จะซื้อคอนโดฯ ทั้งที.. ต้องทำอย่างไร? ใครที่คิดจะซื้อคอนโดฯ ในช่วงนี้อยู่ใช้เวลาสักนิดอ่านเนื้อหาข้างล่างนี้ก่อน จะทำให้ท่านได้รู้วิธี
การซื้อคอนโดฯ ดีขึ้นและสามารถการวางแผนการลงทุนในคอนมิเนียมได้อย่างถี่ถ้วน การซื้อคอนโดฯ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะของการ  ‘ขายก่อนสร้าง’ นั้นมีอยู่ 4 ขั้นตอนด้วยกัน

1. การจอง เมื่อเราเริ่มไปเดินดูคอนโดฯ ที่สนใจและตัดสินใจได้แล้วว่าเกิดพึงพอใจ และพร้อมจะซื้อคอนโดฯแล้วทางโครงการจะให้เราวาง ‘เงินมัดจำ’ซึ่งจะเป็นเท่าไรก็แล้วแต่ซึ่งไม่สูงมากนักก็จะเรียกว่า ‘ค่าจอง’ซึ่งเมื่อจ่ายเงินจำนวนนั้นแล้วก็จะได้ ‘ใบจอง’มาเพื่อที่จะทำสัญญาซื้อขายในเวลาที่กำหนด[ซึ่งเป็นวันที่ไม่ห่างจากวันที่จองสักเท่าไร]สำหรับคอนโดฯ ฮิตๆ ที่มีผู้สนใจจำนวนมากเกินกว่าจำนวนห้องชุดทั้งหมด ผู้ที่มี‘ใบจอง’ก็สามารถทำกำไรได้ด้วยการขาย ‘ใบจอง’นั้นซึ่งจะได้ราคากว่าราคา ‘ค่าจอง’เสียอีก
2. การทำสัญญา เมื่อการทำสัญญาหลังจากการจองไปแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นก็ต้องกลับมาเพื่อทำ ‘สัญญาซื้อขาย’ ซึ่งจะมีข้อมูลของห้องที่จะซื้อ,หมายเลขห้อง,ขนาดห้อง,ชั้น,เนื้อที่,วัสดุอุปกรณ์,โฉนดที่ดิน,ระยะ,เวลาก่อสร้างฯลฯ
3. การผ่อนดาวน์เมื่อทำสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว ในช่วงเวลาที่คอนโด กำลังก่อสร้างก็เท่ากับว่าเป็นช่วงเวลาที่จะต้อง ‘ผ่อนดาวน์’โดยส่วนใหญ่อาจจะกำหนดไว้ที่ 10-30%ของราคาขายเมื่อผ่อนไปจนครบงวดก็จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คอนโดฯ สร้างเสร็จ ทางโครงการก็จะแจ้งให้เข้าไปตรวจสอบรับห้องและเซ็นรับมอบห้องเพื่อทำการโอนต่อไป
4. การโอนและผ่อนธนาคารเมื่อจ่ายเงินดาวน์ครบ[อาจจะ 30% ของราคาห้อง]คอนโดฯสร้างเสร็จนั้นเท่ากับว่าจะเหลือเงินค่าห้องที่เราต้องจ่ายให้กับโครงการ 70%โดยเรามี 2 ทางเลือก คือ
 - จ่ายเงินสดให้กับโครงการไป หรือ กู้ธนาคาร
กรณีแรกเมื่อจ่ายเงินสดครบ ตรวจรับห้องเรียบร้อยก็นัดวันโอนกับทางโครงการได้ทันทีแต่ถ้าเป็นกรณีที่สองคือ ‘กู้ธนาคาร’ เพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าห้องที่ค้างอยู่ ซึ่งก็ต้องใช้ห้องที่ซื้อนั้น เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสัญญาไว้หลักการเลือกดอกเบี้ยนั้นก็มาจากการคาดการณ์ของเราว่าดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นอย่างไรหากแนวโน้มขาลงก็เลือกแบบ MLR- ในทางตรงข้ามถ้าคาดว่าดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นก็เลือกดอกเบี้ยแบบที่ Fix ในปีแรกๆ เพราะดอกเบี้ยจะถูกอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ก็คงจะช่วยให้ท่านผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเพราะที่จะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมสักห้องแล้วรึยัง???

NOTE
เมื่อกู้เงินจากธนาคารมาแล้ว ภาระสำคัญที่ไม่อาจหลีกหนีได้เลยคือ การชำระเงินงวดรายเดือน หรือ ‘เงินผ่อน’ ให้กับธนาคาร ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ
- วงเงินกู้
- อัตราดอกเบี้ย 
- ระยะเวลากู้ 
 ยิ่งขอกู้มาก เงินงวดก็จะมาก ระยะเวลากู้สั้น เงินงวดก็จะสูง อัตราดอกเบี้ยสูงเงินงวดก็จะเพิ่ม ทั้งนี้ทางธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ของผู้กู้และผู้กู้ร่วมเป็นหลัก โดยพิจารณาให้กู้ประมาณ 30-40 เท่าของรายได้ ทั้งนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะอาชีพและความมั่นคงของรายได้ด้วย
นอกจากพิจารณาเรื่องเกณฑ์รายได้นี้แล้วธนาคารยังพิจารณาเรื่องสัดส่วนเงินงวดต่อรายได้สุทธิด้วย คือต้องไม่เกิน 33% เพราะจะเป็นการพิจารณาศักยภาพของผู้ที่จะผ่อนค่างวดด้วย
(6)
Share
GMBIZ
Keep by GMBIZ
1235
FOLLOWER

จะซื้อคอนโดฯ ทั้งที.. ต้องทำอย่างไร?

"ใครที่คิดจะซื้อคอนโดฯ ในช่วงนี้อยู่ใช้เวลาสักนิดอ่านเนื้อหาข้างล่างนี้ก่อน จะทำให้ท่านได้รู้วิธี
การซื้อคอนโดฯ ดีขึ้นและสามารถการวางแผนการลงทุนในคอนมิเนียมได้อย่างถี่ถ้วน การซื้อคอนโดฯ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะของการ ‘ขายก่อนสร้าง’ นั้นมีอยู่ 4 ขั้นตอนด้วยกัน
1. การจอง เมื่อเราเริ่มไปเดินดูคอนโดฯ ที่สนใจและตัดสินใจได้แล้วว่าเกิดพึงพอใจ และพร้อมจะซื้อคอนโดฯแล้วทางโครงการจะให้เราวาง ‘เงินมัดจำ’ซึ่งจะเป็นเท่าไรก็แล้วแต่ซึ่งไม่สูงมากนักก็จะเรียกว่า ‘ค่าจอง’ซึ่งเมื่อจ่ายเงินจำนวนนั้นแล้วก็จะได้ ‘ใบจอง’มาเพื่อที่จะทำสัญญาซื้อขายในเวลาที่กำหนด[ซึ่งเป็นวันที่ไม่ห่างจากวันที่จองสักเท่าไร] สำหรับคอนโดฯ ฮิตๆ ที่มีผู้สนใจจำนวนมากเกินกว่าจำนวนห้องชุดทั้งหมด ผู้ที่มี‘ใบจอง’ก็สามารถทำกำไรได้ด้วยการขาย ‘ใบจอง’นั้นซึ่งจะได้ราคากว่าราคา ‘ค่าจอง’เสียอีก
2. การทำสัญญา เมื่อการทำสัญญาหลังจากการจองไปแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นก็ต้องกลับมาเพื่อทำ ‘สัญญาซื้อขาย’ ซึ่งจะมีข้อมูลของห้องที่จะซื้อ,หมายเลขห้อง,ขนาดห้อง,ชั้น,เนื้อที่,วัสดุอุปกรณ์,โฉนดที่ดิน,ระยะ,เวลาก่อสร้างฯลฯ
3. การผ่อนดาวน์เมื่อทำสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว ในช่วงเวลาที่คอนโด กำลังก่อสร้างก็เท่ากับว่าเป็นช่วงเวลาที่จะต้อง ‘ผ่อนดาวน์’โดยส่วนใหญ่อาจจะกำหนดไว้ที่ 10-30%ของราคาขาย เมื่อผ่อนไปจนครบงวดก็จะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คอนโดฯ สร้างเสร็จ ทางโครงการก็จะแจ้งให้เข้าไปตรวจสอบรับห้องและเซ็นรับมอบห้องเพื่อทำการโอนต่อไป
4. การโอนและผ่อนธนาคารเมื่อจ่ายเงินดาวน์ครบ[อาจจะ 30% ของราคาห้อง]คอนโดฯสร้างเสร็จนั้นเท่ากับว่าจะเหลือเงินค่าห้องที่เราต้องจ่ายให้กับโครงการ 70%โดยเรามี 2 ทางเลือก คือ
- จ่ายเงินสดให้กับโครงการไป หรือ กู้ธนาคาร
กรณีแรกเมื่อจ่ายเงินสดครบ ตรวจรับห้องเรียบร้อยก็นัดวันโอนกับทางโครงการได้ทันที แต่ถ้าเป็นกรณีที่สองคือ ‘กู้ธนาคาร’ เพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าห้องที่ค้างอยู่ ซึ่งก็ต้องใช้ห้องที่ซื้อนั้น เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสัญญาไว้ หลักการเลือกดอกเบี้ยนั้นก็มาจากการคาดการณ์ของเราว่าดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นอย่างไร หากแนวโน้มขาลงก็เลือกแบบ MLR- ในทางตรงข้ามถ้าคาดว่าดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นก็เลือกดอกเบี้ยแบบที่ Fix ในปีแรกๆ เพราะดอกเบี้ยจะถูก อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ก็คงจะช่วยให้ท่านผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเพราะที่จะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมสักห้องแล้วรึยัง???
NOTE
เมื่อกู้เงินจากธนาคารมาแล้ว ภาระสำคัญที่ไม่อาจหลีกหนีได้เลยคือ การชำระเงินงวดรายเดือน หรือ ‘เงินผ่อน’ ให้กับธนาคาร ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ
- วงเงินกู้
- อัตราดอกเบี้ย
- ระยะเวลากู้
ยิ่งขอกู้มาก เงินงวดก็จะมาก ระยะเวลากู้สั้น เงินงวดก็จะสูง อัตราดอกเบี้ยสูงเงินงวดก็จะเพิ่ม ทั้งนี้ทางธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ของผู้กู้และผู้กู้ร่วมเป็นหลัก โดยพิจารณาให้กู้ประมาณ 30-40 เท่าของรายได้ ทั้งนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะอาชีพและความมั่นคงของรายได้ด้วย
นอกจากพิจารณาเรื่องเกณฑ์รายได้นี้แล้วธนาคารยังพิจารณาเรื่องสัดส่วนเงินงวดต่อรายได้สุทธิด้วย คือต้องไม่เกิน 33% เพราะจะเป็นการพิจารณาศักยภาพของผู้ที่จะผ่อนค่างวดด้วย"
2 KEEP
GMBIZ
JackyDeNoir
6 LOVES
816184068451371
duckright.duckrice.d
comrade.nang
100004756512590
poommarin
tleaha
COMMENT