การต่อสายลำโพง สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่ไม่คุ้นเคยกับการเล่นเครื่องเสียงแบบไบไวร์ (BI WIRE) ปกติแล้ว การต่อสายลำโพงออกจากเพาเวอร์แอมป์ อินทิเกรตเต็ดแอมป์หรือรีซีฟเวอร์นั้น ก็แค่เสียบสายลำโพงข้างซ้ายและขวาไปเข้าที่ขั้วต่อลำโพงเป็นอันจบ สายลำโพงชุดหนึ่งจะประกอบไปด้วยสายขั้วบวกและสายขั้วลบ ข้างละ 1 ชุด ขั้วต่อสายลำโพงที่ติดอยู่ด้านหลังตัวตู้ลำโพงโดยทั่วไปมักมักจะเป็นแบบตู้ละ 1 ชุดมีขั้วบวกและลบ ลำโพงชนิดนี้เรียกว่า SINGLE-WIRE ครับ
 ส่วนในลำโพงบางรุ่นจะมีขั้วต่อสายลำโพงให้ตู้ละ 2 ชุด แยกเป็นชุดความถี่สูง (เข้าทวีตเตอร์) และชุดความถี่ต่ำ (เข้าวูฟเฟอร์) โดยมักจะมีตัวเชื่อมหรือที่รู้จักกันในชื่อว่าจั้มเปอร์ติดมาให้จากโรงงาน เราเรียกลำโพงชนิดนี้ว่าลำโพง BI-WIRE ในการใช้งานหากคุณมีสายลำโพงชุดเดียวก็ไม่ต้องปลดจั้มเปอร์ออก ส่วนจะต่อสายลำโพงเข้าที่ขั้วต่อชุด HIGH หรือ LOW นั้น มีผลต่อเสียงมากพอสมควร ในการต่อแบบ BI-WIRE นี้ ผมนิยมต่อสายบวกเข้าที่ชุด LOW ส่วนเส้นลบเข้าที่ชุด HIGH เพื่อให้การถ่ายกระแสกลับไม่ถูกวูฟเฟอร์ดูดไว้มากเกินไป จนทำให้เสียสมดุลเสียง
 ส่วนการต่อสาย BI-WIRE แท้ๆนั้น ท่านจะต้องเบิ้ลสายเข้าไปอีกชุดหนึ่งหรือซื้อสายสำเร็จที่เป็นรุ่น BI-WIRE ต่อออกจากแอมป์มาเข้าลำโพงที่ขั้วต่อทั้งสองชุดแล้วปลดปลั๊กจั้มเปอร์ออกด้วย ประโยชน์ของการต่อสาย BI-WIRE นี้มีหลายประการ เช่น ทำให้แอมป์องค์การเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์ของลำโพงสม่ำเสมอหรือนิ่งขึ้นส่งผลให้ค่าแคมปิ้ง แฟคเตอร์ขึ้นด้วย ประโยชน์ประการต่อมาของการต่อสายแบบ BI-WIRE คือทำให้การถ่ายโอนกระแสวนเป็นรูป ในระบบถูกแยกออกเป็นสัดส่วนระหว่างความถี่ต่ำและความถี่สูง ทำให้ลดความเพี้ยนลงไปได้ คราวนี้บางที่อาจพบว่าในลำโพงที่เป็น BI-WIRE แต่พอเอามาต่อแบบ SINGLE-WIRE แล้วเสียงจะลื่นไหลต่อเนื่องกลมกล่อมกว่า พอต่อ BI-WIRE พบว่า เวทีเสียงกว้างกว่าแต่หัวโน้ตจะคม เสียงกลาง กระด้างไม่ค่อยจะลื่นไหล
(0)
Share
GM2000
Keep by GM2000
1255
FOLLOWER

การต่อสายลำโพง

"สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่ไม่คุ้นเคยกับการเล่นเครื่องเสียงแบบไบไวร์ (BI WIRE) ปกติแล้ว การต่อสายลำโพงออกจากเพาเวอร์แอมป์ อินทิเกรตเต็ดแอมป์หรือรีซีฟเวอร์นั้น ก็แค่เสียบสายลำโพงข้างซ้ายและขวาไปเข้าที่ขั้วต่อลำโพงเป็นอันจบ สายลำโพงชุดหนึ่งจะประกอบไปด้วยสายขั้วบวกและสายขั้วลบ ข้างละ 1 ชุด ขั้วต่อสายลำโพงที่ติดอยู่ด้านหลังตัวตู้ลำโพงโดยทั่วไปมักมักจะเป็นแบบตู้ละ 1 ชุดมีขั้วบวกและลบ ลำโพงชนิดนี้เรียกว่า SINGLE-WIRE ครับ
ส่วนในลำโพงบางรุ่นจะมีขั้วต่อสายลำโพงให้ตู้ละ 2 ชุด แยกเป็นชุดความถี่สูง (เข้าทวีตเตอร์) และชุดความถี่ต่ำ (เข้าวูฟเฟอร์) โดยมักจะมีตัวเชื่อมหรือที่รู้จักกันในชื่อว่าจั้มเปอร์ติดมาให้จากโรงงาน เราเรียกลำโพงชนิดนี้ว่าลำโพง BI-WIRE ในการใช้งานหากคุณมีสายลำโพงชุดเดียวก็ไม่ต้องปลดจั้มเปอร์ออก ส่วนจะต่อสายลำโพงเข้าที่ขั้วต่อชุด HIGH หรือ LOW นั้น มีผลต่อเสียงมากพอสมควร ในการต่อแบบ BI-WIRE นี้ ผมนิยมต่อสายบวกเข้าที่ชุด LOW ส่วนเส้นลบเข้าที่ชุด HIGH เพื่อให้การถ่ายกระแสกลับไม่ถูกวูฟเฟอร์ดูดไว้มากเกินไป จนทำให้เสียสมดุลเสียง
ส่วนการต่อสาย BI-WIRE แท้ๆนั้น ท่านจะต้องเบิ้ลสายเข้าไปอีกชุดหนึ่งหรือซื้อสายสำเร็จที่เป็นรุ่น BI-WIRE ต่อออกจากแอมป์มาเข้าลำโพงที่ขั้วต่อทั้งสองชุดแล้วปลดปลั๊กจั้มเปอร์ออกด้วย ประโยชน์ของการต่อสาย BI-WIRE นี้มีหลายประการ เช่น ทำให้แอมป์องค์การเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์ของลำโพงสม่ำเสมอหรือนิ่งขึ้นส่งผลให้ค่าแคมปิ้ง แฟคเตอร์ขึ้นด้วย ประโยชน์ประการต่อมาของการต่อสายแบบ BI-WIRE คือทำให้การถ่ายโอนกระแสวนเป็นรูป ในระบบถูกแยกออกเป็นสัดส่วนระหว่างความถี่ต่ำและความถี่สูง ทำให้ลดความเพี้ยนลงไปได้ คราวนี้บางที่อาจพบว่าในลำโพงที่เป็น BI-WIRE แต่พอเอามาต่อแบบ SINGLE-WIRE แล้วเสียงจะลื่นไหลต่อเนื่องกลมกล่อมกว่า พอต่อ BI-WIRE พบว่า เวทีเสียงกว้างกว่าแต่หัวโน้ตจะคม เสียงกลาง กระด้างไม่ค่อยจะลื่นไหล"
1 KEEP
GM2000
0 LOVES
COMMENT