เพิ่มพลังสมองด้วยมื้อเช้า&กินข้าวมีสี 2.เพิ่มพลังสมองด้วยมื้อเช้า อาหารเช้าไม่เพียงเพิ่มพลังให้ร่างกาย แต่ยังเพิ่มพลังให้สมองอีกด้วย สมองใช้กลูโคลซึ่งได้จากอาหารเป็นพลังงาน ดังนั้น การกินอาหารเช้าเปรียบเหมือนการเตรียมสมองให้พร้อมก่อนลุยงาน เพราะช่วยให้สมองตื่นตัว เรียนรู้จดจำและทำงานได้อย่างฉับไว อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงอาหารเช้าไขมันสูง เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชฟฟีสด์ ประเทศอังกฤษ พบว่าถ้าเลือกกินอาหารเช้าไม่เหมาะสม เช่น อาหารไขมันสูง อาจทำให้สมองเฉี่อยชา อ่อนล้าและไม่สดชื่นตลอดวันได้ ดังนั้น อาหารเช้าคุณภาพดีที่ควรกินเป็นประจำ ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ขนมปังโฮลวีตและเครื่องดื่มไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย นมถั่วเหลือง และน้ำผลไม้ชนิดไม่เติมน้ำตาล

3.กินข้าวมีสี อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาวถูกย่อยและดูดซึมได้เร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น มีผลให้ระดับไขมันร้าย เช่น ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มขึ้น อาจลดระดับไขมันดีอย่างเอสดีแอลคอเลสเตรรอลร่วมด้วย ทั้งนี้หากกินอาหารประเภทข้าวแป้งขัดขาวในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดโรคไขมันในเลือดผิดปกติ และโรคเบาหวานตามมา ข้าวไม่ขัดสี หรือข้าวกล้องให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวขัดขาวหลายเท่า ทั้ง วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และใยอาหาร ล้วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายและสมองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้จะรู้ถึงประโยชน์ของข้าวกล้องแต่ท่านยังไม่ยอมกิน เพราะบ่นว่าข้าวแข็งไม่นุ่มลิ้น ด้วยรู้ใจผู้อ่าน ผู้เขียนจึงขอเพิ่มเติมเทคนิคดีๆ ในการหุงข้าวกล้องให้หอมนุ่มน่ากินมาฝากกันค่ะ
เคล็ดลับ 7 ประการ ช่วยผู้บริหารสุขภาพดี ภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน ทำให้ผู้บริหารหลายท่านเลือกที่จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่จนละเลยที่จะดูแลสุขภาพของตนเองนานวันเมื่อร่างกายเสื่อมถอยไปตามวัย ประกอบกับกินอาหารไม่ถูกหลักและไม่ชอบออกกำลังกาย ปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่สะสมอยู่ภายในจึงเริ่มปรากฎขึ้น น่าเสียดายที่หลายท่านจำเป็นต้องเกษียณจากงานอันเป็นที่รักก่อนเวลา เพราะปัญหาสุขภาพ และอาจต้องนำเงินที่หามาทั้งชีวิตมาใช้เพื่อรักษาตัว แทนที่จะได้เดินทางท่องเที่ยว หรือใช้จ่ายเพื่อให้รางวัลกับตนอง การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่าย เพียงปฏิบัติตามเคล็ดลับ 7 ประการ ซึ่งได้รับการยอมรับว่า สามารถช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงและลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคตได้จริงดังนี้ค่ะ 1.ควบคุมน้ำหนัก ลดพุงกะทิ แม้รูปร่างอวบอ้วน ผนวกกับพุงกะทิน้อยๆ จะทำให้ผู้บริหารหญิงชายหลายท่านแลดูอุดมสมบูรณ์ ภูมิฐาน แต่ทราบหรือไม่ว่าความอ้วน ร่วมกับการมีเส้นรอบเอวเกิน 36 นิ้ว ในชาย และ 32 นิ้ว ในหญิง (วัดรอบเอวผ่านสะดือ) เป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองตีบ และโรคมะเร็ง ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า ไขมันที่สะสมบริเวณพุง ร้ายยิ่งกว่าไขมันที่สะสมตามสะโพกและต้นขา ยิ่งมีมาก ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังแสดในตาราง ทางที่ดีควรชั่งน้ำหนักอย่างน้อยเดือนละครั้ง และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติ ระวังไม่ให้พุงขยายจนเกินเกณฑ์ด้วยการกินอาหารแต่พอดี และออกกำลังกายต่อเนื่อง 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง  4.เติมผักมื้อละ 1-2 ทัพพี ข้อมูลจาก ธงโภชนาการ โดยคณะทำงานจัดทำข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แนะนำให้กินผักวันละ 4-6 ทัพพี (มื้อละ 1-2 ทัพพี) เพราะผักเป็นแหล่งของสารอาหารประเภทวิตามิน และแร่ธาตุ ทั้งอุดมด้วยใยอาหาร และกลุ่มสารพฤกษเคมีที่ผลิตโดยพืช (Phytochemical) มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสาเหตุของความเสื่อมสภาพในร่างกาย เช่น เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) พบในผักสีเหลืองส้ม เช่น แครอทและมะละกอ ไลโคพีน (Lycopene) พบในมะเขือเทศ นอกจากนี้ ผักยังเป็นแหล่งที่ดีของใยอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณและน้ำหนักอุจจาระทำให้ขับถ่ายง่าย ช่วยดักจับสารเคมีที่เป็นพิษและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้เน้นรับประทานผักใบ เช่น คะน้า ตำลึง มากกว่าผักหัว เช่น เผือก มัน เพราะให้พลังงานต่ำกว่ากินแล้วไม่ทำให้อ้วน 

5.กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สมาคมโรคหัวใจ ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินปลาเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะปลามีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาอินทรีย์ปลาซาดีน และปลาแซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจ ทั้งมีรายงานวิจัยระบุว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลาทะเล มีส่วนช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน อาจช่วยลดอาการแพ้ บรรเทาอาการหอบหืด และโรคผิวหนังบางชนิดอีกด้วย 6.เลี่ยงขนมอุดมไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์ พบมากในเนยเทียม เนยขาวน้ำมันที่ใช้ทอดมันฝรั่ง และขนมอบที่ทำจากเนยเทียม ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าการกินขนมกรุบกรอบ ขนมปังและเบเกอรี่ที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์เป็นประจำ จะทำให้ระดับคอเสลเตอรอลตัวร้าย เช่น แอลดีแอลคอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันยังอาจลดระดับคอเลสเตอรอลดีชนิดเอชดีแอลมีผลเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด หากใครหิวระหว่างวัน แนะนำให้กินผลไม้สดแทนอาหารที่อุดมด้วยไขมันทรานส์ เช่น ขนมอบ และเบเกอรี่เพื่อสุขภาพที่ดีของหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว 

7.ดื่มดริงก์แต่พอดี สมาคมโรคหัวใจ ประเทศสหรัฐอเมริกา เน้นให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอดี โดยผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 ดริงก์ ส่วนผู้ชายไม่ควรดื่มเกินวันละ 1-2 ดริงก์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าปริมาณที่กำหนดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็งเต้านม และโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ จากรายการวิจัยชิ้นหนึ่งเรื่องผลของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการทำงานของหัวใจพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากกว่า 5-6 ดริงก์ต่อวัน มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติและมีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน (sudden cardiac death) อีกด้วย เมื่อรู้เคล็ดลับทั้งหมดแล้ว ปฏิบัติเป็นประจำนะคะ เพราะการดูแลสุขภาพเป็นการลงทุนในระยะยาวซึ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอ
Board: Health
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

เพิ่มพลังสมองด้วยมื้อเช้า&กินข้าวมีสี

"2.เพิ่มพลังสมองด้วยมื้อเช้า อาหารเช้าไม่เพียงเพิ่มพลังให้ร่างกาย แต่ยังเพิ่มพลังให้สมองอีกด้วย สมองใช้กลูโคลซึ่งได้จากอาหารเป็นพลังงาน ดังนั้น การกินอาหารเช้าเปรียบเหมือนการเตรียมสมองให้พร้อมก่อนลุยงาน เพราะช่วยให้สมองตื่นตัว เรียนรู้จดจำและทำงานได้อย่างฉับไว อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงอาหารเช้าไขมันสูง เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชฟฟีสด์ ประเทศอังกฤษ พบว่าถ้าเลือกกินอาหารเช้าไม่เหมาะสม เช่น อาหารไขมันสูง อาจทำให้สมองเฉี่อยชา อ่อนล้าและไม่สดชื่นตลอดวันได้ ดังนั้น อาหารเช้าคุณภาพดีที่ควรกินเป็นประจำ ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ขนมปังโฮลวีตและเครื่องดื่มไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย นมถั่วเหลือง และน้ำผลไม้ชนิดไม่เติมน้ำตาล
3.กินข้าวมีสี อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาวถูกย่อยและดูดซึมได้เร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น มีผลให้ระดับไขมันร้าย เช่น ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มขึ้น อาจลดระดับไขมันดีอย่างเอสดีแอลคอเลสเตรรอลร่วมด้วย ทั้งนี้หากกินอาหารประเภทข้าวแป้งขัดขาวในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดโรคไขมันในเลือดผิดปกติ และโรคเบาหวานตามมา ข้าวไม่ขัดสี หรือข้าวกล้องให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวขัดขาวหลายเท่า ทั้ง วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และใยอาหาร ล้วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายและสมองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้จะรู้ถึงประโยชน์ของข้าวกล้องแต่ท่านยังไม่ยอมกิน เพราะบ่นว่าข้าวแข็งไม่นุ่มลิ้น ด้วยรู้ใจผู้อ่าน ผู้เขียนจึงขอเพิ่มเติมเทคนิคดีๆ ในการหุงข้าวกล้องให้หอมนุ่มน่ากินมาฝากกันค่ะ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT