มื้อนี้กินปลากัน เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังจริงๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเมนูปลาแปลก เมนูปลาพิสดาร รวมไปถึงเมนูปลาแพงหูฉี่ ที่ต้องได้ลองสักครั้งก่อนตาย เมนูปลาแปลกๆ มักมาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นประเทศที่นิยมรับประทานปลามากขอเริ่มที่เมนูควรลอง ปลาปักเป้าทะเล เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาก มีราคาที่สูง ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานเป็นปลาดิบหรือซาชิมิ ซึ่งหากแล่โดนพิษในน้ำดีจะกระจายเข้าสู่เนื้อปลา ทำให้ผู้รับประทานถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียวแต่รสชาติของมันก็ทำให้หลายคนยอมเสี่ยงเพื่อให้ได้ลิ้มรสความอร่อยที่สุดแสนจะอันตรายนี้...

มาถึงเรื่องของปีศาจทะเลกันบ้าง... มังค์ฟิช (Monkfish) ปลาทะเลน้ำลึกหน้าตาประหลาด ถือได้ว่ามีราคาแพง โดยจะตัดหัวออก รับประทานเฉพาะลำตัวเท่านั้นส่วนอีกตัวที่น่าสนใจคือปลาออเรนจ์รัฟฟี่ (Orange roughy) ตัวสีแดงสด เป็นปลาทะเลที่ราคาแพงระยิบ อีกทั้งยังหาได้ยาก เนื่องจากพวกมันสืบพันธุ์ยากมากใช้เวลานานเกือบ 100 ปีทีเดียวปิดท้ายของแพงกันที่ ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก ที่เรียกว่าเบลูก้า คาเวียร์ เป็นชนิดที่มีสีเทาอ่อนๆไล่ลงมาจนเกือบขาวตามอายุของปลายิ่งปลาอายุมากไข่ก็จะมีสีอ่อนลงและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ

มาถึงอาหารจานปลาชวนสยองที่หลายคนอยากลองกันบ้าง... ปลาหยิงหยาง(Yin Yang Fish)เป็นอาหารจากประเทศจีนวิธีทำคือจุ่มปลาเป็นใส่ลงไปในน้ำมันและทอดขณะมันมีชีวิตอยู่ อีกเมนูชื่อว่า อิคคีซึคุริ (Ikizukuri) มีความหมายว่า“ตระเตรียมขณะที่กำลังมีชีวิตอยู่”เป็นอาหารปลาที่แล่บางๆและบริโภคทันทีจากปลาซึ่งยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองเมนูนี้ออกแนวสยองทั้งคู่ แต่กลับได้รับความนิยมมากจากนักชิมทั่วไป
ระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำ ดีใจจริงๆ ที่วันนี้ได้มีโอกาสมาใช้บริการร้านนี้สักทีในตัวร้านตกแต่งแปลกตาเปลือยโครงสร้างบางส่วน ลักษณะเหมือนโกดังขนาดใหญ่ แต่ความรู้สึกของเราคล้ายๆ เรือดำน้ำขนาดใหญ่มากกว่า บรรยากาศในร้านจะครึกครื้นขึ้นมาด้วยเสียงเพลงที่ทางร้านเปิด ผนังก็เพ้นท์เป็นรูปปลาน่ารักเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ เอาไว้ให้สาวๆ ได้อัพโชว์

เมนูจานปลาที่แนะนำของ Happy Fish เมนูแรกเป็น เมนูสุขภาพ House Cured Gravlax Salad หรือสลัดปลาแซลมอน และยังเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้าน ปลาแซลมอนสดๆ นำมารมควันให้กลิ่นหอมนิดๆ ผักสลัดสดๆ และทีเด็ดคือน้ำสลัดที่ต่างไปจากร้านทั่วไปคือใช้น้ำจิ้มซีฟู้ดของร้านโกดังทะเลมาเป็นน้ำราด รสชาติแซบถูกปากคนไทยอย่างเราเหลือเกิน Fish & Ship อาหารประจำชาติชาวผู้ดีอังกฤษ ที่นี่ใช้ปลาหิมะทอดชิ้นพอดีคำ กรอบนอก นุ่มในทานกับซอสเข้ากันมาก เมนูต่อมาที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอและถือว่าเป็น Signature ของทางร้าน Snow Fish & Mango Salsa หรือปลาหิมะราดซอสมะม่วง ปลาหิมะชิ้นโตเสิร์ฟมาพร้อมผักโขมและมันบด โดยราดด้วยซอสมะม่วงรสชาติเปรี้ยวนิดๆ และยังท้อปปิ้งด้วยเนื้อมะม่วงที่หั่นเป็นลูกเต๋า เล็กๆ ให้รสสัมผัสความเป็นมะม่วง ตัวซอสที่ช่วยส่งเสริมให้รสชาติของเนื้อปลาหิมะเด่น ขึ้นมา ทานคู่กับผักโขม มันฝรั่งบด เมนูนี้พูดเลยว่า ติดใจค่ะ

เมนูของหวาน Chocolate Fondant หรือช็อกโกแลตลาวา เสิร์ฟมากับผลไม้รสออกเปรี้ยวอย่างสตรอว์เบอร์รี กีวีและมะม่วงสุก ทานกับช็อกโกแลตลาวารสเข้มข้นแต่ไม่หวาน จนเกินไปเข้ากันทีเดียวยิ่งทานกับไอศกรีมวานิลลาที่เสิร์ฟมาด้วยยิ่งฟินไปใหญ่ ถูกใจอีกแล้ว... Cocktail สำหรับคนที่มาแฮงเอาท์กับเพื่อนๆ อยากหาอะไรดริงก์สักหน่อยให้พอสนุก Happy Fish ก็มีค็อกเทลแนะนำเป็น Apple Martini รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ และยังมีกลิ่นหอมของแอปเปิลเขียว หรือตัว Signature ของทางร้าน Fishsling รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี นอกจากนี้ยังมีเหล้าปั่นที่ทางร้านเอาผลไม้สดมาผสมในเหล้าปั่นแทนตัวน้ำเชื่อมทำให้รสชาติมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนๆ แน่นอนค่ะ

ด้วยรสชาติอาหารที่อร่อย บรรยากาศดี บริการที่ครบครันแบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่ Happy Fish กลายเป็นร้านแฮงเอาท์ ขวัญใจของหลายต่อหลายคน และที่สำคัญ มีเมนูจานปลาที่เด็ดไม่แพ้ที่ไหนหลายเมนูด้วย... สุดสัปดาห์นี้ใครว่างลองหาเวลามาดี๊ด๊าเป็นปลาได้น้ำกันที่นี่เหมือนเรานะคะ

ร้าน Happy Fish
Asiatique The Riverfront
2194 ซอยเจริญกรุง 72 - เจริญกรุง 74 อาคาร ย่านริมน้ำของโครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
โทร. 08-3015-9988 0-2108-4498 ต่อ 18 ทำไมมากูโร(ทูน่า)จึงกลายเป็นปลาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่ราคาแพงที่สุดในโลก... เพราะมากูโรชั้นดีจะเป็นปลาขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกทำให้เป็นปลาที่หารับประทานได้ยาก รสชาติหวานอร่อยคล้ายกับเนื้อวัวอีกทั้งยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายในทุกส่วนของร่างกายบวกกับจำนวนที่ลดลงไปเรื่อยๆทำให้ ปลาชนิดนี้กลายเป็นปลาที่มราคาสูงสุดในปัจจุบัน และสายพันธุ์ที่ราคาสูงสุดคือ Blue fin Tuna ญี่ปุ่นเรียก “ฮงมากูโร่”...

ครั้งนี้ขอเจาะลึกๆ เรื่อง มากูโร สักหน่อย... เดินอาดๆเข้าร้านซูชิที่โด่งดังนามว่า Sushi Masa แล้วตั้งหน้าตั้งตาสั่งมากูโรมาลองิชม เชฟผู้กุมบังเหียนของร้านวิ่งโร่ออกมาแจงความเป็นไปของมากูโรให้ฟังอย่างละเอียดก่อนที่จะเริ่มชิม “ปลาทูน่าที่นำมาขายในบ้านเราส่วนใหญ่เป็น Yellow fin Tuna ซึ่งมีราคาถูกกว่า Blue fin Tuna ส่วนรสชาตินั้นก็จะด้อยลงกว่าเล็กน้อยเช่นกัน จากนั้นเชฟก็ยกเมนูมากูโรมาให้ลอง เป็นซูชิหน้าตาสวยที่ประกอบ ด้วย O-Toro, Tyu-Toro และAkami อยากจะบอกว่ารสชาติสะเด็ดญาติมาก เนื้อหวานนุ่มลิ้น อีกทั้งยังมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเนื้อของทั้ง 3 ชิ้นนี้... ต่อกับ Akami Sashimi เพื่อชิมความอร่อยของอากามิแบบเต็มคำ...อย่างที่บอกเลย เนื้อนุ่มแต่ไม่มันมาก ทำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง มาถึง Spicy Tuna เป็นการนำอากามิมาหั่นเป็นชิ้นเล็กหน่อย จากนั้นนำมายำ พร้อมกับเครื่องเคียง ให้รสแซบแบบบ้านเรา เคี้ยวพร้อมกันกับซูกินีกรอบๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นอวลอยู่ในปาก Tuna Salad เป็นซูชิอีกรูปแบบหนึ่งที่เชฟให้ความสำคัญไม่แพ้ใคร โดยนำอากามิมาหั่นเป็นชิ้นเล็กหน่อย จากนั้นก็เคล้าด้วยเครื่องสลัด แล้วตัดรสเลี่ยนด้วยต้นหอมซอย รับประทานพอดีคำอิ่ม ส่วนใครที่หลงรักอาหารจานข้าวไม่ควรพลาด Negi Toro Don ที่นำอากามิมาสับจนละเอียดดี ผสมกับ Ikura Nigiri รสชาติเค็มๆ มันๆน่าลองชิม ปิดท้ายด้วย Masa Grand ที่รวมเนื้ออาหารทะเลชั้นดีมารวมกัน ไว้นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยนำเสนออีกมากมาย... ไม่ว่าจะเป็น Salmon Roll, Okada Sushi หรือ Engkawa+Hotate Sushi เชฟยังบอกอีกด้วยว่าคนไทยนิยมรับประทาน Engkawa และHotate ที่ผ่านการกริลล์ มากกว่าแบบสด เนื่องจากจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเนื้อปลาและเนื้อหอยซึ่งต่างกับคนญี่ปุ่นที่นิยมรับประทานแบบสด... การรับประทานปลาชั้นดีขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่างเช่นกัน ... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแล่ การหั่น รวมถึงการนำเนื้อปลามาผสมผสานให้เข้ากับวัตถุดิบชนิดอื่นๆ จนเข้ากันไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างอยู่ที่ความชำนาญ การเรียนรู้การลองผิดลองถูกของเชฟ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จนได้เมนูอร่อยน่าลิ้มลอง และเกิดเป็นเมนูใหม่ๆ ให้พวกเราได้รู้จักกับ มากูโรราชันย์แห่งซูชิ...

ร้าน Sushi Masa
ซอยทองหล่อ 5 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทร. 0-2185-3800 0-2185-3795 จีนมีประวัติศาสตร์การทำอาหารมายาวนานกว่า 4,000 ปี ความล้ำลึกของสูตรอาหารแต่ละสูตรจึงหาที่เปรียบไม่ได้ ได้ยินได้ฟังมานานเรื่องภัตตาคารจีนเก่าแก่ ว่ากันว่าเปิดมาก่อนรุ่นแม่จะเกิดเสียอีก อาหารทุกจานคัดสรรจากวัตถุดิบชั้น 1 ปรุงโดยฝีมือเชฟที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานโดยยึดถือสูตรแต้จิ๋วดั้งเดิมเป็นที่ตั้ง คนที่ไปชิมคือลูกค้าเก่าๆ สืบทอดตำนานความอร่อยจากปากต่อปาก ปู่พาพ่อไปทาน พ่อพาเราไปอีกต่อหนึ่ง ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดีนัก และไม่ค่อยทำการโฆษณา แต่ยังมีลูกค้าประจำ ไปทานอยู่เรื่อยๆ ซึ่งร้านอาหารที่จะทำเช่นนี้ได้ ทั่วฟ้าเมืองไทยมีไม่มากนัก จากวันที่เปิดร้านจนถึงบัดนี้เป็นเวลากว่า 90 ปีแล้ว

ภัตตาคารยิ้มยิ้ม มาที่นี่มีเมนูให้เลือกมากมาย จนเลือกไม่ถูก ผมจึงขอให้ทางร้าน จัดเมนูอาหารที่คิดว่าเหมาะโดยตั้งโจทย์ให้เพียงว่า จานหลักต้องทำจากปลาเท่านั้น ฮื่อแซ ปลาดิบสไตล์จีน ปัจจุบันมีร้านระดับเหลาไม่กี่ร้านที่เสิร์ฟเมนูนี้ เนื้อปลาจีนแล่บางมากจนมองทะลุเห็นลายบนจาน เสิร์ฟคู่กับขึ้นฉ่าย มะเฟืองเปรี้ยว และผักอีกสองสามชนิดทานคู่กับน้ำจิ้มรสหวาน ที่มีส่วนประกอบของบ๊วยและน้ำส้ม วิธีทาน (สูตรของผมเอง) ให้คีบเนื้อปลาวางบนจานแล้วเอาผักต่างๆ อย่างละเส้นสองเส้นมาวางพร้อมราดน้ำจิ้ม ม้วนทานทั้งแบบนั้นรสชาติอร่อยของทุกอย่างจะผสมกันอย่างลงตัว อีกจานที่อร่อยมากๆ คือ แฮ่กึ๊น ที่ครั้งหนึ่งนักชิมผู้ยิ่งใหญ่ สมัคร สุนทรเวช อดตีนายกรัฐมนตรี เคยชมว่าอร่อยที่สุดผมมาตามรอยแล้วพบว่า อร่อยมากจริงๆ เปลือกนอกที่ทำจากฟองเต้าหูกรอบ เนื้อกุ้งด้านในกัดแล้วเด้งฟัน รสหวานเข้มข้นรู้สึก ได้เลยว่าใช้กุ้งล้วนๆ แถมปรุงรสได้พอดีไม่จัดจนเกินไป ทานคู่บ๊วยเจี่ย (น้ำจิ้มบ๊วย) เข้ากันดี รองท้องกันสองจานใหญ่ก็มาถึงคราพระเอกออกโรง ปลาเต๋าเต้ยนึ่งเกี้ยมบ๊วย (ปลานึ่งบ๊วย) ราชาปลาเนื้อขาว เต๋าเต้ย หรือจะละเม็ดน้ำลึก รสเข้มข้นเนื้อแน่น เอามานึ่งบ๊วย เค็มเปรี้ยว ชูรสหวานของเนื้อปลาให้เด่นยิ่งขึ้น บรรยายสั้นๆ ว่าอร่อยยังน้อยไป ขอใส่คำว่า โคตร (อร่อย) ด้วยละกัน หมูสามชั้นที่โรยมาบนตัวปลาก่อนจะนึ่งทำ ให้ได้ซุป รสเข้ม เอาไว้ตักราดปลาอีกทีหนึ่งน้ำจิ้มที่มาทานคู่กันเป็นแบบจีนโบราณรสชาติออกเปรี้ยวๆ ตัดเลี่ยนได้ดี แถมผสมผักบางอย่างที่ให้กลิ่นหอม ชูรสอีกต่อหนึ่ง ใครจะมาร้านนี้แนะนำให้โทร.นัดแนะกับทางร้านก่อนว่าจะทานอะไรและมากี่คน ทางร้านจะได้จัดวัตถุดิบขนาดที่เหมาะสมเอาไว้ให้ มิเช่นนั้น อาจเกิดอาการจุกเข้าได้อย่างที่ผมเจอมา อันนี้ขอแนะนำ

ภัตตาคารยิ้มยิ้ม
ถนนพาดสาย หลังห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง เยาวราช ชั้น 2 อาคารตั้งใจอยู่
โทร. 0-2224-2203, 0-2224-2205 วันนี้ขอนำเสนอร้านอาหารไทยตำรับเก่าที่มากด้วยความใส่ใจ วัตถุดิบที่ใช้ส่งตรงมาจากแหล่งผลิตโดยคัดเลือกเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น แถมยังชอบใช้ของพื้นบ้านตามท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ตัวเชฟเคยแข่งขันอย่างสูสีกับเชฟอาหารไทยระดับโลกอย่างเชฟกระทะเหล็กมาแล้วและเจ๋งที่สุดตรงที่ เขาบอกว่าไม่เคยเข้าโรงเรียนสอนทำอาหารที่ไหน เพียงเรียนมาจากแม่ และรักษามันไว้อย่างครบถ้วน ร้านนี้ชื่อ ครัวยี่สาร ครับ ตามผมมาเลย รับประกันว่าอร่อย

เมนูแรกที่แนะนำเลยคือ ฉู่ฉี่ปลาทู เมนูนี้เป็นของไทยแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าได้รับวัฒนธรรมมา จากชาติไหน แต่ผมว่านั่นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่พี่ตุ๊กตา (เชฟและเจ้าของร้าน) พรีเซ็นต์ คือ ของที่เขาเลือกใช้ ปลาทูต้องเป็นปลาทูโป๊ะเท่านั้นเพราะเนื้อจะมันและละเอียดกว่าปลาทูที่ อาศัยในแหล่งอื่น เมื่อได้ของดีมาก็อย่าทำให้เสียของ กะทิคั้นเอง พริกแกงใช้สมุนไพร ครบเครื่อง ปรุงรสเค็มหวานมัน บอกตามตรงฉูฉี่จานนี้สุดยอดครับ ต่ออีกอย่างด้วย ปลาหมอแดดเดียว ทานคู่กับน้ำพริกกะปิ และผักชะครามลวกราดกะทิ จริงแล้วนเป็นสอง เมนู แต่บอกไว้เลยว่าควรเป็นอย่างยิ่งที่จะสั่งมากินด้วยกัน ผักชะครามพื้นบ้านหาทานได้ ยาก ตัวผักออกกรุบๆ รสเค็มเพราะโดยธรรมชาติมันจะดูดน้ำทะเลมาหล่อเลี้ยง ได้ไอโอดีน และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หยดกะทิเล็กน้อยให้พอได้รส ตักน้ำพริกกะปิราดเสียหน่อย แต่อย่ามากเพราะเดี๋ยวจะควันออกหู ทานคู่ปลาทอด ปลาหมอเทศตัวใหญ่กว่าปลาหมอไทย ต่างที่ก้างน้อยกว่าแถมรสชาติเข้มข้น ปลาตัวนี้อาศัยในบ่อกุ้ง จึงไม่อดอยากเนื้อรสมัน แถมตัวหนา แล่เอาแต่เนื้อมาปรุงรส ตากแดดแล้วทอดกรอบอร่อยอย่าบอกใคร ข้าวสวย หมดเป็นจานในเวลาอันรวดเร็ว ตบท้ายด้วยเมนูน้ำแกงซดลื่น ปลากระบอกต้มส้ม พี่ตุ๊กตา บอกว่าต้มส้มนี่ใช้ปลาอย่างอื่นก็ได้ แต่บ้านพี่จริงๆ แล้วอยู่ค่อนไปทางชะอำเลยชอบใช้ ปลาทะเล ปลากระบอกที่เลือกเรียกว่าปลาวัง ตัวจะใหญ่และเนื้อหวาน ซดคู่กับน้ำแกงรส เปรี้ยวนำ ร้อนแรงด้วยขิง อร่อยไม่อร่อยผมซดซะเกลี้ยงชาม *เคล็ดลับเลือกปลาอร่อย
1. ปลาหมอเทศตัวเมียจะอร่อยกว่าตัวผู้ วิธีเลือกให้ดูที่ตัวแป้น สีอ่อนๆ ตัวผู้จะสีออกดำตัวเมีย ออกขาว เนื้อจะหวานมันต่างกัน
2. ปลาทูอร่อยที่สุดต้องเป็นปลาทูโป๊ะ เนื่องจากเป็นปลาทูธรรมชาติที่อาศัยบริเวณโป๊ะไม่อดอยาก เนื้อจึงมัน ตัวจะไม่ใหญ่มาก ตัวสั้นๆ ป้อมๆ หน้าสั้นๆ และหลังจะขึ้นแถบสีออกเหลือง ส่วนที่ตัวใหญ่ๆ มากเป็นปลาทูน้ำลึก เนื้อจะหยาบ
ส่วนวิธีเลือกปลากระบอกขออภัย มัวแต่ชิมจนลืมถาม ไว้คราวหน้าละกันนะ 555 

ครัวยี่สาร
16-19 ถนนศาลาธรรมสพน์ ซอยธรรมสพน์ 25 เขตทวีวัฒนา
โทร.08-5162-3901, 08-5019-5512 เล่มกินปลาจะไม่มีปลาร้าก็ใช่ที่ เพราะมันทั้งแซบ ทั้งนัว ระดับหัวแถว ปลาร้าดีๆ ใช้เวลาหมักเป็นปีๆ กว่าจะได้ชิม วัฒนธรรมไทย (ลาว เขมร ต่างแย่งกันยกมือขอจดสิทธิบัตรผู้ค้นคิด) ผมสรุปไม่ได้จริงๆ ว่าเริ่มที่ไหน แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าไม่นับรวมเมนูส้มตำปลาร้าที่มีอยู่ทุกหัวมุมถนนทุกภาคทุกจังหวัดใน เมืองไทยแล้ว เมนูปลาร้าอย่างอื่นหารับประทานได้ยากมากๆ ยากจนขนาดที่ว่า ต้องใช้เวลาตามหาเป็น อาทิตย์เลยทีเดียว

ปลาร้ามีเป็นร้อยชนิดแยก ตามพันธุ์ปลาที่เอามาหมัก ของทางภาคกลางจะรสเค็มน้อยกว่าทางภาคอีสาน อีกทั้งกลิ่นเบากว่า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วยว่าจะเลือกใช้แบบไหน วิญญาณปลาร้าปลาเจ่าเข้าสิงแล้วใช่ไหม มาๆ เรามาดูร้านปลาร้าอร่อยๆ กัน เจ้น้อยกะปิ ปลาร้า
เริ่มต้นเป็นแหล่งปลาร้าดิบ เจ้านี้อิมพอร์ตมาจากเมืองเพชรแท้ๆ กลิ่นไม่แรงนัก ไม่เค็มจัด พอได้รสและกลิ่นให้ท้องร้องเจ้น้อยมีทั้งปลาช่อน ปลากระดี่ ใส่กระปุกอย่างดีแพ็คพลาสติกอีกชั้น ที่แนะนำเพราะเป็นเจ้าประจำของแม่ผมเอง ณ ตลาด อ.ต.ก. โทร. 08-7825-0767

น้ำพริกบ้านย่า
มาถึงนี่มีน้ำพริกปลาร้าอร่อยๆ อยากให้ชิม ทั้งปลาร้าบองและปลาร้าสับ รสชาติออกจัดจ้านไปสักนิดสำหรับคนไม่ทานเผ็ดรับรองว่าน้ำหูน้ำตาไหล แต่คนที่พิสมัยทานคู่ผักสดได้ทั้งปั้นข้าวเหนียวจิ้มหรือข้าวสวย เด่นทั้งรสและกลิ่นสมุนไพร อร่อยสไตล์ไทยๆ ร้านนี้มั่นใจได้ว่าสดสะอาดแน่ๆ มีสองสาขา ที่ตลาดหลังการบินไทย และตลาด อ.ต.ก. โทร. 08-7773-1829

แม่มาลี
ถัดมาเป็นร้านขายแกงที่ร้อนแรงด้วยเมนูปลาร้าหลน น้ำกะทิแตกมันรสข้นตัดเค็มหวาน หน่อไม้กรอบ ปลาดุกมันปลาร้าให้กลิ่นหอมฟุ้งทำให้โจษจัน ตัดรสด้วยสมุนไพรอย่างกระชายและตะไคร้ ทีเด็ดเลย มองภายนอกเห็นหม้อใบใหญ่ตั้งเรียงราย ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า....หิว ลองดูที่แผง 9/18 ตลาด อ.ต.ก. องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
เลขที่ 101 ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2279-2080 น้ำพริกกอบสุข
มาต่อกันอีกที่ ณ ตลาดบองมาร์เช่ ไม่ไกลนักจากตลาด อ.ต.ก. บรรยากาศสะอาดสะอ้าน ร้านอร่อยหลายร้านซุกตัวอยู่ที่นี่ แน่นอน รวมถึงปลาร้าด้วย เจ๋งยิ่งไปกว่านั้นร้านปลาร้าที่นี่ไม่ธรรมดา เป็นร้านของดาราเสียด้วย แนะนำเจ้าแรกเป็นน้ำ พริกปลาร้าของ คุณกอบสุข จารุจินดา ผู้จัดละครช่อง 3 ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว เพราะบางทีแกชอบโผล่มาเล่นเองในบางเรื่องบางตอน เนื้อน้ำพริกปลาร้าบองของแกรสชาติจัดจ้าน ได้กลิ่นหอมของปลาร้าและสมุนไพร ใช้ได้ครับ โทร. 0-2589-3374

ปลาร้าหวานนายสกล
ร้านนี้ใช้ปลาสดมาน็อคน้ำแข็งแล้วค่อยเข้าสู่กรรมวิธีการหมักให้กลายเป็นปลาร้า ผลที่ได้คือเนื้อแน่น ไม่เละเหมือนร้านทั่วไป ปลาร้าทอดของที่นี่จึงอร่อยมากๆ สูตรนี้เป็นการพัฒนาทั้งรสชาติ คุณภาพวัตถุดิบ และแพ็กเกจที่เก็บกลิ่นได้ 100 % สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ของจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ดาราตลกที่มีผลงานในละครซิทคอมเรื่อง บ้านนี้มีรัก โทร. 08-1937-4400 หรือ 08-1938-1221 บองมาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค
105/1 ถนน เทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-2953-8980 -9 “ปลากับอาหารจีนเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ความเชื่อแบบคนจีนคือ ปลา ในภาษาจีนออกเสียงว่า ฮื้อ ซึ่งไปพ้องกับคำว่า ฮื้อฮือ ซึ่งแปลว่า เหลือกินเหลือใช้ การกินปลาเป็นตัวในเทศกาลหรือเวลารวมตระกูลจึงเป็นการแสดงออกถึงความเหลือกินเหลือใช้และอวยพรลูกหลานไปในตัว” “อาหารไทยทำยากเพราะมีหลายขั้นตอนและจะมีรสชาติและเอกลักษณ์เปลี่ยนไปตามภูมิภาค วัตถุดิบก็เช่นกัน บ้านติดแม่น้ำก็อาจใช้ปลาน้ำจืด ใกล้ทะเลก็ใช้ปลาทะเล เพราะมันใกล้ย่อมหมายความว่า สดกว่า แต่มันก็อยู่ที่สายตาเราเลือกแล้วล่ะ ว่าดูของอร่อยเป็นรึเปล่า ปรุงได้ถึงเครื่องถึงรสไหม” “คนญี่ปุ่นชอบกินปลา และพิถีพิถันกับเรื่องนี้มากๆ ยกตัวอย่างเป็นซูชิ พระเอกของซูชิ คือปลาทูน่า มีหลายสายพันธุ์และราคาต่างกัน คนจะเลือกตามรสนิยม ที่ว่ากันว่าสุดยอดเลยคือ พันธุ์ บลูฟิน กับฮอนมากุโระ ส่วนโอโทโร่ มีไขมันแทรกมากที่สุด ราคากิโลกรัมละหลายหมื่นบาท ยิ่งในช่วงหน้าฝน เข้าสู่ฤดูหนาวทะเลจะเย็นเนื้อปลาจะอร่อยมาก”
(1)
Share
Eatingout
Keep by Eatingout
2779
FOLLOWER

มื้อนี้กินปลากัน

"เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังจริงๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเมนูปลาแปลก เมนูปลาพิสดาร รวมไปถึงเมนูปลาแพงหูฉี่ ที่ต้องได้ลองสักครั้งก่อนตาย เมนูปลาแปลกๆ มักมาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นประเทศที่นิยมรับประทานปลามากขอเริ่มที่เมนูควรลอง ปลาปักเป้าทะเล เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาก มีราคาที่สูง ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานเป็นปลาดิบหรือซาชิมิ ซึ่งหากแล่โดนพิษในน้ำดีจะกระจายเข้าสู่เนื้อปลา ทำให้ผู้รับประทานถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียวแต่รสชาติของมันก็ทำให้หลายคนยอมเสี่ยงเพื่อให้ได้ลิ้มรสความอร่อยที่สุดแสนจะอันตรายนี้...
มาถึงเรื่องของปีศาจทะเลกันบ้าง... มังค์ฟิช (Monkfish) ปลาทะเลน้ำลึกหน้าตาประหลาด ถือได้ว่ามีราคาแพง โดยจะตัดหัวออก รับประทานเฉพาะลำตัวเท่านั้นส่วนอีกตัวที่น่าสนใจคือปลาออเรนจ์รัฟฟี่ (Orange roughy) ตัวสีแดงสด เป็นปลาทะเลที่ราคาแพงระยิบ อีกทั้งยังหาได้ยาก เนื่องจากพวกมันสืบพันธุ์ยากมากใช้เวลานานเกือบ 100 ปีทีเดียวปิดท้ายของแพงกันที่ ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก ที่เรียกว่าเบลูก้า คาเวียร์ เป็นชนิดที่มีสีเทาอ่อนๆไล่ลงมาจนเกือบขาวตามอายุของปลายิ่งปลาอายุมากไข่ก็จะมีสีอ่อนลงและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
มาถึงอาหารจานปลาชวนสยองที่หลายคนอยากลองกันบ้าง... ปลาหยิงหยาง(Yin Yang Fish)เป็นอาหารจากประเทศจีนวิธีทำคือจุ่มปลาเป็นใส่ลงไปในน้ำมันและทอดขณะมันมีชีวิตอยู่ อีกเมนูชื่อว่า อิคคีซึคุริ (Ikizukuri) มีความหมายว่า“ตระเตรียมขณะที่กำลังมีชีวิตอยู่”เป็นอาหารปลาที่แล่บางๆและบริโภคทันทีจากปลาซึ่งยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองเมนูนี้ออกแนวสยองทั้งคู่ แต่กลับได้รับความนิยมมากจากนักชิมทั่วไป"
1 KEEP
Eatingout
1 LOVES
981985425178880
COMMENT