โจ๊กกองปราบ  ตบท้ายด้วยเมนู 24 ชั่วโมง ขวัญใจคนหิวไม่เป็นเวล่ำเวลา ตรงดิ่งไปที่ฝั่งตรงข้ามกองปราบฯ โชคชัย 4 แล้วรี่เข้าไปอร่อยกับ “โจ๊กกองปราบ” ที่ยังพิชิตใจคนชอบโจ๊กได้ทุกเมื่อ รสชาติยังคงเส้นคงวา แถมยังขายกันทุกเวลา ถูกใจความหิวที่ไม่เข้าใครออกใครเสียยิ่งนัก

NOTE
ชิมริมทางแบบชัวร์ ๆ          
 สนนราคาสบายกระเป๋า แต่บริการอาจจะไม่เพอร์เฟ็กต์แบบร้านหรู 
 อย่าลืมพกกระดาษทิชชูติดกระเป๋าไปด้วย 
 จานพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ เวลาใส่ของร้อน ๆ อาจจะทำให้สีซึ่งมีโลหะหนักจำพวกตะกั่วผสมอยู่ และหลุดออกมาติดกับอาหาร
กรุงเทพมหานคร ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้น ๆของโลกที่ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมด้วยความหลากหลายของกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ผสมผสานเรื่องราวในอดีตเข้ากับเมืองที่กำลังพัฒนา แต่ยังคงไว้ซึ่งวิถีความเป็นอยู่หลากเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจ และหนึ่งในเสน่ห์ที่ว่านั่นคือเรื่องราวของอาหารการกิน ด้วยความเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล กรุงเทพฯ จึงเป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนทราบดีว่าที่นี่มีครัวที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และเป็นครัวขนาดใหญ่ที่มีของกินหลากหลาย ตั้งแต่ร้านรถเข็นบนฟุตบาท เพิงริมทาง ร้านห้องแถวขนาดเล็ก ร้านสวยของคนชอบละเลียดบรรยากาศ ไปจนร้านหรูติดดาว ว่าแล้วต้อง “ตามไปชิม” ขอเริ่มจากเมนูที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ซึ่งก็มีร้านดีร้านดังอยู่ทั่วกรุง แต่หากให้เลือกมาแนะนำกันสักที่ก็ต้อง “เกาเหลาสามย่าน” (ตั้งไท้เซ้ง) อยู่แถวแยกเกษตรฝั่งตลาดบางเขน เยื้องกับตลาดอมรภัณฑ์ ร้านเก่าแก่แต่ดูดีสะอาดตา ทั้งรสชาติและบรรยากาศถูกใจกรรมการนักชิมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเนื้อเปื่อยชิ้นนุ่มพอดีคำ น้ำซุปสูตรลับหวานหอมเครื่องเทศ มีน้ำชาบริการแทนน้ำเปล่าด้วย ประเด็นหลังนี่เราแอบชอบใจเป็นพิเศษ ร้านนี้เขาเปิดขายกันตอนสาย ๆ ไปจนถึงบ่ายแก่ ๆ ตอนเที่ยงคนเยอะหน่อย ถ้าให้ดีแวะไปชิมหลังบ่ายโมง น้ำซุปจะเข้าเนื้อถึงใจยิ่งขึ้น กล่าวถึงร้านอาหารที่รอนาน ภาพของกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งจับกลุ่มอยู่ริมทางปากซอยโชคชัย 4/54 พร้อมด้วยป้าคนหนึ่งที่บรรจงรังสรรค์เครปดังงานศิลปะชิ้นเอกก็ปรากฏขึ้น แม้จะเกิดคำล้อขึ้นต่าง ๆ นานา ทั้งเครปป้าเฉื่อย หรือเครปชาติหน้า แต่จริง ๆ แล้วเป็นร้านป้า “พรพิมล” ที่ทุกคนยังยินดีรอคอยชิมอยู่เสมอ เครปป้าพรเขาขายดีจนต้องมีบัตรคิว คนที่รู้กฎกติกา เขาก็มาสั่งจองกันตั้งแต่บ่าย ขณะที่ร้านนี้เปิดประมาณสามทุ่มถึงตีห้าโดยประมาณ นอกจากคุณป้าจะละเมียดละไม เดินไปเดินมากว่าจะได้เครปสักชิ้นแล้ว คงเป็นเพราะมีคนสั่งจองในปริมาณมาก ๆ เพราะรอนานก็ต้องสั่งให้คุ้ม ส่วนความอร่อยที่เกิดจากการบากบั่นนั่งคอยกันนานเป็นชั่วโมงแล้ว คือลักษณะของเครปแบบสั่งได้ ทั้งแบบแป้งหนานุ่ม ปลายกรอบ ๆ หรือกรอบสนิทเต็มปากเต็มคำ ขอเพียงสั่งและรออย่างใจเย็น ถ้าทำได้ป้าก็พร้อมจัดให้และจัดเต็ม! ใครที่บ่นอุบเพราะไม่รับประทานเนื้อ เราก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวหมูที่ไม่น้อยหน้ามานำเสนอ แต่ต้องขอวงเล็บว่าร้านที่ไปกินบ่อย ๆนี้ อาจจะไม่ถูกอกถูกใจวัยรุ่น เพราะเป็นอีกหนึ่งสุดยอดร้านรอนาน โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยง คนจะเต็มร้าน ทั้งคนซื้อกลับบ้านและรับประทานที่นี่ ขาประจำรู้ดีว่าจะไม่มาตอนเที่ยงเด็ดขาด ด้วยความอร่อยและพิถีพิถันของร้านก๋วยเตี๋ยวหมูที่ไม่มีชื่อร้านแต่มีชื่อเสียงทุกคนเรียกกันว่าร้าน “เจ๊แกละ” ร้านนี้อยู่ในหมู่บ้านชลนิเวศน์แยก 5 ถนนเลียบคลองประปา ซอยประชาชื่น 35 เข้าจากหมู่บ้านไปประมาณ 100 เมตร มองซ้ายก็เห็นร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ๆ ตรงหัวมุม และภาพของคนนั่งคอยอย่างใจเย็น เจ๊แกละแกพิถีพิถันเรื่องน้ำซุปจากการเคี่ยวน้ำต้มกระดูกจนได้ที่ อันเป็นหัวใจสำคัญกว่า 30 ปีแล้วที่แกตื่นมาเคี่ยวกระเทียมเจียวน้ำมันที่เพิ่มความหอมหวนเองกับมือ พร้อมพริกที่คั่วเองเช่นกันลองไปชิมกันได้ เขาเปิดตั้งแต่เก้าโมงครึ่งถึงประมาณบ่ายสาม ดึก ๆ หน่อย หากใครที่ผ่านมาแถวซอยมหาดไทย (ลาดพร้าว 122) เข้าซอยไปโค้งแรกซ้ายมือ จะมีร้าน “ตากอบ” เปิดให้บริการ “ก๋วยจั๊บญวน” รสชาติเยี่ยม สูตรดั้งเดิมของคนอุบลราชธานี ใช้หมูยออย่างดีสั่งตรงจากอุบลฯ พริกเผาคั่วที่ทำเองทุกวัน กลายเป็นขวัญใจคนนอนดึกหรือคนกลับดึกในย่านนี้ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่วนเวียนเข้ามาเป็นลูกค้าประจำ “โภชน์สภาคาร” ร้านอาหารชาววังสูตรดั้งเดิม ที่มีอายุอานามเกือบร้อยปีแล้ว เป็นร้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนถนนตะนาว ก่อนแยกสี่กั๊กเสาชิงช้าคนแถวนี้จะรู้จักดีในชื่อ “ร้านกุ๊กสมเด็จฯ” ที่ได้ชื่อนี้เพราะ คุณฮง ภวะนันท์ (ผู้ก่อตั้งร้าน) เคยประจำห้องเครื่องในวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ มาก่อนดังนั้นสูตรอาหารเด็ดจากในวังจึงสืบทอดจากรุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของอาหารร้านนี้คือ มีรสชาติจัดจ้านแบบไทย ๆ มีเมนูเด็ดหากินยากอย่างแกงจืดลูกรอก, หมี่กรอบ, ไข่เจียวตะไคร้, ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย และแกงส้มชะอมไข่ ดอกขจรกุ้งสด ฯลฯ มาถึง “ห้องอาหารเลิศรส” หรือ LertRos Alacarte ตั้งอยู่ริมถนนสีลมใกล้กับถนนพัฒน์พงษ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาประมาณปี 2499 โดยคุณพ่อ (นายสันติ พงศ์พจน์เกษม) ได้ปรับปรุงอาหารสไตล์ฝรั่ง มาเป็นสูตรเฉพาะเพื่อให้ได้รสชาติสำหรับคนไทย เช่น ไก่อบ หมูอบราดน้ำเกรวี่ สตูลิ้นวัว สตูไก่ เป็ดอบไวน์แดง ฯลฯ ซึ่งเครื่องปรุงหลายชนิดต้องใช้ของจากต่างประเทศ 
ต่อมาก็เริ่มพัฒนาอีกหลายเมนูตามมา เช่น กะหรี่ไก่ กะเพราไก่ เนื้ออบ กะหรี่เนื้อ ส่วนของหวานต้อง คาราเมลคัสตาร์ด หรือเยลลี่สั่งคู่กับไอศกรีมที่มีความอร่อยอย่างลงตัว ซึ่งลูกค้าประจำที่เป็นแฟนพันธุ์แท้จะต้องตักเข้าปากหลังอิ่มจากอาหารคาวทุกครั้ง 
โดยในปี 2522 ร้านอาหารได้ย้ายจากริมถนนสีลมเข้ามาอยู่ในซอยสีลม 4 จนถึงปัจจุบันและได้เปลี่ยนชื่อเป็น ร้านอาหารเลิศรส อาลาคาท ที่คนในย่านสีลมรู้จักกันดี ตั้งแต่เด็กนักเรียน ครอบครัว นักธุรกิจ นักการเมือง ฯลฯ โดยยังคงคุณภาพเอาไว้ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ความอร่อยที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” ไปกันที่เมนูง่าย แต่ได้ใจความ และอยู่มายาวนาน ชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวนายน้อย” เปิดมากว่า 40 ปี ร้านอยู่ที่เชิงสะพานคนข้ามถนนที่ถนนลาดหญ้า วงเวียนใหญ่ ใกล้ ๆ ห้างโรบินสัน เปิดบริการเวลา 11.00 – 22.00 น. ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวแต่ขายราดหน้าและผัดซีอิ๊วรสชาติเยี่ยม เพราะเขาพิถีพิถัน ตั้งแต่ผัดเส้นสำหรับราดหน้า ไม่เหมือนร้านทั่วไปที่เอาลงกระทะคน ๆๆๆ สามสี่ครั้งก็ตักขึ้นแล้ว จึงได้ความหอมพิเศษ ส่วนน้ำราดหน้ารสกลมกล่อม เนื้อหมูนิ่มได้ที่ ด้านผัดซีอิ๊วคงไม่ต้องพูดถึง เพราะถึงขั้นรอคิวก็แสดงได้ว่าต้องมีดีแน่นอน 
เรื่องราวของร้านดังในอดีต ที่เกี่ยวข้องกับอาหารมักจะผูกร้อยเข้ากับประวัติศาสตร์หรือประวัติชีวิตของผู้เป็นเจ้าของร้านเสมอ รสชาติของอาหารจึงมักจะเป็นรสชาติของความทรงจำ จึงเชื่อมั่นว่าหลายคนคงมีร้านดังในดวงใจของตัวเองกันแทบทั้งสิ้น แล้วคุณได้กลับไปเพื่อหวนอดีตกันบ้างหรือไม่ อีกร้านเก่าแก่คือ “วิเศษไก่ย่าง ภัตตาคาร” อยู่ตรงสี่แยกบางโพ หรือเรียกกันจนติดปากว่าไก่ย่างบางโพ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2497 ในชื่อร้าน “โกเหลี่ยง” เป็นอาหารสไตล์กุ๊กช็อปไหหลำขนานแท้เริ่มต้นร้านแรกเพียงคูหาเดียว ลงทุนไปเรื่อย ๆ จนมีเงินเหลือไปจ่ายตลาดเพียง 80 บาท เมนูช่วงแรกเป็นอาหารจานเดียวอย่างข้าวผัด หรือราดหน้า แล้วค่อย ๆ พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ โดยย่านบางโพเป็นย่านชาวจีนไหหลำที่มาประกอบธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ขายดีจนขยายเป็นตึกแถว 3 ห้อง จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ 
“วิเศษไก่ย่าง” จนปี 2510 เกิดไฟไหม้สลัมด้านหลัง จึงได้พื้นที่ปลูกสร้างอาคารในปัจจุบัน 
เมนูชวนชิมนอกจากไก่ย่างสูตรดั้งเดิมแล้ว ยังมีเมนูระดับเชลล์ชวนชิม อย่างปลาดุกทอดกรอบผัดเผ็ด แฮ่กึ๊นสด มัจฉาหม้อไฟ ทอดมันปลากราย ฯลฯ ส่วนไก่ย่างอันเป็นชื่อร้านนั้น มาจากการที่ลูกค้าได้ถามหาไก่ย่าง เจ้าของร้านจึงนำสูตรไก่ย่างอันเลื่องชื่อของภัตตาคารชายทะเลจันทร์เพ็ญ มาให้บริการจนเป็นที่ติดอกติดใจกันทั่วทั้งเมือง 

NOTE
“กุ๊กช็อป” เป็นคำเรียก การปรุงอาหารประยุกต์ระหว่างฝรั่งกับจีนไหหลำ ซึ่งมาจากร้านอาหารฝรั่งที่คนจีนเป็นเจ้าของ เมนูยอดนิยมที่พบในร้านกุ๊กช็อป ได้แก่ สตูลิ้นวัว สลัดเนื้อสัน สเต๊กที่มีการปรุงน้ำเกรวี่แบบน้ำท่วมเนื้อ 
ร้านกุ๊กช็อปเคยได้รับความนิยมมากเมื่อ 50-60 ปีก่อน แต่ในปัจจุบันนี้ เหลืออยู่เพียง ไม่กี่ร้าน เช่น ย่งหลี ฟูมุ่ยกี่ สีลมภัตตาคาร ออกมาจากดินแดนสุดหลอน ไปเจอกับร้านอินเทรนด์ใหม่ล่าสุดของชาวกรุงเทพฯ ฝีมือการปลุกปั้นของเจ้าพ่อชาเขียว จากประสบการณ์การทำธุรกิจอาหารกว่า 30 ปีของ ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ  บริษัท ไม่ตัน จำกัด มองเห็นพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนไทยมาตลอด พบว่าเทรนด์การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ จะมองหาร้านอาหารที่ตอบสนองทั้งความอิ่มอร่อย รสชาติเยี่ยม คุณภาพของอาหารที่ดี รูปลักษณ์อาหาร และบรรยากาศที่ทันสมัย สวยงามและการบริการที่พิถีพิถันเป็นองค์ประกอบรวมในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ 
จึงเป็นที่มาของการพัฒนาคอนเซ็ปต์ร้านโทคิยะ ซึ่งหมายถึงความงดงามแห่งศิลปะของอาหารบนจานเซรามิก ในรูปแบบการให้บริการอาหารประเภท Asian Fusion Food และเติมสีสันการให้บริการด้วยรูปแบบ Steak Course 8 คนเมืองที่ชอบอัพเดตอะไรใหม่ ๆ ก็ไปลิ้มลองกันได้ที่ โทคิยะ ฟิวชั่นสเต็กคอร์ส บนชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เอาใจคนอินเทรนด์ตัวจริง ที่คิดว่าสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีร้านอาหารมังสวิรัติที่มีความเก๋ไก๋ไม่เบา ชื่อร้านทำนา Tham-na Hometaurant เปิดบริการตั้งแต่แปดโมงเช้า เพราะว่าเป็นทั้งบ้าน เกสต์เฮ้าส์ และ ร้านอาหารทำนาจึงเรียกตัวเองว่าเป็นโฮมเตอรองต์ ตั้งอยู่ระหว่างถนนสามเสนซอย 3 และ 5 ชั้นบนเป็นที่พัก ส่วนชั้นล่างเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก ภายในร้านทำนายังเป็นแกลอรี่ขนาดย่อม ซึ่งเป็นภาพเขียนสีน้ำมันฝีมือของคุณพ่อ “ไมตรี ลิมปิชาติ” ดังนั้นเจ้าของร้านก็คือน้องบีน ลูกสาวของคุณไมตรีนั่นเอง 
อิ่มตาอิ่มท้อง ดีทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ เมนูมังสวิรัติ ดัดแปลกให้หลากหลาย หน้าตาน่ารับประทาน อย่างส้มตำข้าวห่อสาหร่าย สปาเกตตีมะเขือเทศสด และบอลเห็ดฟาง ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตของร้าน แถมด้วยกาแฟรสชาติดี แบบ peaberry ที่ส่งตรงจากเชียงใหม่ Pizza Pizza by Yanee ของ ตุ๊ก-ญาณี จงวิสุทธิ์ ดาราพิธีกรมากความสามารถ ก็เป็นอีกร้านที่ยังได้รับความนิยม จากผู้ที่ชื่นชอบอาหารสไตล์อิตาเลียน-พิซซ่า ปัจจุบันมีหลายสาขา ทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ พัทยาและหัวหิน การันตีด้วยรสชาติสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ เป็นอีกของจริงที่ตกไม่แตกและยังเรียกลูกค้าได้จนถึงปัจจุบัน ถึงจะเป็นตลกแต่ก็ทำอะไรจริงจังไม่ล้อเล่น จึงทำให้ “ครัวถั่วแระ” เป็นอีกร้านที่ไม่ได้เป็นเพียงตำนานของธุรกิจดารา โดยเลือกก๋วยเตี๋ยวต้มยำและข้าวหมูแดงออกมานำเสนอเป็นไฮไลท์ การันตีด้วยคำแถมท้าย “ห้ามปรุง” ปัจจุบันร้านอยู่ติดกับสนามกอล์ฟ ใกล้ห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ร้านนี้การันตีด้วยรสชาติจี๊ดจ๊าดแบบคนไทย จึงได้ใจกรรมการไปแบบฉลุย Spring & Summer ของ พล ตัณฑเสถียร ในย่านสุขุมวิท ด้วยโครงสร้างของบ้าน 2 ส่วน ส่วนแรก เจ้าของเรียกบ้านหลังนี้ว่า Spring ส่วนบ้านอีกหลังบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นช็อกโกแลตบาร์ ถูกเรียกว่า Summer
คำว่า Spring ให้ความรู้สึกที่สบายเหมือนฤดูใบไม้ผลิ ถ้าเปรียบกับอาหารก็เป็นความรู้สึกสบาย ๆ ทั้งก่อนและหลังรับประทาน ซึ่งทั้งรสชาติก็ต้องดูดีมีสไตล์ อร่อยและหน้าตาดี ด้วยความที่ใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟตั้งแต่เด็ก การก้าวสู่ธุรกิจอาหารจึงไม่ใช่การออกมาทำร้านอาหารตามสมัยนิยม เพราะผันตัวมาเป็นเชฟ ลงมือปรุง ลงมือเสิร์ฟด้วยตัวเอง จึงได้คะแนนใจจากลูกค้าไปเต็ม ๆ นักแสดงอารมณ์ขวัญใจมหาชน โก๊ะตี๋ – เจริญพร อ่อนละม้าย เจ้าของร้าน “โก๊ะข้าวมันไก่” ที่กำลังถูกปากติดใจคนรักเมนูจานเดียว อิ่มอร่อยง่าย ๆ เสียงตอบรับอุ่นหนาฝาคั่งจนขยายเป็น 7 สาขา ทีเด็ดที่ใคร ๆ ก็พูดถึงคือ ไก่สับชิ้นหนาเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ ข้าวมันไก่หุงนุ่มกำลังดี และน้ำซุปหอม ๆ ที่มาพร้อมโครงไก่ชิ้นโต ๆ ให้ได้แทะเล่นเพลิน ๆ ทำเอาสาว ๆ ลืมความอ้วนไปชั่วขณะ นึกได้อีกที ก็เมื่อรวบช้อนข้าวเกลี้ยงจานแล้วนั่นเอง จากแรงบัลดาลใจของคนช่างชิม จุดเริ่มต้นของทาร์ตไข่ ในเดือน กันยายน 2543 จนพัฒนามาเป็นขนมอร่อยอีกมากมาย กับอาหารเครื่องดื่มหลายเมนู ทำให้ร้านอาหาร ka-nom กับคอนเซ็ปต์ Fashion Bakery จึงไม่ทำให้ใครผิดหวัง และเจ้าของร้านอย่างป๋าต๊อบ-ปฏิญญา ควรตระกูล ก็ไม่ผิดหวัง เพราะมีสาขาผุดขึ้นมากมาย ทั้งสยามสแควร์, สุขุมวิท 49, ลา วิลล่า, เดอะ คริสตัล, ปัญญาวิลเลจ ไปจนกระทั่งจังหวัดเชียงใหม่ 
อาหารยิ่งชิมก็ยิ่งอิ่มพุงกาง แต่พอต้องมาบนหน้ากระดาษแบบนี้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งหิว แยกย้ายไปกินข้าว เปิบของอร่อยกันดีกว่า โอ้! อาหารไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริง ๆ
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

โจ๊กกองปราบ

"ตบท้ายด้วยเมนู 24 ชั่วโมง ขวัญใจคนหิวไม่เป็นเวล่ำเวลา ตรงดิ่งไปที่ฝั่งตรงข้ามกองปราบฯ โชคชัย 4 แล้วรี่เข้าไปอร่อยกับ “โจ๊กกองปราบ” ที่ยังพิชิตใจคนชอบโจ๊กได้ทุกเมื่อ รสชาติยังคงเส้นคงวา แถมยังขายกันทุกเวลา ถูกใจความหิวที่ไม่เข้าใครออกใครเสียยิ่งนัก
NOTE
ชิมริมทางแบบชัวร์ ๆ
 สนนราคาสบายกระเป๋า แต่บริการอาจจะไม่เพอร์เฟ็กต์แบบร้านหรู
 อย่าลืมพกกระดาษทิชชูติดกระเป๋าไปด้วย
 จานพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ เวลาใส่ของร้อน ๆ อาจจะทำให้สีซึ่งมีโลหะหนักจำพวกตะกั่วผสมอยู่ และหลุดออกมาติดกับอาหาร "
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT