Monocle as a Brand จริงๆ แล้ว การก่อตั้งแบรนด์โมโนเคิล หากนำมาวิเคราะห์จะเห็นว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักของบริษัทแม่ คือ ‘วิงครีเอทีฟ’ อย่างเหนี่ยวแน่น
 วิงครีเอทีฟ เป็นบริษัทดูแลภาพลักษณ์ กำหนดทิศทางของการทำประชาสัมพันธ์ สรรค์สร้างเนื้อหาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลและรสนิยมที่ถูกต้องกับตัวสินค้า ซึ่งแน่นอนสินค้าเหล่านี้ต้องการพื้นที่สื่อในการเผยแพร่เมื่อเขาคิดทำโมโนเคิล ปิดบริษัทลูกที่ชื่อ วิงคอนเทนท์ (Winkontent) ซึ่งรับหน้าที่สร้างสรรค์นิตยสารโมโนเคิล
 ในอดีตการถือกำเนิดนิตยสารในตะวันตกส่วนมาก เริ่มจากการทำเนื้อหาเพื่อสนองตอบต่อผู้อ่านเป็นหลักมากกว่าสินค้า จากนั้นจึงเริ่มมองหากลุ่มของสินค้าที่ตรงกันกับบุคลิกของนิตยสาร แต่โมโนเคิลนั้นกลับกัน เขาเริ่มจากการทำงานให้ลูกค้าแล้วเห็นว่ามีช่องทางที่จะผนวกเอาเอกลักษณ์ของวิงครีเอทีฟบางอย่าง ผสมกับความต้องการของลูกค้า โดยรักษาตัวตนของแบรนด์โมโนเคิลเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแรง เรียกว่าเป็นสามประสานที่ลงตัวทั้งลูกค้า ทั้งนิตยสาร และทั้งตัวธุรกิจหลักของไทเลอร์
 ด้วยความหลากหลายของสินค้าที่วิงครีเอทีฟดูแล ที่มีตั้งแต่สายการบิน โทรศัพท์ ไปจนถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ สินค้าส่วนหนึ่งจึงถูกนำมาย่อยและแปลงเนื้อหาแล้วใส่แทรกไว้ในเล่ม โดยทำให้เหมาะสมกับนิตยสารโมโนเคิล สร้างการรับรู้ใหม่ ให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนถูกแนะนำจากคนที่เขาไว้ใจมากกว่าถูกยัดเยียดโฆษณา ถือเป็นสิ่งที่โมโนเคิลทำได้อย่างแตกต่างและมีรสนิยม
 ไทเลอร์ยังขยายขอบเขตของโมโนเคิลออกไปในสื่อต่างๆ เช่นทำสารคดีภาพและเสียงขนาดสั้น เผยแพร่ทางพอดคาสต์ (Podcast) ออกหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์สำหรับจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนชื่อ ‘Monocle Mediterraneo’ และหนังสือพิมพ์สำหรับฤดูหนาวในช่วงเล่นสกีของชาวยุโรปชื่อ ‘Monocle Alpino’ เพื่อขยายช่องทางของการรับข้อมูลและเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม
 ปัจจุบันไทเลอร์ขยายแบรนด์โมโนเคิลออกไปอีก เขาเริ่มทำรายการโทรทัศน์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชื่อโมโนเคิลทีวี (Monocle TV) โดยร่วมมือกับสถานีบลูมเบิร์ก และเปิดตัวสถานีวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง โมโนเคิลยังสยายปีกไปสู่โลกแห่งการค้าปลีก โดยเปิดร้านขายสินค้าแฟชั่นและแอ็ดเซสโซรี่ทั้งกระเป๋า รองเท้า จนถึงสบู่เหลว ใต้แบรนด์ ‘Monocle’ ปัจจุบันร้านโมโนเคิลกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของโลก ทั้งในลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง โตเกียว ปักกิ่ง ในสนามบินโอซากาและสนามบินนาริตะ
 ทั้งหมดนี้โมโนเคิลใช้เวลาเพียง 5 ปีในการทำทุกอย่างที่ว่ามา ให้เป็นรูปเป็นร่างและกลายเป็นนิตยสารเล่มที่เติบโตเร็วที่สุด สวนกระแสดิจิตอลที่ใครต่อใครต่างพูดว่านิตยสารกำลังจะตาย
งาน Creativities Unfold ของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ปีนี้มี ไทเลอร์ โบรเล่ (Tyler Brûlé) มาบรรยาย ถือเป็นไฮไลท์ที่ต้องเอาปากกาสะท้อนแสงป้ายย้ำให้เห็นชัดๆ ว่าไม่น่าพลาด โดยเฉพาะคนที่อยู่ในธุรกิจนิตยสารและธุรกิจ ‘นายหน้าหาเรื่อง’ (Content Provider) ต้องไปฟัง

The 40S Tyler
Tyler Brûlé
ไทเลอร์ โบรเล่ ปัจจุบันอายุ 43 ปี หากเทียบคนที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนและนิตยสารในวัยไล่เลี่ยกับเขา ไทเลอร์ถือเป็นคอลัมนิสต์และคนทำงานสิ่งพิมพ์ที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลกในเวลานี้ก็ว่าได้ ย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 1996 เมื่ออายุได้ 28 ปี เขาก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ในลอนดอน ผลิตนิตยสารเกี่ยวกับงานออกแบบ แฟชั่นและแทรนด์ ชื่อว่า Wallpaper’ ในยุคนั้น ซึ่งถือเป็นยุคเฟื่องฟูของนิตยสาร เนื้อหาแปลกๆ แรงๆ อย่าง The Face หรือ Daze&Confused ยังขายได้ เศรษฐกิจยังดี ผู้คนมีกำลังจับจ่าย บ้านเมืองไร้สงคราม ไม่ยากที่นิตยสารที่พูดถึงวิถีชีวิตที่ดู ‘มาก’ เกินจริงอย่าง Wallpaper’ จึงประสบความสำเร็จ ไทเลอร์ใช้เวลาเพียง 5 ปี ทำให้นิตยสาร Wallpaper’ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นิตยสาร Wallpaper’ ส่งให้ได้รับรางวัล Lifetime Achivement Award จาก British Society of Magazine Editors (BSME) ในปี ค.ศ. 2001 ซึ่งในประวัติศาสตร์ของการจากรางวัล BSME ไทเลอร์ถือเป็นบรรณาธิการอายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับรางวัลในสาขานี้
 หลังจากนั้นไม่นาน เขาตัดสินใจขายนิตยสาร Wallpaper’ ให้กับบริษัทไทม์ วอร์เนอร์ ด้วยเพราะความอิ่มตัวและต้องการมุ่งมั่นกับการทำบริษัทวิงครีเอทีฟ (Winkreative) บริษัทของเขาเองที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ (Image Branding) จัดทำเนื้อหา (Content Provider) รวมไปถึงกำหนดทิศทางของงานออกแบบสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และงานด้านวางแผนกลยุทธ์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับลูกค้าเพื่อให้สอดคล้องกับตัวผลิตภัณฑ์ 
 วิงครีเอทีฟ มีลูกค้ารายใหญ่ๆ ที่เรารู้จักกันดี เช่น แบล็คเบอร์รี่ (BlackBerry) ระหว่างนั้นไทเลอร์ก็ยังทำงานในฐานะคอลัมนิสต์ให้กับหนังสือพิมพ์หัวใหญ่หลายๆ เล่ม ปี ค.ศ. 2005 ร่วมงานกับสำนักข่าวบีบีซีทำรายการแมกกาซีนเชิงข่าว ชื่อ ‘เดอะเด็ค’ (The Deck) และทำสารคดีเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก รายการว่าด้วยเรื่องการจับจ่ายของประชากรจากทั่วทุกมุมโลก ชื่อ ‘เคาน์เตอร์คัลเจอร์’ (Counter Culture – เคยถูกนำมาฉายในบ้านเราช่วงหนึ่งทางช่อง True Explorer 2 ทางทรูวิชั่นส์) เหมือนไฟวาบบนหัวไม้ขีด การทำงานครั้งนั้น จุดประกายให้กับไทเลอร์ที่อยากกลับมาทำนิตยสารอีกครั้ง แต่แตกต่างจาก Wallpaper’ อย่างสิ้นเชิง
Board: Interview
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

Monocle as a Brand

"จริงๆ แล้ว การก่อตั้งแบรนด์โมโนเคิล หากนำมาวิเคราะห์จะเห็นว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักของบริษัทแม่ คือ ‘วิงครีเอทีฟ’ อย่างเหนี่ยวแน่น
วิงครีเอทีฟ เป็นบริษัทดูแลภาพลักษณ์ กำหนดทิศทางของการทำประชาสัมพันธ์ สรรค์สร้างเนื้อหาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลและรสนิยมที่ถูกต้องกับตัวสินค้า ซึ่งแน่นอนสินค้าเหล่านี้ต้องการพื้นที่สื่อในการเผยแพร่เมื่อเขาคิดทำโมโนเคิล ปิดบริษัทลูกที่ชื่อ วิงคอนเทนท์ (Winkontent) ซึ่งรับหน้าที่สร้างสรรค์นิตยสารโมโนเคิล
ในอดีตการถือกำเนิดนิตยสารในตะวันตกส่วนมาก เริ่มจากการทำเนื้อหาเพื่อสนองตอบต่อผู้อ่านเป็นหลักมากกว่าสินค้า จากนั้นจึงเริ่มมองหากลุ่มของสินค้าที่ตรงกันกับบุคลิกของนิตยสาร แต่โมโนเคิลนั้นกลับกัน เขาเริ่มจากการทำงานให้ลูกค้าแล้วเห็นว่ามีช่องทางที่จะผนวกเอาเอกลักษณ์ของวิงครีเอทีฟบางอย่าง ผสมกับความต้องการของลูกค้า โดยรักษาตัวตนของแบรนด์โมโนเคิลเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแรง เรียกว่าเป็นสามประสานที่ลงตัวทั้งลูกค้า ทั้งนิตยสาร และทั้งตัวธุรกิจหลักของไทเลอร์
ด้วยความหลากหลายของสินค้าที่วิงครีเอทีฟดูแล ที่มีตั้งแต่สายการบิน โทรศัพท์ ไปจนถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ สินค้าส่วนหนึ่งจึงถูกนำมาย่อยและแปลงเนื้อหาแล้วใส่แทรกไว้ในเล่ม โดยทำให้เหมาะสมกับนิตยสารโมโนเคิล สร้างการรับรู้ใหม่ ให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนถูกแนะนำจากคนที่เขาไว้ใจมากกว่าถูกยัดเยียดโฆษณา ถือเป็นสิ่งที่โมโนเคิลทำได้อย่างแตกต่างและมีรสนิยม
ไทเลอร์ยังขยายขอบเขตของโมโนเคิลออกไปในสื่อต่างๆ เช่นทำสารคดีภาพและเสียงขนาดสั้น เผยแพร่ทางพอดคาสต์ (Podcast) ออกหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์สำหรับจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนชื่อ ‘Monocle Mediterraneo’ และหนังสือพิมพ์สำหรับฤดูหนาวในช่วงเล่นสกีของชาวยุโรปชื่อ ‘Monocle Alpino’ เพื่อขยายช่องทางของการรับข้อมูลและเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม
ปัจจุบันไทเลอร์ขยายแบรนด์โมโนเคิลออกไปอีก เขาเริ่มทำรายการโทรทัศน์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชื่อโมโนเคิลทีวี (Monocle TV) โดยร่วมมือกับสถานีบลูมเบิร์ก และเปิดตัวสถานีวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง โมโนเคิลยังสยายปีกไปสู่โลกแห่งการค้าปลีก โดยเปิดร้านขายสินค้าแฟชั่นและแอ็ดเซสโซรี่ทั้งกระเป๋า รองเท้า จนถึงสบู่เหลว ใต้แบรนด์ ‘Monocle’ ปัจจุบันร้านโมโนเคิลกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของโลก ทั้งในลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง โตเกียว ปักกิ่ง ในสนามบินโอซากาและสนามบินนาริตะ
ทั้งหมดนี้โมโนเคิลใช้เวลาเพียง 5 ปีในการทำทุกอย่างที่ว่ามา ให้เป็นรูปเป็นร่างและกลายเป็นนิตยสารเล่มที่เติบโตเร็วที่สุด สวนกระแสดิจิตอลที่ใครต่อใครต่างพูดว่านิตยสารกำลังจะตาย"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13