ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขนมอบกรอบ ABC และวิธีการอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม  ฉลากหวาน มัน เค็ม นี้ มีไว้เพื่อเตือนเราว่า ใน 1 วัน ไม่ควรกินอาหารพลังงานรวมเกิน 2,000 กิโลแคลอรี ไม่ควรกินน้ำตาลและไขมันเกิน 65 กรัม และไม่ควรกินเกลือโซเดียมเกิน 2,400 มิลลิกรัม ค่าเปอร์เซ็นต์ ด้านล่างที่ระบุไว้ในฉลากรูปทรงกระบอก จะบอกให้เราทราบว่า เราได้รับพลังงาน หรือกินสารอาหารที่ควรระวังไปแล้วมากน้อยเท่าไหร่ เช่น หากขนมระบุตัวเลข 50 เปอร์เซ็นต์ไว้ที่โซเดียม แสดงว่าขนมถุงนี้มีเกลือโซเดียมสูงมาก กินถุงเดียว เท่ากับกินเกลือโซเดียมไปแล้วครึ่งหนึ่งของโควตา ที่ไม่ให้กินเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ (อาหารอย่างอื่นในชีวิตประจำวัน เช่น อาหารที่เติมเครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง หรือเบเกอรี่ที่ใช้ผงฟู เหล่านี้ล้วนมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ ถ้าใครกินขนมถุงนี้ดับเบิ้ลเป็น 2 ถุง เห็นทีถ้าจะไม่ให้โซเดียมในร่างการเกิน ก็คงไม่ต้องกินอะไรแล้วในวันนี้) ฉลากหวาน มัน เค็ม อ่านอย่างไร หากมัวแต่กินอร่อย ไม่ยอมอ่านไม่ยอมดูว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง อาจต้องระวังโรคภัยถามหา ด้วยความห่วงใย วันนี้จึงขออาสามาติวเข้มให้ผู้รักสุขภาพทุกท่าน รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด โดยการสอนอ่านฉลากโภชนาการแบบใหม่นี้ค่ะ
ใครเคยอ่านฉลากโภชนาการ ที่แสดงอยู่บนถุงขนม หรือผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ก่อนซื้อบ้าง ยกมือขึ้น... โห... ยกมือกันหร็อมแหร็มเชียว... แต่หากเปลี่ยนเป็นคำถามว่า ใครเคยพยายามทำความเข้าใจ หรี่ตา และเพ่งสมาธิ ลงบนฉลากโภชนาการ เผื่อว่าตัวอักษรที่แสดงบนฉลากจะตัวใหญ่ขึ้นบ้าง คาดว่าคงยกมือกันพรึบเลยทีเดียว ฉลากโภชนาการในปัจจุบัน ทั้งแบบย่อและแบบเต็ม มีรายละเอียดมาก ทำให้ผู้บริโภคอ่านเข้าใจยาก แถมมีขนาดเล็ก ทำให้หลายคนบ่นอุบอิบในใจว่า สงสัยต้องพกแว่นขยายมาซื้อของด้วยเสียแล้ว ด้วยเข้าใจในปัญหา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขจึงออกฉลากโภชนาการแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guideline Daily Amounts)” หรือ “ฉลากหวาน มัน เค็ม” ขึ้น โดยฉลากจะแสดงตัวอักษรขนาดใหญ่ พร้อมข้อมูลสารอ่านเด่นที่ผู้บริโภคควรทราบ ได้แก่ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และเกลือโซเดียมด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ติดฉลากโภชนาการแบบใหม่นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวโพดคั่วทอด ข้าวเกรียบ ขนมปังกรอบ แครกเกอร์ บิสกิต และเวเฟอร์สอดไส้ ฉลากหวาน มัน เค็ม เป็นอย่างไร เป็นที่ทราบกันดีว่า กินอาหารที่ให้พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และเกลือโซเดียมสูง นอกจากทำให้อ้วน ยังเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย  เมื่อพวกเราผู้บริโภคอ่านเป็น เลือกเป็น อีกไม่นานผู้ผลิตก็จะแข่งขันกันปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ทั้งลดส่วนประกอบที่ไม่ดี และเพิ่มส่วนประกอบที่มีคุณค่า ผู้บริโภคจะมีอำนาจต่อรองและได้กินอาหารที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ และมีคุณภาพขึ้นมาทันที หากเลือกกิน เลือกสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่วันนี้ รู้อย่างนี้แล้วลองใช้ความรู้จากการอ่านฉลากมาปรับใช้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเข้าบ้านกันนะคะ
Board: Health
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขนมอบกรอบ ABC และวิธีการอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม

" ฉลากหวาน มัน เค็ม นี้ มีไว้เพื่อเตือนเราว่า ใน 1 วัน ไม่ควรกินอาหารพลังงานรวมเกิน 2,000 กิโลแคลอรี ไม่ควรกินน้ำตาลและไขมันเกิน 65 กรัม และไม่ควรกินเกลือโซเดียมเกิน 2,400 มิลลิกรัม ค่าเปอร์เซ็นต์ ด้านล่างที่ระบุไว้ในฉลากรูปทรงกระบอก จะบอกให้เราทราบว่า เราได้รับพลังงาน หรือกินสารอาหารที่ควรระวังไปแล้วมากน้อยเท่าไหร่ เช่น หากขนมระบุตัวเลข 50 เปอร์เซ็นต์ไว้ที่โซเดียม แสดงว่าขนมถุงนี้มีเกลือโซเดียมสูงมาก กินถุงเดียว เท่ากับกินเกลือโซเดียมไปแล้วครึ่งหนึ่งของโควตา ที่ไม่ให้กินเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ (อาหารอย่างอื่นในชีวิตประจำวัน เช่น อาหารที่เติมเครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง หรือเบเกอรี่ที่ใช้ผงฟู เหล่านี้ล้วนมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ ถ้าใครกินขนมถุงนี้ดับเบิ้ลเป็น 2 ถุง เห็นทีถ้าจะไม่ให้โซเดียมในร่างการเกิน ก็คงไม่ต้องกินอะไรแล้วในวันนี้) ฉลากหวาน มัน เค็ม อ่านอย่างไร หากมัวแต่กินอร่อย ไม่ยอมอ่านไม่ยอมดูว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง อาจต้องระวังโรคภัยถามหา ด้วยความห่วงใย วันนี้จึงขออาสามาติวเข้มให้ผู้รักสุขภาพทุกท่าน รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด โดยการสอนอ่านฉลากโภชนาการแบบใหม่นี้ค่ะ "
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT