Tips ใช้อย่างฉลาด  หลีกเลี่ยงการวางผลิตภัณฑ์ใกล้แสงแดด โดยเฉพาะที่เป็นเนื้อครีม ควรเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง และไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นสูง (เช่น ห้องน้ำ) เพราะความชื้นเป็นแหล่งเพาะแบททีเรียชั้นดีเลยล่ะ 
เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดี อย่างครีมที่บรรจุในกระปุก จะทำให้แบททีเรียสะสมในเนื้อครีมได้จากนิ้วมือของเราเอง ควรเป็นขวดที่มิดชิด และสามารถเปิดใช้ได้ โดยไม่ต้องสัมผัสเนื้อครีมที่ยังไม่ได้ใช้ แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ใช้วิธีจุ่มครีมด้วยคอตตอนบัดก็ได้ค่ะ 
ทำความสะอาดอุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์เสมอ อย่าปล่อยให้มีคราบดำสกปรก 
ทำความสะอาด ลิปไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว และลิปสติกเสมอ อาจใช้วิธีเหลาหรือตัดโดยมีด (บางๆ ไม่ต้องเยอะ) ในส่วนที่เปรอะออกไป 
อย่าแชร์เครื่องสำอางกับใคร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับริมฝีปาก รวมไปถึงพัพฟ์ทาหน้า เพราะมันง่ายต่อการติดเชื้อโรคกันและกัน
ผู้หญิงกับการช็อปปิ้งนี่ถือว่าเป็นของคู่กันเลยนะคะ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นเมกอัพ หรือสกินแคร์ บางคนซื้อแล้วซื้ออีก จนบางทีก็ใช้ไม่ทัน รู้ตัวอีกที เครื่องสำอางก็กองเป็นภูเขา จนสามารถตั้งเคาน์เตอร์ในบ้านได้เลย แต่สาวๆ รู้ไหมว่า เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานของมันนะ หากเผลอใช้เครื่องสำอางหมดอายุกับใบหน้า คุณอาจจะพบกับปัญหาเรื่อง สิว ฝ้า กระ ผื่นแพ้ต่างๆ เกิดการอักเสบ คัน บวมแดง ซึ่งถ้าโชคร้าย มันอาจทำให้คุณเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เยื่อบุตาอักเสบ ฯลฯ อันตรายอย่างนี้ อย่าไปเสียดายเลยนะคะ ทุกอย่างสามารถเสื่อมสภาพได้ค่ะ อาจเกิดจากสารกันบูดมีประสิทธิภาพลดลง หรืออาจเกิดจากฝุ่นละออง อากาศ แสงแดด ความชื้น หลังจากที่ได้มีการเปิดใช้แล้ว รวมไปถึงเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ตามนิ้วเวลาใช้ก็ทำให้สะสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ เรามาเช็กกันดีกว่าค่ะว่า เครื่องสำอางที่คุณครอบครองอยู่ในมือตอนนี้ หมดอายุแล้วหรือยัง? 
1.หาเลขวันหมดอายุเสมอนะคะ ส่วนใหญ่วันหมดอายุมักจะอยู่ข้างกล่อง หรือบนผลิตภัณฑ์ แต่หากไม่มี คุณสามารถใช้วิธีจำรหัสล็อตผลิต แล้วเช็กกับบริษัทผู้ผลิตได้ว่าเครื่องสำอางชิ้นนี้ได้ถูกผลิตเมื่อไหร่ 
2.สังเกตสัญลักษณ์คล้ายรูปกระป๋องเปิดฝาที่ข้างขวด จะเห็นเลข เช่น 12M นั่นหมายความว่า หลังจากที่เปิดใช้แล้วผลิตภัณฑ์จะมีอายุการใช้งาน 12 เดือน เป็นต้น 
3.ใช้วิธีดมกลิ่นค่ะ เครื่องสำอางส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งาน 2-3 ปี หากดมแล้วยังมีกลิ่นหอมจางๆ อาจจะยังโอเคที่จะใช้ได้อยู่ แต่ถ้ามีกลิ่นออกเหม็นๆ แปลกๆ ก็โบกมือบ๊ายบายได้เลยค่ะ 
4.สังเกตสีและเนื้อของเครื่องสำอาง ว่ามีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ ลองสัมผัสถึงเนื้อของมันว่าเหนียวไป หรือเหลวไปหรือเปล่า 
5.ถ้าไม่แน่ใจก็ขอให้ทดลองกับผิวเลยดีกว่าค่ะ แต่ อ๊ะๆ ให้ลองทาเฉพาะที่ใต้ท้องแขนนะคะ ทิ้งไว้สัก 30 นาที ถ้าเริ่มมีอาการแพ้ คัน มีผดผื่น ก็ตัดใจทิ้งมันไปเถอะค่ะ อย่าไปเสียดายเลย!
Board: Beauty
(1)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2584
FOLLOWER

Tips ใช้อย่างฉลาด

"หลีกเลี่ยงการวางผลิตภัณฑ์ใกล้แสงแดด โดยเฉพาะที่เป็นเนื้อครีม ควรเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง และไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นสูง (เช่น ห้องน้ำ) เพราะความชื้นเป็นแหล่งเพาะแบททีเรียชั้นดีเลยล่ะ
เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดี อย่างครีมที่บรรจุในกระปุก จะทำให้แบททีเรียสะสมในเนื้อครีมได้จากนิ้วมือของเราเอง ควรเป็นขวดที่มิดชิด และสามารถเปิดใช้ได้ โดยไม่ต้องสัมผัสเนื้อครีมที่ยังไม่ได้ใช้ แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ใช้วิธีจุ่มครีมด้วยคอตตอนบัดก็ได้ค่ะ
ทำความสะอาดอุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์เสมอ อย่าปล่อยให้มีคราบดำสกปรก
ทำความสะอาด ลิปไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว และลิปสติกเสมอ อาจใช้วิธีเหลาหรือตัดโดยมีด (บางๆ ไม่ต้องเยอะ) ในส่วนที่เปรอะออกไป
อย่าแชร์เครื่องสำอางกับใคร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับริมฝีปาก รวมไปถึงพัพฟ์ทาหน้า เพราะมันง่ายต่อการติดเชื้อโรคกันและกัน"
1 KEEP
Kullastree
1 LOVES
sofaawayandhahru
COMMENT