Quote จากหนัง The Prestige แต่นั่นยังไม่จบ ยังเหลือขั้นที่สามซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย เปรียบเทียบการเล่นกลเสกให้นกพิราบหายวับไป จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อนักมายากลเสกนกพิราบตัวนั้นกลับคืนมาสู่การแสดงได้อีกครั้ง
การเขียนสเตตัสคมๆ ก็เช่นกัน ผู้เขียนต้องนำทั้งสองประโยค ที่มีความปกติธรรมดาและความแปลกประหลาดนั้น กลับมาวางเคียงกัน เพื่อแสดงให้ผู้อ่านได้กด Like หรือใส่ Comment ให้สเตตัสนี้อย่างบ้าคลั่ง
ขั้นนี้ถือเป็นขั้นที่ยากที่สุด และถือเป็นจุดสุดยอดของการเขียนสเตตัส เราเรียกขั้นนี้ว่า The Prestige
ถ้าเปรียบเทียบกันนักมายากล ก็จะเป็นขั้นตอนที่เขาแสดงเสร็จสิ้น ยืนอยู่กลางเวที ผายมือออกเพื่อรับแสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมา แล้วก็โค้งคำนับผู้ชมที่กำลังปรบมือส่งเสียงไชโยโห่ร้อง ให้อย่างบ้าคลั่ง
ผมคิดว่าในทุกวันนี้ พวกเราหมดมุ่นกับการเขียนสเตตัสคมๆ ไม่ต่างไปจากนักมายากลผู้หมกมุ่นกับกลที่ตนเองกำลังเล่นสเตตัสคำคม เป็นรูปแบบการเขียนแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มเกิดขึ้นมาจากความเปลี่ยนแปลงของตัวสื่อกลาง และเทคโนโลยีการสื่อสาร เมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่ไม่ได้สื่อสารกันผ่านหน้ากระดาษของสื่อเก่า แต่หันมาใช้สื่อกลางแบบใหม่อย่างโซเชียลมีเดียกันแทน
โลกใบใหม่ได้ก่อตัวขึ้นมา เป็นโลกที่มี Space and Time หดเล็กลงไปเรื่อยๆ การดำรงอยู่ของพวกเราจึงบีบรัดและแสนสั้น เทคโนโลยีได้เปิดช่องทางให้ทุกคนได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ขึ้นไปประชันขันแข่งกันบนหน้า    นิวส์ฟีดของกันและกัน ในขณะที่สเตตัสใหม่ๆ ของเพื่อนคนอื่นๆ จำนวนมากมายมหาศาล กำลังเลื่อนขึ้นมาแทนที่อยู่ตลอดเวลา
เราทุกคนจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ด้วยการเขียนสเตตัสให้คมที่สุด เพื่อดึงดูด Like และ Comment จากใครต่อใครมาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่คุณค่าและการดำรงอยู่จะเลือนหายไปจากการรับรู้ของทุกคนบนโลกใบนี้
โลกของโซเชียลมีเดียเป็นโลกที่น่าเศร้า เพราะแท้ที่จริงแล้วมันเป็นโลกที่มีแต่คนอยากพูด เป็นโลกที่ไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะยอมนั่งฟังใคร เป็นโลกที่เต็มไปด้วยสรรเสียงเซ็งแซ่ แต่ไร้ความหมาย ไร้ตัวผู้ฟังอย่างตั้งใจจริงๆ ในท้ายที่สุดแล้ว มันมีเพียง Like และ Comment เท่านั้นที่เหลือทิ้งไว้ ให้เราได้ย้อนกลับไปนั่งลูบคลำ อ่านซ้ำไปซ้ำมา เพื่อพะเน้าพะนออัตตาตัวเอง มีเพียง Like และ Comment เท่านั้น ที่พอจะใช้ประเมินคุณค่าและยืนยันถึงการดำรงอยู่ของตัวเราเอง
ในโลกของนักมายากลก็เช่นเดียวกัน มันเต็มไปด้วยการแข่งขั้น ชิงดีชิงเด่นพวกเขาต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คนเองได้รับเสียงปรบมือ เสียงไชโยโห่ร้องบนเวทีใหญ่ เพราะมิฉะนั้น กลของเขาก็เป็นเพียงแค่การแสดงปาหี่ข้างถนนที่ไร้ค่า
มันมีอยู่ 3 ขั้นตอน ขั้นแรกเรียกว่า The Pledge ผู้เขียนจะแสดงประโยคธรรมดาๆ บอกเล่าถึงเรื่องราวรอบตัวทั่วไปที่ผู้อ่านทุกคนคุ้นเคย พบเห็นได้ตามปกติในชีวิตประจำวัน
ขั้นที่สองเรียกว่า The Turn ผู้เขียนจะแสดงอีกประโยคหนึ่งซึ่งมีความแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อพลิกผันเรื่องปกติธรรมดาในประโยคก่อนหน้า ให้กลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดขึ้นมา 
ในขั้นนี้ ผู้อ่านจะตะลึงไปกับความตลกขบขัน สะใจ ซาบซึ้งใจ สะเทือนใจ หรือรู้สึกแสบๆ คัน ไปกับการประชดประชัน ฯลฯ ผู้อ่านจะพยายามมองหาความย้อนแย้งของภาษา ศิลปะในการเล่นคำและหารูปแบบสุนทรียะในสเตตัส แต่รับรองว่าคุณจะหามันไม่เจอหรอก เพราะคุณไม่ได้ตั้งใจมองหามันจริงๆคุณยอมถูกหลอกต่อไป เพราะคุณกระหายที่จะได้ตื่นตะลึงแบบนี้ตลอดไป เปิดให้เกิดการสื่อสารแบบ Two-way Communication ผู้เขียนไม่ใช่ผู้ที่เป็นเผด็จการครอบงำความคิดของผู้อ่านแต่เพียงฝ่ายเดียว ในตอนนี้คนอ่านสามารถครอบงำผู้เขียนได้ง่ายๆ
ในหนังเรื่อง The Prestige มีตัวละครที่ปรากฏมาเพียงช่วงสั้นๆ เป็นนักมายากลชายจีนชื่อ Chung Ling Soo เรื่องราวของเขาเป็น Motif ที่สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นหลักของหนังทั้งเรื่อง เมื่อนักมายากลไม่เพียงแต่แสดงมายากลของตน แต่ยังถูกมายากลของตนเอง ย้อนหลับมาเล่นตัวเขาเอง
เพื่อจะได้รับ The Prestige จากการแสดงกลซ่อนโหลปลาทองได้อย่างแนบเนียน ด้วยการเอาโหลปลาทองนั้น แอบซ่อนไว้อยู่ตรงหว่างขาที่โก่งงอ ภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่โคร่งเหมือนคนอ้วนพุงพลุ้ย Chung Ling Soo ต้องเสแสร้งทำเป็นคนที่มีร่างกายพิกลพิการแบบนั้นไปตลอดทั้งชีวิต แม้กระทั่งเมื่อตอนที่ลงมาจากเวทีแล้วก็ตาม 
เสียงปรบมือโห่ร้องของผู้ชมข้างล่างเวที ครอบงำทั้งชีวิตของผู้แสดงบนเวทีได้ และกลมายาย้อนกลับมากำหนดทั้งชีวิตของนักมายากลได้ เขาต้องใช้ชีวิตเพื่อแสดงเพียงกลชุดเดียวที่ไม่มีใครจับไต๋ได้
การเขียนสเตตัสคมๆ ก็เช่นกัน Like และ Comment ของผู้อ่าน ก็จะย้อนกลับมาครอบงำชีวิตของตัวผู้เขียนเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ เปิดให้เกิดการสื่อสารแบบ Two-way Communication ผู้เขียนไม่ใช่ผู้ที่เป็นเผด็จการครอบงำความคิดของผู้อ่านแต่เพียงฝ่ายเดียวในตอนนี้คนอ่านสามารถครอบงำผู้เขียนได้ง่ายๆ
ในขณะที่สเตตัสคมๆ สเตตัสแล้วสเตตัสเล่าถูกพ่นออกจากปลายนิ้ว พร่างพรูท่วมท้นลงไปบนหน้าจอ          นิวส์ฟีดของเพื่อนๆ ส่งเสียงเรียกร้องเว้าวอน “Like ฉันสิ! Comment ฉันสิ!”
แต่ในขณะเดียวกันนั้น คุณเคยฉุกคิด หรือเคยนึกแปลกใจกับตัวเองบ้างไหม ว่าทำไมเมื่อยิ่งมีเครือข่ายสังคมแผ่กว้างออกไปเท่าไร ยิ่งเผยแพร่ความคิดเห็นออกไปในสเตตัสมากเท่าไร ยิ่งใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มากขึ้นเท่าไร เรากลับยิ่งแคบ ขุ่นมัวและวนเวียนหาทางออกจากความคิดของตัวเองไม่ได้
นั่นก็เพราะว่า Like และ Comment ที่ได้รับมา ตีกรอบให้เราทุกคนแสดงความแหลมคมออกไป แลกกลับมาด้วยการได้รับการพะเน้าพะนออัตตาเล็กๆ น้อยๆ เป็นของรางวัล
เทคโนโลยีใหม่นั้น ไม่ได้ถูกใช้เพื่อปลดปล่อยมนุษย์อย่างในหนัง The Prestige เทคโนโลยีอันสุดพิสดารพันลึกจากนักประดิษฐ์นามอุโฆษ ยิ่งทำให้นักมายากลถลำลึกเข้าไปในวังวนของอัตตา เขาต้องระทมทุกข์แสนสาหัสครั้งแล้วครั้งเล่า จากการยอมเอาชีวิตตัวเองไปแสดงขั้นสุดยอด
ในทางเดียวกัน เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ก็ทำให้พวกเราทุกคนเวียนว่ายตายเกิดครั้งแล้วครั้งเล่าในวัฏสังสารของโซเชียลมีเดีย ที่เกิดขึ้นและดับลงทุกครั้ง เมื่อกดคีย์บอร์ดปุ่ม F5 หรือการกดไอคอน Refresh หน้าวอลล์ตัวเองไปเรื่อยๆ 
...ตลกขบขัน สะใจ ซาบซึ้งใจ สะเทือนใจ หรือรู้สึกแสบๆ คันๆ ไปกับการประชดประชัน... แล้วก็นั่งเฝ้าพะเน้าพะนออัตตาเล็กๆ น้อยๆ ไปวันๆ 
หมวกที่ใช้เป็นเครื่องมือแสดงกล แม้จะลงจากเวทีมาแล้ว เราก็ยังสวมใส่มันไว้ ไม่ยอมถอด
ตัวตนที่แสนจะฉลาดหลักแหลมเสียเหลือเกินในสเตตัส เมื่อออฟไลน์ ออกมาแล้ว เราก็ยังเสแสร้งแสดงบทนั้นไว้ไม่ยอมปลดเปลื้อง
Are You Watching Closely!
ไม่หรอก ! เราไม่ได้ตั้งใจดูมันจริงๆ เรายอมถูกหลอกต่อไป เพราะเรากระหายที่จะได้ตื่นตะลึงแบบนี้ตลอดไป

NOTE
THE AESTHETICS OF LONELINESS
วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

Quote จากหนัง The Prestige

"แต่นั่นยังไม่จบ ยังเหลือขั้นที่สามซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย เปรียบเทียบการเล่นกลเสกให้นกพิราบหายวับไป จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อนักมายากลเสกนกพิราบตัวนั้นกลับคืนมาสู่การแสดงได้อีกครั้ง
การเขียนสเตตัสคมๆ ก็เช่นกัน ผู้เขียนต้องนำทั้งสองประโยค ที่มีความปกติธรรมดาและความแปลกประหลาดนั้น กลับมาวางเคียงกัน เพื่อแสดงให้ผู้อ่านได้กด Like หรือใส่ Comment ให้สเตตัสนี้อย่างบ้าคลั่ง
ขั้นนี้ถือเป็นขั้นที่ยากที่สุด และถือเป็นจุดสุดยอดของการเขียนสเตตัส เราเรียกขั้นนี้ว่า The Prestige
ถ้าเปรียบเทียบกันนักมายากล ก็จะเป็นขั้นตอนที่เขาแสดงเสร็จสิ้น ยืนอยู่กลางเวที ผายมือออกเพื่อรับแสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมา แล้วก็โค้งคำนับผู้ชมที่กำลังปรบมือส่งเสียงไชโยโห่ร้อง ให้อย่างบ้าคลั่ง
ผมคิดว่าในทุกวันนี้ พวกเราหมดมุ่นกับการเขียนสเตตัสคมๆ ไม่ต่างไปจากนักมายากลผู้หมกมุ่นกับกลที่ตนเองกำลังเล่นสเตตัสคำคม เป็นรูปแบบการเขียนแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มเกิดขึ้นมาจากความเปลี่ยนแปลงของตัวสื่อกลาง และเทคโนโลยีการสื่อสาร เมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่ไม่ได้สื่อสารกันผ่านหน้ากระดาษของสื่อเก่า แต่หันมาใช้สื่อกลางแบบใหม่อย่างโซเชียลมีเดียกันแทน
โลกใบใหม่ได้ก่อตัวขึ้นมา เป็นโลกที่มี Space and Time หดเล็กลงไปเรื่อยๆ การดำรงอยู่ของพวกเราจึงบีบรัดและแสนสั้น เทคโนโลยีได้เปิดช่องทางให้ทุกคนได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ขึ้นไปประชันขันแข่งกันบนหน้า นิวส์ฟีดของกันและกัน ในขณะที่สเตตัสใหม่ๆ ของเพื่อนคนอื่นๆ จำนวนมากมายมหาศาล กำลังเลื่อนขึ้นมาแทนที่อยู่ตลอดเวลา
เราทุกคนจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ด้วยการเขียนสเตตัสให้คมที่สุด เพื่อดึงดูด Like และ Comment จากใครต่อใครมาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่คุณค่าและการดำรงอยู่จะเลือนหายไปจากการรับรู้ของทุกคนบนโลกใบนี้
โลกของโซเชียลมีเดียเป็นโลกที่น่าเศร้า เพราะแท้ที่จริงแล้วมันเป็นโลกที่มีแต่คนอยากพูด เป็นโลกที่ไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะยอมนั่งฟังใคร เป็นโลกที่เต็มไปด้วยสรรเสียงเซ็งแซ่ แต่ไร้ความหมาย ไร้ตัวผู้ฟังอย่างตั้งใจจริงๆ ในท้ายที่สุดแล้ว มันมีเพียง Like และ Comment เท่านั้นที่เหลือทิ้งไว้ ให้เราได้ย้อนกลับไปนั่งลูบคลำ อ่านซ้ำไปซ้ำมา เพื่อพะเน้าพะนออัตตาตัวเอง มีเพียง Like และ Comment เท่านั้น ที่พอจะใช้ประเมินคุณค่าและยืนยันถึงการดำรงอยู่ของตัวเราเอง
ในโลกของนักมายากลก็เช่นเดียวกัน มันเต็มไปด้วยการแข่งขั้น ชิงดีชิงเด่นพวกเขาต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คนเองได้รับเสียงปรบมือ เสียงไชโยโห่ร้องบนเวทีใหญ่ เพราะมิฉะนั้น กลของเขาก็เป็นเพียงแค่การแสดงปาหี่ข้างถนนที่ไร้ค่า"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT