร็จของฉันมักจะมีความเชื่อของคุณแม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

จนฉันได้พบกับเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ฉันเริ่มเชื่อในพลังบางอย่างของสิ่งศักดิ์สิทธิ์...

เมื่อคราวที่เรียนมหาวิทยาลัย ฉันไม่เคยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพื่อนร่วมสถาบันทุกคนสักการบูชาเลย แม้ว่าจะมีกิจกรรมรับน้องที่จัดให้เด็กใหม่ได้ไปสักการะฉันก็โดดเสียอย่างนั้น สรุปผลการเรียนที่นี่ก็คือ ฉันหลงระเริงกับความอิสระของชีวิตมหาวิทยาลัยเสียจนกู่ไม่กลับ สุดท้ายก็ต้องออกไปตามระเบียบ ฉันยอมรับว่าตกใจมากเพราะไม่เคยผิดหวังกับการเรียนมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้คุณแม่ฉันก็ผิดหวังไปด้วย ชีวิตหลังจากนั้น ฉันจึงต้องเริ่มทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งหาที่เรียน หาที่สอบอย่างบ้าคลั่ง ทว่าฉันก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ไม่ว่าจะไปสอบกี่ที่กี่แห่งก็สอบไม่ผ่านไม่ว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือแค่ไหนก็ตามกระทั่งหมดช่วงสอบไป ฉันก็รู้สึกกลัวขึ้นมาว่าจะต้องว่างไปอีกหนึ่งปี ตอนนั้นเองที่ความคิดเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์แวบเข้ามาในสมองฉันจึงลองตั้งจิตอธิษฐานว่า

“หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้ฉันได้มีที่เรียนทีเถิด”

วันถัดมานั้นเอง ฉันก็ได้รู้ข่าวการเปิดรับคัดเลือกนักศึกษาจากการสอบตรงรอบ 2 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ฉันสมัครไปทันทีและตัดสินใจทำทุกอย่าง รวมทั้งการบนบานกับศาลเจ้าเล็ก ๆ ในสถานศึกษาแห่งนั้น ซึ่งร่ำลือกันว่า “ใครบนที่นี่ไว้ ยังไงก็สอบติด”

แล้วฉันก็สอบติดจริง ๆ ฉันดีใจมากและหลงเชื่อเรื่องลึกลับนี้เสียสนิทใจ

เป็นเวลาเกือบสองปีที่ฉันใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยความเชื่อและศรัทธาต่อศาลเจ้าเก่า ๆ ศาลนั้น ฉันเชื่อมาตลอดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเพียงตาดลบันดาลให้ฉันได้มาเรียนที่นี่ ฉันจึงหาโอกาสมาสักการะทุกปี และไม่ลืมที่จะส่งต่อความเชื่อนี้ไปยังน้อง ๆ รุ่นต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ฉันเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องในฐานะรุ่นพี่ปี 3 วันนั้นมีพี่ปีแก่ (รุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว) มาร่วมกิจกรรมด้วย และได้เฉลยเรื่องราวลี้ลับบางอย่างให้ฉันได้รู้

พี่เขาเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า “ใครเคยไปบนที่ศาลเก่ามาบ้าง” น้อง ๆ ยกมือกันกว่าครึ่ง ยิ่งย้ำให้ฉันมั่นใจในความขลังของศาลเล็ก ๆ เก่า ๆ ศาลนั้น แต่รุ่นพี่กลับยิ้มด้วยท่าทีแปลก ๆ พาให้ทุกคนที่ยกมือค่อย ๆ ลดแขนลงพร้อมด้วยสีหน้าแสดงความสงสัย รุ่นพี่ปีแก่จึงเริ่มเล่าประวัติของศาลเจ้าเก่าให้ฟังว่า

“จริง ๆ แล้ว ศาลที่เราเห็นกันทุกวันนี้เป็นศาลเก่าของพวกคนงานที่มาสร้างตึกพวกคนงานมาสร้างเพิงสังกะสีชั่วคราวอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัยและตั้งศาลนี้ขึ้นมาด้วย พอสร้างตึกเสร็จ พวกคนงานก็ย้ายออกไปโดยนำศาลเพียงตาที่ว่ามาทิ้งไว้ที่ลานทิ้งขยะ

“ตอนนั้นสภาพศาลก็ผุ ๆ พัง ๆ ดูขลังดี สถานที่ก็เหมาะเจาะ พวกเราเห็นปั๊บก็รู้ว่างานนี้สนุกแน่ จึงจัดการตกแต่งศาลให้ดูลี้ลับ แล้วก็แต่งเติมตำนานความเชื่อขึ้นมาหลอกน้อง ๆ ว่า ถ้าใครอยากสอบติด ต้องมาบนบานศาลเจ้าประจำมหาวิทยาลัยแห่งนี้

“ไม่คิดเลยว่าความเชื่อที่แต่งขึ้นเล่น ๆ จะสืบทอดมาได้หลายปีขนาดนี้” พี่เขาทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าเสียนี่กระไร

แต่ในขณะที่ฉันนึกเพ่งโทษตัวเองที่งมงายและเชื่อในสิ่งที่ไร้เหตุผล คำพูดของรุ่นพี่คนหนึ่งก็ดังขึ้นและทำให้ฉันได้สติ

“ความเชื่อเรื่องศาลเก่าอาจจะเป็นนิทานหลอกเด็กที่พวกพี่แต่งขึ้นเองก็จริง แต่อย่างน้อย ตอนนี้คุณก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้ว คุณเข้ามาเรียนที่นี่ได้ด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ พี่ไม่ได้บอกว่าความเชื่อเป็นสิ่งที่ผิด คุณเชื่อได้หากว่านั่นเป็นกำลังใจที่ดีของคุณ

“แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเชื่อในอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน ก็อย่าลืมเชื่อในความสามารถของตัวคุณเองด้วย”

แม้จะเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอกมาตลอดสองปี แต่น่าแปลกที่ในตอนนี้ฉันกลับรู้สึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมาอย่างประหลาดเป็นเวลาเกือบสองปีที่ฉันใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยความเชื่อและศรัทธาต่อศาลเจ้าเก่าๆ ศาลนั้น ฉันเชื่อมาตลอดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเพียงตาดลบันดาลให้ฉันได้มาเรียนที่นี่
เรื่องราวลึกลับ: สิ่งศักดิ์สิทธิ์...เชื่อได้! (แต่ต้องเชื่อตัวเองด้วย)
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตทุกคนน่าจะเคยผ่านช่วงเวลาวิกฤติช่วงเวลาที่ไขว้เขว สับสนในชีวิตพยายามตะเกียกตะกายทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ตัวเอ
อ่านต่อ
09:50
Tue 02.09.14
Secret
5 เรื่องต้องห้าม...ยามปลอบใจคน หลายครั้งหลายครา เวลาที่คนใกล้ตัวเราเศร้าเสียใจหรือมีปัญหา เรามักปลอบใจพวกเขาด้วยวิธีต่างๆ นานา ซึ่งบ่อยครั้ง (โดยไม่ได้ตั้งใจ) สิ่งที่เราทำลงไปกลับยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ฉบับนี้ Secret ขอเสนอเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเป็นนักปลอบใจที่ดีขอเพียงใส่ใจและไม่ทำ “5 เรื่องต้องห้าม...ยามปลอบใจคน” ดังนี้

Don’t 1: “อย่าไปคิดมาก”
สถานการณ์ : เมื่อบ้านเพื่อนคุณถูกยกเค้า
A : “เอาน่า...อย่าไปคิดมากเลยเธอ”
B : “จะไม่คิดมากได้ไงยะ เธอไม่ได้เจอเหมือนฉันนี่”

Do : ให้กำลังใจ
ในเวลาที่คนใกล้ตัวของเรากำลังเศร้า พยายามอย่าปลอบใจด้วยคำว่า “อย่า” เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังบังคับหรือสั่งมากกว่าการปลอบใจ ดังนั้น หากเจอสถานการณ์นี้ ควรให้กำลังใจและลองหากิจกรรมดี ๆ ที่น่าจะนำพาเขาออกจากความทุกข์ได้ เช่น กิจกรรมจิตอาสาต่าง ๆ ทำบุญใส่บาตร ปลูกป่าชายเลน เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า ฯลฯ
5 เรื่องต้องห้าม...ยามปลอบใจคน
หลายครั้งหลายครา เวลาที่คนใกล้ตัวเราเศร้าเสียใจหรือมีปัญหา เรามักปลอบใจพวกเขาด้วยวิธีต่างๆ นานา ซึ่งบ่อยครั้ง (โดยไม่ได้ตั้งใจ) สิ่งที่เราทำลงไปกลับยิ
อ่านต่อ
16:11
Sat 31.12.16
Secret
พลังใจแรงผลักดันสู่ความอัศจรรย์ แห่งการรักษา จอห์น หว่อง กับพลังแห่งการรักษาอันน่าอัศจรรย์ 

จอห์น หว่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพชาวสิงคโปร์ ในปีค.ศ. 2005 ขณะที่เขากำลังอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพการงาน จู่ๆ จอห์นก็ล้มป่วยด้วยโรคประหลาด

เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา หนำซ้ำยังมองไม่เห็น พูดไม่ได้ ผิวหนังไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ กลายเป็นคนทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง และแม้ว่าหมอจะไม่สามารถระบุได้ว่าเขาเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลับมายืนหรือมองเห็นได้อีกครั้ง

ระหว่างที่นอนอยู่บนเตียง จอห์นมักจะครุ่นคิดไปต่างๆ นานาด้วยความสงสัย บางครั้งความคิดก็เจือด้วยความโกรธแค้นว่า เหตุใดเขาจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้

ยิ่งตั้งคำถาม จอห์นก็ยิ่งได้เรียนรู้บางสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน จอห์นเริ่มมองเห็นว่าผู้คนในสังคมทุกวันนี้ต่างก็ต่อสู้เพื่อตำแหน่งหน้าที่การงาน เงินทอง ความสัมพันธ์ ฯลฯ และต้องเป็นทุกข์กับการแก้ปัญหาเหล่านั้น แต่ตอนนี้... ตอนที่เขาป่วยจนไม่สามารถจะสู้เพื่อเรื่องใดๆได้ เขากลับมองเห็นความจริงว่า เรื่องที่คนทั้งหลายพยายามแสวงหากันนั้นเป็นเรื่องไม่สำคัญเลย จิตใจต่างหากที่สำคัญที่สุด ถ้าเขาหาย เขาจะไม่นำปัญหาเหล่านี้มาเป็นสาระสำคัญอีก... ถ้าหายเขาจะช่วยผู้อื่นให้เข้าใจความจริงข้อนี้ด้วย

ทุกๆ วันจอห์นจะตั้งจิตอธิษฐานขอให้เขาหายจากโรค และพยายามฟื้นฟูตัวเองทุกวิถีทางแม้เขาจะยังขยับตัวไม่ได้ แต่จอห์นก็ฝึกนั่งอยู่บ่อยๆ โดยให้พยาบาลมัดตัวเขาไว้กับเก้าอี้ และทั้งที่การกลืนอาหารให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการกลืนกรวดหินแหลมๆ เขากลับไม่ยอมรับอาหารทางสายยาง แต่จะพยายามตักอาหารกินเองโดยให้พยาบาลผูกช้อนไว้ที่ข้อมือของเขา

จอห์นใช้เวลาฟื้นฟูตัวเองนาน 4 ปี จนตอนนี้เขาหายจากโรคประหลาดแล้ว แถมยังกลับมาแข็งแรงสดใสยิ่งกว่าเดิม จอห์นมีบริษัทวิจัยยาของตัวเอง และยังคงทำตามคำสัญญาที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

จอห์นเริ่มทำตั้งแต่ตอนที่เขายังนั่งอยู่บนรถเข็น เขาไปเยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามโรงพยาบาลโดยเล่าเรื่องราวของตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคน ซึ่งแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้นได้และบางคนก็เสียชีวิต ทว่าไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตายอย่างทุกข์ทรมาน

จอห์นเล่าว่าสิ่งแรกที่เขาแนะนำให้ครอบครัวและเพื่อนๆทำให้ผู้ป่วยคือการสวดมนต์ร่วมกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักทำไม่ได้ในโรงพยาบาลเพราะเอาแต่วิตกกังวล ไม่ค่อยมีใครยอมสวดมนต์และบางทีก็ทะเลาะกัน

“คนสมัยนี้ล้วนได้รับการศึกษาที่ดี พวกเรารู้ทุกอย่างแต่กลับไม่ลงมือทำ คุณรู้จักความรักแต่ไม่ยอมที่จะรัก คุณรู้จักความมหัศจรรย์แต่ไม่ยอมลงมือสร้างความมหัศจรรย์ คุณรู้ว่าเรามีพลังการรักษาอยู่ในตัวเอง ผมนี่ไงล่ะ ตัวอย่างที่มีชีวิต แต่คุณกลับไม่เชื่อในพลังนั้น

“ความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอหรอก คุณต้องลงมือทำด้วย”
พลังใจแรงผลักดันสู่ความอัศจรรย์ แห่งการรักษา
จอห์น หว่อง กับพลังแห่งการรักษาอันน่าอัศจรรย์
จอห์น หว่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพชาวสิงคโปร์ ในปีค.ศ. 2005 ขณะที่เขากำลังอย
อ่านต่อ
23:07
Mon 27.10.14
Secret
ไตรสิกขา....ระบบการทำงานของชีวิตมนุษย์ ไตรสิกขา คือ การเรียนรู้เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา...

ศีล คือ การควบคุมกาย สมาธิ คือ การควบคุมใจ ส่วนปัญญา คือ การสลายข้อมูลคืออารมณ์ทั้งหมด ทำให้พื้นที่ในใจว่างเปล่า ไตรสิกขาเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของชีวิต ไตรสิกขาคือต้นแบบของระบบการทำงานคอมพิวเตอร์ ศีลเหมือนระบบสแกนไวรัส สมาธิเหมือนระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนปัญญาเหมือนระบบลบข้อมูลทิ้ง

ในพระพุทธศาสนามีระบบลบข้อมูลทิ้ง เรียกว่า “ปัญญา” หรือ “วิปัสสนาญาณ” มองทุกอย่างในชีวิตให้เป็นไตรลักษณ์ คือ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างเกิดจากการผสมกันระหว่างธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ แล้วเกิดเป็นชีวิต ทำกรรม ใช้กรรม เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ก็แตกสลายไปตามกาล

ภายในวิญญาณนั้นก็มีเมล็ดพันธุ์ของกรรมบรรจุอยู่ พร้อมที่จะงอกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ หากวิญญาณเหนี่ยวภพชาติได้บางครั้งเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นคนก็มีเผ่าพันธุ์และความเป็นอยู่ที่ต่างกัน บางคนเกิดมาแข็งแรง แต่บางคนพิการ บางคนอายุยืน แต่บางคนอายุสั้น บางคนร่ำรวยบางคนยากจน บางคนรูปงาม บางคนขี้เหร่ที่เป็นเช่นนี้เพราะบุญทำกรรมแต่ง

บุญกรรมอยู่ที่ไหน มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 อยู่ภายในจิตหรือวิญญาณ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เดินทางมาพร้อมกัน ส่วนที่ 2 สร้างขึ้นมาใหม่ ขณะใช้กรรม มนุษย์ก็สร้างกรรมใหม่ด้วย

ชีวิตมนุษย์ คือสุดยอดคอมพิวเตอร์ ไตรสิกขาจึงเป็นระบบการทำงานของชีวิตไม่ต่างจากระบบคอมพิวเตอร์
ไตรสิกขา....ระบบการทำงานของชีวิตมนุษย์
ไตรสิกขา คือ การเรียนรู้เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา...
ศีล คือ การควบคุมกาย สมาธิ คือ การควบคุมใจ ส่วนปัญญา คือ การสลายข้อมูลคืออารมณ์ทั้งหมด ทำให้พื้นที่ใ
อ่านต่อ
15:03
Mon 25.08.14
Secret
8. มหัศจรรย์แห่งความกตัญญู เพียงคุณแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณ อาทิ คุณพ่อ คุณแม่ ญาติ ครูอาจารย์ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เคยเกื้อหนุนคุณมา นอกจากจะทำให้คนที่คุณรักมีความสุขแล้ว อานิสงส์ผลบุญนี้ ยังแผ่ไปยังบุคคลอื่น ทำให้ผู้ที่ได้รู้จักคุณพลอยรู้สึกยินดี สรรเสริญ และชื่นชมในตัวคุณ โดยที่คุณไม่ต้องป่าวประกาศคุณงามความดีนั้นด้วยตัวเองเลย

9. ยึดมั่นใน “ความดี”
เคล็ดลับสุดท้ายคือ คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ใครหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมารุมรัก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหากการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้คุณต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง หรือต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม เพราะนั่นหมายความว่า คนคนนั้นหรือคนกลุ่มนั้นไม่คู่ควรกับมิตรภาพดี ๆ ที่คุณมีให้ เพียงแค่คุณคิด พูด ทำแต่สิ่งที่ดี ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกสบายใจและอยากอยู่ใกล้คุณทั้งนั้น เพราะเขาจะพลอยได้รับแต่สิ่งดี ๆ และมีความสุขยามที่ได้อยู่กับคุณ
8. มหัศจรรย์แห่งความกตัญญู
เพียงคุณแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณ อาทิ คุณพ่อ คุณแม่ ญาติ ครูอาจารย์ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เคยเกื้อหนุนคุณมา นอกจากจะทำให้คนที่คุณรักมีความสุขแ
อ่านต่อ
21:42
Wed 03.09.14
Secret
7 วิธีหนีนักขายช่างตื๊อ 4. หาข้ออ้าง
หากให้เหตุผลก็แล้ว แสดงจุดยืนก็แล้ว นักขายช่างตื๊อก็ยังไม่ปล่อยคุณไป คุณผู้อ่านลองพยายามหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผล และขัดกับสิ่งที่เขาเสนอมา อย่างเช่น “งานยุ่ง ไม่มีเวลามาออกกำลังกายหรอกค่ะ” “กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศครับ ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้ เสียเปล่า” หรือ “ดิฉันใช้บริการของอีกที่หนึ่งอยู่แล้วค่ะ เป็นสมาชิกตลอดชีพเลย เสียใจด้วยนะคะ” ฯลฯ

5. แปลงกายเป็นดราม่าควีน
ดูละครมาก็เยอะ เราก็ควรนำสิ่งที่ดูมาใช้ให้เกิดประโยชน์บ้าง หากนักขายตื๊อมาก ๆ คุณอาจต้องเล่นบทนางร้ายใส่เขา (เบาๆ ก็พอนะ!) เหวี่ยงวีนใส่แต่พองาม เขาจะได้ไม่กล้าโทร.มาตื๊อคุณอีก แต่หากไม่อยากเป็นนางร้าย บทนางเอกเจ้าน้ำตาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
หรือหากไม่อยากเล่นละคร ลองนัดแนะเพื่อนให้เข้ามาขัดจังหวะหรือโทรศัพท์เข้ามา เมื่อเห็นว่าการสนทนาชักยืดยาวเกินสมควร ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณเลี่ยงออกมาจากสถานการณ์นั้นได้อย่างสวยๆ

6. อย่าพกบัตรเครดิตติดตัว
แม้ว่าเราจะปฏิเสธการซื้อด้วยการบอกว่าไม่ได้เอาเงินสดติดตัวมา นักขายบางคนก็มักเสนอว่า ไม่เป็นไร ใช้บัตรเครดิตก็ได้ (ช่างเป็นนักขายที่รอบคอบเหลือเกิน)... เพราะฉะนั้น การไม่พกบัตรเครดิตติดตัวก็อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียสตางค์โดยไม่เต็มใจ

7. พกสติ & ปัญญาเป็นอาวุธ
คำพูดจากนักขายช่างตื๊อส่วนใหญ่ล้วนเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งมักทำให้เหยื่อหลงคล้อยตามได้ง่ายๆ ฉะนั้น ก่อนหลวมตัวซื้ออะไร กรุณาดึงคุณสติมาไว้ข้างซ้าย ดึงคุณปัญญามาไว้ข้างขวาก่อน มิฉะนั้น อาจได้หนี้แถมมาให้ใช้กันฟรีๆ ทั้งที่ไม่รู้ตัว!
อย่างไรก็ดี โลกเรามีสองด้านเสมอ แม้นักขายที่ดีจะมีอยู่จริง แต่นักขายช่างตื้อ ที่ใช้ศิลปะการพูดในทางที่ผิดก็มีไม่น้อย ดังนั้น ก่อนจะซื้ออะไร อย่าลืมไตร่ตรอง เหตุและผลในการจ่ายสตางค์อย่างถี่ถ้วน เพื่อสวัสดิภาพการเงินของคุณเองในภาย ภาคหน้า
7 วิธีหนีนักขายช่างตื๊อ
4. หาข้ออ้าง
หากให้เหตุผลก็แล้ว แสดงจุดยืนก็แล้ว นักขายช่างตื๊อก็ยังไม่ปล่อยคุณไป คุณผู้อ่านลองพยายามหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผล และขัดกับสิ่งที่เขาเสนอมา
อ่านต่อ
00:00
Sat 23.08.14
Secret
4 วิธีเปลี่ยนคุณเป็นคุณแม่ในฝัน วันแรกที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก ผู้ที่ดีใจระคนหวั่นวิตกที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “แม่” ผู้หญิงที่ยอมทำและสละทุกสิ่งเพื่อลูกน้อย จึงไม่น่าแปลกใจหากคุณแม่เช่นคุณจะพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกอย่างไม่ลดละ แต่คุณอาจไม่ทันคาดคิดว่า ความรักความหวังดีที่คุณมอบให้นั้นได้สร้างบาดแผลในใจของลูกโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว

เพื่อให้คุณรู้เท่าทันและมองเห็นทุกข์ที่เกิดขึ้นภายในใจของลูก Secret ขอเสนอ 4 วิธีสังเกตตัวเอง พร้อมแนวทางแก้ไขที่จะนำไปใช้ได้จริง
4 วิธีเปลี่ยนคุณเป็นคุณแม่ในฝัน
วันแรกที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก ผู้ที่ดีใจระคนหวั่นวิตกที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “แม่” ผู้หญิงที่ยอมทำและสละทุกสิ่งเพื่อลูกน้อย จึงไม่น่าแปลกใจหากคุณแม่เช่นคุณจ
อ่านต่อ
07:04
Mon 14.12.15
Secret
เพราะจิตใจที่ดี อยู่ในร่างกายที่แข็งแรง คนวัยทองจึงดูแลตัวเองให้ดี 3.) ควบคุมอารมณ์ ตราบเท่าที่ทำตัวและทำจิตใจให้สดใส ชีวิตก็ย่อมเบิกบานตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องฝึกควบคุมอารมณ์ให้คิดบวก และทำจิตใจให้แช่มชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ลองแบ่งเวลาไปทำบุญหรือปฏิบัติธรรมบ้าง ก็จะช่วยให้จิตใจสงบเย็นยิ่งขึ้น

4.) ตรวจร่างกาย หลังจากใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบันมานาน การตรวจสุขภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องตอบแทนร่างกายปีละ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็กความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมันตามปกติ ไปจนถึงการตรวจเฉพาะด้าน อย่างตรวจภายในเช็กมะเร็งปากมดลูก ตรวจความหนาแน่นของกระดูก รวมทั้งตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง เพื่อป้องกันความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันได้อย่างทันท่วงที

5.) รับฮอร์โมนทดแทน นอกจากดูแลร่างกายตามธรรมชาติแล้ว การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยอีกแรง ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ลงได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์ เช่น การรับฮอร์โมนทดแทน ตามความเหมาะสม จะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ ช่วยเพิ่มระดับความจำ และลดปัญหาทางเพศต่างๆ ได้อีกด้วย

จะเลือกชีวิตบั้นปลายที่เงียบเหงา หรือสนุกสนานเปี่ยมสีสัน ทว่าสมวัย... คำตอบนี้อยู่ที่คุณ
เพราะจิตใจที่ดี อยู่ในร่างกายที่แข็งแรง คนวัยทองจึงดูแลตัวเองให้ดี
3.) ควบคุมอารมณ์ ตราบเท่าที่ทำตัวและทำจิตใจให้สดใส ชีวิตก็ย่อมเบิกบานตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องฝึกควบคุมอารมณ์ให้คิดบวก และทำจิตใจให้แช่มชื่นเบิกบานอยู่
อ่านต่อ
22:19
Wed 01.10.14
Secret
Step 3 เทคโนโลยีกำลังขโมยเวลาไปจากคุณหรือเปล่า มาดูกันว่า ข้อความต่อไปนี้ตรงกับตัวคุณกี่ข้อ - ฉันใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเนตเวิร์คไม่น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง 
- โลกอินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่หลบภัยจากหน้าที่การงานที่เคร่งเครียดและวิถีชีวิตที่น่าเบื่อของฉัน 
- การท่องอินเทอร์เน็ตทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายได้เท่าๆ กับการเล่นกีฬา การท่องเที่ยว หรือการทำสมาธิ 
- ฉันมักจะจบวันด้วยการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เข้าเว็บนั้นออกเว็บนี้อย่างไม่ค่อยมีจุดหมายนัก 
- ตรงข้ามกับโลกแห่งความเป็นจริง ในโลกอินเทอร์เน็ต ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ 
- ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ -- ฉันไม่เคยปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่าง ว่างเมื่อไรเป็นต้องเช็กอีเมล ส่งเมสเสจ ไม่ก็คุยโทรศัพท์ 
- ฉันชอบแสดงความคิดเห็นมากกว่าจะลงมือทำ 
- ฉันมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ เจ็บนิ้วหรือข้อมือ อันเนื่องมาจากการนั่งอยู่กับที่นานๆ และการใช้ คอมพิวเตอร์มากเกินไป 
- เวลาทำงานไม่ทันหรือไม่ได้ทำกิจกรรมที่ตั้งใจไว้ ฉันมักบอกว่าเป็นเพราะ “ไม่มีเวลา” แต่กลับไม่เคยหายหน้าไปจากโซเชียลเนตเวิร์คเลยสักครั้ง
Step 3 เทคโนโลยีกำลังขโมยเวลาไปจากคุณหรือเปล่า มาดูกันว่า ข้อความต่อไปนี้ตรงกับตัวคุณกี่ข้อ
- ฉันใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเนตเวิร์คไม่น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง
- โลกอินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่หลบภัยจากหน้าที่การงานที่เคร่งเครียดและวิถีชีวิต
อ่านต่อ
20:38
Sat 13.08.16
Secret
"คุณปู่แห่งหมู่บ้านสายรุ้ง" ผู้เปลี่ยนหมู่บ้านใกล้ร้างให้เป็นที่ท้องเที่ยวด้วยศิลปะ Rainbow Village
ยุทธการ “คืนชีวิต” ด้วยปลายพู่กัน

หลังจากรัฐบาลไต้หวันประกาศให้หมู่บ้านเล็กๆ ย่านชานเมืองของนครไตชุง (Taichung) เป็นที่พักพิงชั่วคราวของเหล่าทหารหาญที่ปลดประจำการในช่วง ค.ศ. 1940 - 1950 ที่แห่งนี้ก็ถือเป็น “บ้านหลังใหม่” ของใครหลายๆ คน รวมทั้งทหารหนุ่มที่ชื่อ หวง หย่ง-ฟู่ (Huang Yung-Fu)

เดิมทีหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทว่านานวันเข้าบรรยากาศเหล่านี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย เมื่อชุมชนแห่งนี้ เริ่มแออัดขึ้นทุกปี หลายครอบครัวเริ่มมองหาบ้านหลังใหม่ เพราะเหนื่อยใจกับการควักกระเป๋าซ่อมแซมบ้านที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ไม่นานนักบ้านหลายหลังก็ถูกทิ้งร้าง
"คุณปู่แห่งหมู่บ้านสายรุ้ง" ผู้เปลี่ยนหมู่บ้านใกล้ร้างให้เป็นที่ท้องเที่ยวด้วยศิลปะ
Rainbow Village
ยุทธการ “คืนชีวิต” ด้วยปลายพู่กัน
หลังจากรัฐบาลไต้หวันประกาศให้หมู่บ้านเล็กๆ ย่านชานเมืองของนครไตชุง (Taichung) เป็นที่พักพิงชั่วคราว
อ่านต่อ
06:58
Wed 15.10.14
Secret