Onsen in Krabi เช้านี้แค่ฟ้ายังไม่สาง ฝนก็ตกซะแล้ว แม้ไม่ตกหนักขนาดมืดฟ้ามัวดิน แต่ก็เป็นอุปสรรคสำหรับจุดหมายแรกของวัน ณ “สระมรกต” จ.กระบี่ สระน้ำสวยกลางป่าใหญ่ซึ่งเกิดจากธารน้ำอุ่นใต้ผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ ไม่รู้ว่าแอบบ่นดังหรือเทวดาฟ้าดินเป็นใจ เพราะฟ้าที่มืดครึ้มอยู่ดีๆ ก็กลับสว่างใสอีกครั้งราวไม่เคยมีม่านเมฆมาบดบัง เราหอบสัมพาระ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับลงเล่นน้ำ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ยอมพลาด) เดินขึ้นเขามาตามทางประมาณ 800 เมตรจากลานจอดรถ สองฟากทางเดินเต็มไปด้วยแมกไม้สูงใหญ่ นกป่าเจื้อยแจ้วหยอกล้อกันตามกิ่งไม้ไหว มีศาลาขนาดเล็กไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักตลอดทาง หากคุณยังจำวรรณกรรมไทยเรื่อง “พระสุธนมโนราห์” ได้ นางเอกของเรื่องเป็นกินรีจากป่าหิมพานต์ ถูกจับได้ตอนลงเล่นน้ำในสระมรกตใหญ่กลางป่า แล้วกลายมาเป็นมเหสีของพระสุธนผู้เป็นมนุษย์ ใครจะเชื่อว่าสระมรกตในป่าหิมพานต์ที่เคยจิตนาการในวัยเด็กจะได้มีโอกาส มาพบเจอเอาตอนโต สระน้ำใหญ่สีเทอร์ควอยซ์ลึกประมาณ 2 เมตร ล้อมด้วยทิวไม้ใหญ่รอบสระ อุณหภูมิประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นกำลังดี ใครๆ เลยพากันกระโจนลงน้ำแวกว่ายกลางสายชล บางคนไม่อยากเปียกก็นั่งห้อยเท่าลงน้ำแช่ขากันสบายๆ โพสท่าเก๋ๆ ถ่ายรูปสวยๆ กันไป ขากลับเราใช้อีกหนึ่งเส้นทางเป็นขาลง เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติมีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร ป่าเขียมครึ้มร่มรื่นด้วยพรรณไม้น่าสนใจ เป็นแหล่งชมนกหายาก เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาบ นกเงือกดำ ฯลฯ ระหว่างเดินก็จะพบสายน้ำไหล สระใหญ่ สระเล็กไปตลอดทางแม้เดินไกลว่าเดิมกว่าเท่าตัวแค่ความรื่นรมย์ของธรรมชาติก็ไม่ทำให้เราหน่ายแม้แต่น้อย
มีนักเดินทางผู้เสพติดการเดินทางประหนึ่งละครหลังข่าวอยู่หลายจำนวนที่สนใจทางเลือกอื่นมากกว่าความเร็วของเครื่องบิน เพราะพวกเขาชื่อว่าช่วงเวลาระหว่างเดินทางคือหนึ่งจุดหมายที่น่าจดจำ ไม่แพ้กัน ไปเยือนอันดามันครานี้ เราจึงใช้รถไฟเป็นเส้นทางสัญจร เพื่อสัมผัสเสน่ห์จำเพาะของการเดินทางที่แม้ไม่รวดเร็วขนาดผลอยหลับตื่นเดียวก็ถึง ทว่ากลับอิ่มเอมในบรรยากาศพื้นบ้านอันช่างจริงใจและเป็นกันเองอย่างที่สุด เสียงธรรมชาติบริสุทธิ์เป็นประจำทุกวันหยุดกลายเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับจังหวัดที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาเยือน Required Subject of Phang-Nga คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day เคยเขียนไว้ในหนังสือดาวหางเหนือทางรถไฟว่า การเดินทางก็เปรียบเสมือนการเรียนมีสถานที่บังคับที่ต้องไปเยือนเหมือนวิชาบังคับที่ต้องเรียน เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปยังแห่งหนใดของโลก จุดหมายปลายทางเหล่านั้นย่อมมีสถานที่ควรยล ควรสัมผัส เช่นเดียวกับวิชาบังคับที่เราต้องลงทะเบียนเพื่อจบหลักสูตร “เกาะตะปู” หรือที่นักเดินทางทั่วโลกรู้จักกันในนาม “เกาะเจมส์บอนด์” เป็นหนึ่งในวิชาบังคับประจำจังหวัดพังงาที่นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนเรียน อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา หนึ่งในสี่อุทยานแห่งชาติของจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนผืนกว้างอันอุดมสมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกาะปันหยีเป็นหมู่บ้านกลางทะเลใกล้กับปากอ่าวพังงา ความพิเศษของหมู่บ้านไม่ได้อยู่ที่ธรรมชาติอันเลิศเลอ ไม่ได้อยู่ที่ความแปลกของสถานที่ตั้งกลางทะเล แต่เราทุกคนล้วนอยากไปเยือนปันหยีเพราะโฆษณายอดฮิต เรื่องราวความฝันของเด็กชาวปันหยีที่อยากเล่นฟุตบอล แต่ภูมิประเทศไม่อำนวย ไม่มีลานโล่งกว้าง ไม่มีสนามฟุตบอล แต่ด้วยความไม่ย้อท้อ มีความมานะและความพยายาม สุดท้ายเด็กๆ กลุ่มนี้ก็ตั้งทีมฟุตบอลขึ้นและสามารถคว้าแชมป์ลำดับสามของจังหวัดมาครองได้สำเร็จ โฆษณาตัวนี้ทำให้หลายคนน้ำตาซึมและหันกลับมาสนใจเกาะปันหยี หมู่บ้านเล็กๆ กลางทะเลที่สามารถเข้าออกได้ด้วยเรือเพียงทางเดียว อยากมาสัมผัสวิธีชีวิตชาวปันหยี อยากมาคลุกคลีและเห็นสนามฟุตบอล ย้อนกลับไปนับร้อยปี บรรพบุรุษของชาวปันหยี เป็นครอบครัวชาวชวา 3 ครอบครัว อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากอินโดนีเซียโดยเรือใบ 3 ลำ เพื่อหาแหล่งทำกินที่ดีกว่า พวกเขาตกลงกันว่าใครก็ตามที่เจอสถานที่นั้นก่อน ให้สื่อสัญญาณด้วยการปักธงที่ยอดเขาครอบครัว “โต๊ะบาบู” พบหนึ่งเกาะก่อนใคร จึงนำธงไปปักไว้ และตั้งชื่อเกาะนั้นว่า “ปันหยี” อันแปลว่า “ธง” 
พื้นที่ส่วนใหญ่ของ เกาะปันหยี ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวพังงาน และบริเวณป่าชายเลนอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา แม้มีพื้นที่เพียงน้อยนิด แต่ก็ประกอบไปด้วยหมู่บ้านกว่า 300 หลังคาเรียน จาก 4 หมู่บ้าน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และประกอบอาชีพประมง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เวลามาเยือนมักเดินวนอยู่ฝั่งตะวันออก เพราะเต็มไปด้วยร้านรวงของที่ระลึก แต่หากต้องการเห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ แนะนำให้เดินเลยไปทางทิศตะวันตกอีกนิด จะเห็นศาลาประชาคม สภากาแฟร้านค้าสำหรับชาวบ้าน ร้านตัดผม โรงเรียน และมัสยิดที่อยู่คู่กับชุมชนกลางทะเลมาตั้งแต่อดีต รับรองว่าได้เต็มตากับวิถีชีวิตชาวปันหยีอย่างแน่นอน เราเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่ความงามตระการตาได้ เขาช้างที่ถ้ำพุงช้าง หนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงาเป็นถ้ำหินปูนที่มีธารน้ำจืดไหลตลอดเวลาว่ากันว่าน้ำไหลจากอีกฝั่งเขาหนึ่งมาอีกฝั่งเขาหนึ่ง จากตำบลหนึ่งมาอีกตำบลหนึ่ง การเข้าไปชมความงามจะต้องพายคายัคเข้าถ้ำแล้วนั่งแพไม้ไผ่ต่อไปยังด้านในอีกที เครื่องแต่งกายเป็นเรื่องสำคัญมากของกรเยี่ยมชม ควรแต่งกายพร้อมเปียก สวมรองเท้าสำหรับลุยน้ำหรือปีนเขา เพราะหลังจากล่องแพได้ระยะหนึ่งแล้วเรายังต้องเดินลุยน้ำตลอดทาง แม้น้ำไม่สูงแต่ก็ทำให้เราเปียกได้ น้ำด้านในทั้งใสสะอาด และเย็นเฉียบประหนึ่งออกจากเครื่องทำความเย็น บางช่วงสูงแค่เข่าบางช่วงแค่ข้อ ภายในมืดสนิทชนิดหากปิดไฟนำทางที่ศีรษะเมื่อใด แค่เอามือมาไว้ใกล้หน้าก็มองไม่เห็นแล้วหินงอดหินย้อยที่นี่รูปร่างแปลกตายามต้องแสงไฟผนังหินปูนจะสะท้อนแสงระยิบระยับตาดูคล้ายกลุ่มก้อนอัญมณีที่ผ่านการเจียรไนมาอย่างประณีต สองเท่าเดินลึกไปตามทาง สองตาก็มองตามเสียงพี่บ่าวยิ่งเดินลึกเท่าไรเรายิ่งรู้สึกว่ามีรูปร่างหินยิ่งน่าสนใจออกมาให้ยลกันเรื่อยๆ ทั้งหินรูปช้างเยือน จระเข้ตัวใหญ่ไดโนเสาร์ เต่ายักษ์ ฯลฯ ที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นหินงอดหินย้อยรูปช้างเผือกสีขาวนวล มีดวงตา ใบหู มีขาหน้า และมีง่วงยื่นออกมาเหมือนช้างตัวจริง จัดเป็น Unseen ของถ้ำพุงช้าง NOTE
GETTING THERE 
แนะนำให้ตีตั๋วรถไฟชั้นหนึ่งหรือสองตู้นอนปรับอากาศ จากกรุงเทพฯ ลงสถานีเมืองตรัง และค่อยต่อรถเช่าไปเที่ยวยังสถานีต่างๆ สนใจจองตั๋วคลิก www.railway.co.th หากมีเวลาไม่มากแต่อยากสัมผัสความเนิบช้า คุณอาจนั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพงมาลงยังตรัง และตีตั๋วเครื่องบินกลับจากสุราษฎร์ฯ หรือจังหวัดกระบี่ก็ได้ 

WHERE TO STAY 
Casa de La Flora Hotel รีสอร์ทเก๋ ริมหาดบางเนียง ติดหนึ่งใน Kiwi Collection เซ็บไซต์ที่รวบรวมรีสอร์ทเก๋ทั่วโลก รับรองว่าต้องหลุมรักในดีไซน์ และบรรยากาศแสนสงบเข้าอย่างจัง สนใจคลิก www.casadefaflora.com Tumrin Thana Hotel โรงแรมระดับสี่ดาวที่ตั้งอยู่คู่ตัวเมืองตรัง ราคาไม่แพงห้องพักภายในกว้างขวาง ใกล้กับสถานีรถไฟไปมาสะดวก มีรถรับ-ส่งตลอดคืน จองที่พักได้ที่ www.thumrin.com Anantara Si Kao Resort & Spa ขึ้นชื่อว่าอนันตราก็ย่อมการันตีได้ถึงมาตรฐานในการบริการชั้นเลิศ ถึงอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองไปนิด แต่บรรยากาศที่นี่รับรองว่าสงบและผ่อนคลายเป็นที่สุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.anantara.com 

WHERE TO EAT ร้านเรือนไม้ ร้านอาหารปักษ์ใต้ชื่อดังในจังหวัดกระบี่ ตัวร้านร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ บริการดีเยี่ยม แนะนำให้สั่ง น้ำพริกกุ้งเสียบมากินคู่กับผักสดไปพลางก่อน รสชาติกลมกล่อมไม่เผ็ดมาก อร่อยถูกใจจนใครมาก็อดซิมไม่ได้ อีกจานรับรองว่าเลิศไม่แพ้กัน แกงส้มปลากระพงใส่ยอดมะพร้าวอ่อน รสชาติเข้มข้น จัดจ้านสไตล์คนใต้แท้ เด็ด! Contact: 315/5 ถ.มหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ โทร. 075-631796, 075-631797 สามช่องซีฟู้ด ร้านอาหารทะเล สูตรเด็ด จากแม่ครัวหัวป่าประจำถิ่น ตั้งอยู่ริมคลองบางหลาม อำเภอตะกั่วป่า อาหารแนะนำคือ แกงพริกท้องปลากะพงรถชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน หม่ำคู่กับข้าวสวยและผักสดรับรองอร่อยถูกใจ Direction: จากอำเภอตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ตรงไปไม่เกิน 10 กิโลเมตร จะเจอสี่แยกบ้านกะไหล (สังเกตจะเห็นป้าย อบต. กะไหลและบ้านสามช่อง) ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบร้านสามช่องซีฟู้ดอยู่ด่านขวามือ เป็นแพอยู่ริมน้ำ โทร. 08-7266-2885 หรือ 08-0145-2550
(2)
Share
Anywhere
Keep by Anywhere
1922
FOLLOWER

Onsen in Krabi

"เช้านี้แค่ฟ้ายังไม่สาง ฝนก็ตกซะแล้ว แม้ไม่ตกหนักขนาดมืดฟ้ามัวดิน แต่ก็เป็นอุปสรรคสำหรับจุดหมายแรกของวัน ณ “สระมรกต” จ.กระบี่ สระน้ำสวยกลางป่าใหญ่ซึ่งเกิดจากธารน้ำอุ่นใต้ผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ ไม่รู้ว่าแอบบ่นดังหรือเทวดาฟ้าดินเป็นใจ เพราะฟ้าที่มืดครึ้มอยู่ดีๆ ก็กลับสว่างใสอีกครั้งราวไม่เคยมีม่านเมฆมาบดบัง เราหอบสัมพาระ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับลงเล่นน้ำ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ยอมพลาด) เดินขึ้นเขามาตามทางประมาณ 800 เมตรจากลานจอดรถ สองฟากทางเดินเต็มไปด้วยแมกไม้สูงใหญ่ นกป่าเจื้อยแจ้วหยอกล้อกันตามกิ่งไม้ไหว มีศาลาขนาดเล็กไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักตลอดทาง หากคุณยังจำวรรณกรรมไทยเรื่อง “พระสุธนมโนราห์” ได้ นางเอกของเรื่องเป็นกินรีจากป่าหิมพานต์ ถูกจับได้ตอนลงเล่นน้ำในสระมรกตใหญ่กลางป่า แล้วกลายมาเป็นมเหสีของพระสุธนผู้เป็นมนุษย์ ใครจะเชื่อว่าสระมรกตในป่าหิมพานต์ที่เคยจิตนาการในวัยเด็กจะได้มีโอกาส มาพบเจอเอาตอนโต สระน้ำใหญ่สีเทอร์ควอยซ์ลึกประมาณ 2 เมตร ล้อมด้วยทิวไม้ใหญ่รอบสระ อุณหภูมิประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นกำลังดี ใครๆ เลยพากันกระโจนลงน้ำแวกว่ายกลางสายชล บางคนไม่อยากเปียกก็นั่งห้อยเท่าลงน้ำแช่ขากันสบายๆ โพสท่าเก๋ๆ ถ่ายรูปสวยๆ กันไป ขากลับเราใช้อีกหนึ่งเส้นทางเป็นขาลง เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติมีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร ป่าเขียมครึ้มร่มรื่นด้วยพรรณไม้น่าสนใจ เป็นแหล่งชมนกหายาก เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาบ นกเงือกดำ ฯลฯ ระหว่างเดินก็จะพบสายน้ำไหล สระใหญ่ สระเล็กไปตลอดทางแม้เดินไกลว่าเดิมกว่าเท่าตัวแค่ความรื่นรมย์ของธรรมชาติก็ไม่ทำให้เราหน่ายแม้แต่น้อย"
1 KEEP
Anywhere
2 LOVES
thawatchaiwat07
Tametame
COMMENT