เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน CéCi: เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน
ตั้งแต่เด็กครับ 4 ขวบ อยู่อนุบาล 2 ถือไมค์ยืนหน้าตู้คาราโอเกะข้างบ้านแล้ว ร้องไปร้องมาก็บอกพ่อว่าอยากขึ้นเวทีร้องเพลง พ่อเลยเอาไปฝากกับครูที่ดูแลวงลูกทุ่งตั้งแต่อยู่ป.1 แล้วก็เริ่มเดินสายกับวง

CéCi: เด็กขนาดนั้น ชอบอะไรถึงได้จริงจังกับการร้องเพลง!
ร้านคาราโอเกะต่างจังหวัดจะมีพวกนักดื่มมานั่งเขาก็แบบ.. เอ้า หนู ร้องให้ฟังหน่อย พอเราร้องแล้วเขาหัวเราะ ไม่รู้ว่าเพราะเราตลก หรือร้องเพราะหรืออะไร แต่เห็นเขามีความสุข เราชอบ แถมร้องจบเขาให้เงินมากินขนม บาทนึงบ้าง 5 บาท 10 บาทผมเลยรู้สึกว่าการร้องเพลงไม่เบียดเบียนใคร แล้วยังช่วยพ่อแม่ได้ ถึงเงินจะน้อยแค่นี้ แต่ผมภูมิใจ
ประมาณป.6 ก็เริ่มประกวดร้องเพลงแถวภาคใต้แพ้มาเรื่อยๆ เลยครับ แพ้จนเบื่อ การประกวดทำให้ผมเข้าใจคำว่า ‘โอกาสที่มีข้อจำกัด’ เพราะติดเรื่องรูปลักษณ์ตลอด
INCREDIBLE 17!!!
ยอมรับว่าเมื่อต้องคุยกับ ‘นนท์ ธนนท์’ ผู้ชนะคนแรกของรายการประกวดร้องเพลงเน้นน้ำเสียงคุณภาพ The Voice Thailand ที่อายุแค่ 16 ปีในวันที่ชนะ และตอนนี้อายุเพียง 17 ฉันแอบเตรียมคำถาม ‘สำหรับเด็ก’ เอาไว้ให้เขาโดยเฉพาะแต่คำถามเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ใช้ เพราะนี่คือเด็กอายุ 17 ที่มีความคิดความอ่านเหมือนคุณปู่อายุ 70 หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ นั้น นนท์ทำให้ฉัน ‘ซึ้ง’ ถึงสิ่งที่ฝรั่งเรียกว่า ‘Passion’ พร้อมๆ กับ ‘ทึ่ง’ ในความคิดแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนคิดไม่ได้ มุมมองเรียบง่ายแต่เป็นจริง และเหนืออื่นใดคือความกตัญญู CéCi: ความรู้สึกในนาทีที่ได้เป็นวินเนอร์คนแรกของ The Voice Thailand ล่ะ
ผมเพิ่งคิดตอนอาทิตย์สุดท้ายว่าจะจบแล้วนี่ อารมณ์ตอนนั้นคือดีใจที่มาได้ขนาดนี้ พอประกาศว่าเหลือ 2 คนสุดท้าย คือผมกับพี่เก่ง และมีคะแนนต่างกันไม่ถึง 5% ผมก็แบบ.. แจ๋วเว้ย ได้ตั้งที่ 2 แล้วยังแพ้เขาแค่นิดเดียว เราอายุแค่ 16 ปี ทำได้ขนาดนี้ จะโม้ถึงลูกถึงหลาน
พอผลออกว่าผมชนะ ช็อก ผมไม่นึกว่าจะมีคนจ่าย 6 บาทโหวตให้เรา เราเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักกันเลยแค่มีเพลงเป็นตัวกลางสื่อสารเท่านั้น วินาทีนั้นผมหันไปมองหน้าแม่แล้วบอกว่าผมทำได้แล้วนะแม่! แม่ก็คิดเหมือนผมครับว่าได้ที่ 2 เข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรก ทุกอย่างใหม่หมด โห เวทีมีไฟด้วย เวทีบ้านเราไม่มีไฟนะครับ ไม่เคยร้องเพลงแล้วมีกล้องหมุนรอบตัว แต่เราทำได้ขนาดนี้ CéCi: ชีวิตต่อจากนี้จะเป็นยังไง
ต้องเปลี่ยนชีวิต ย้ายมาอยู่กรุงเทพ เรียนม.4 ซ้ำอีกปี เพื่อนในชั้นอ่อนกว่าเรา แล้วเขาพูดภาษาใต้ไม่ได้ เราก็ต้องปรับตัว ผมว่าคนเราควรทำตัวเหมือนกิ้งก่า เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ให้เข้ากับทุกสิ่งได้ แต่ไม่เปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนแค่สี เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแต่ต้องไม่ลืมตัวตน ไม่ลืมว่าก้าวแรกที่เหยียบคือจุดไหน เพราะทุกช่วงเวลามันแค่ขั้นหนึ่งของชีวิตเท่านั้น คนเราจะรู้ว่าชีวิตไปได้สูงสุดแค่ไหนคือวันที่เราตาย

CéCi: ชีวิตในวงการเพลงล่ะ
การทำงานสายนี้สามารถพุ่งขึ้นพรวดเดียวได้ตลอดเวลา และสามารถวูบในทีเดียวก็ได้ มันขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำยังไง ผมคิดแค่ทำตอนนี้ให้ดีที่สุด แต่ผมอยากทำธุรกิจอะไรก็ได้ที่มั่นคง เพื่อที่ถ้าวันหนึ่งร้องเพลงไม่ได้ เราต้องมีอีกทางที่สามารถดูแลแม่ดูแลคนที่เรารัก และดูแลตัวเราเองได้ CéCi: ทำไมมีความคิดเป็นผู้ใหญ่แบบนี้!
คำสอนของพ่อแม่ครับ เขาบอกเสมอว่าถ้าลำบากอย่าลืมความสบาย ถ้าสบายก็อย่าลืมความลำบาก สุขแล้วอย่าลืมทุกข์ ทุกข์ก็อย่าลืมสุข มันมีฟ้าหลังฝนแต่หลังจากนั้นก็มีฝนอีก ชีวิตเป็นวัฏจักรแบบนี้ ผมว่าบางทีการบรรลุนิติภาวะไม่ได้เกิดจากตัวเลขอายุ แต่เกิดจากการทำผิดซ้ำซากจนเรารู้ว่าไม่ควรทำ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดแบบนี้ ทุกคนมีแนวคิดของตัวเองมั้งครับ
ผมก็แค่ทำทุกอย่างให้เต็มที่ เพื่อไม่ต้องเสียดายหรือเสียใจเมื่อมองย้อนกลับมาจากอีก 10 ปีข้างหน้าเพราะมีแต่เราที่เลือกได้ว่าจะทำยังไง ผมเคยบวชเณรฤดูร้อน พระอาจารย์บอกว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเราเท่าตัวเราเอง คนที่จะแก้ปัญหาจะทำจะเลิกก็คือตัวเราเอง แค่เข้าใจเรา เข้าใจโลก อยู่ให้ได้ อยู่ให้เป็นแค่นั้นเอง

CéCi: เด็กอายุ 17 แชมป์รายการ The VoiceThailand และมีความคิดเหมือนคนอายุ 70 อย่างนนท์ คิดว่าสิ่งที่วัยรุ่นควรรู้ควรเข้าใจคืออะไร
ทุกช่วงเวลามีอุปสรรค แต่ทุกเวลาก็มีโอกาสด้วยเหมือนกัน มันอยู่ที่เราจะมอง และไม่จำเป็นต้องมีแพตเทิร์นว่าฉันต้องเป็นคนดี ทำอะไรต้องมีหลักการบางทีโลกก็ไม่ต้องการสูตร วาดรูปไม่ต้องเริ่มจากโครงร่าง วาดตาก่อนก็ได้ ทุกคนมีวิถีของตัวเอง แค่ศรัทธาในวิถี และอย่าเบียดเบียนใคร อะไรที่ดีต่อเราทำไปเถอะ ถ้าดีต่อคนอื่น ยิ่งต้องทำ ผู้ใหญ่ถึงได้สอนเรื่องเวรกรรม สิ่งไหนต้องทำ ต้องไม่ทำ รู้ไว้บ้างโลกนี้ต้องการสิ่งที่ดี สังคมจะได้สวยงามขึ้น ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเรานี่แหละครับ
Board: Interview
(1)
Share
Ceci
Keep by Ceci
2649
FOLLOWER

เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน

"CéCi: เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน
ตั้งแต่เด็กครับ 4 ขวบ อยู่อนุบาล 2 ถือไมค์ยืนหน้าตู้คาราโอเกะข้างบ้านแล้ว ร้องไปร้องมาก็บอกพ่อว่าอยากขึ้นเวทีร้องเพลง พ่อเลยเอาไปฝากกับครูที่ดูแลวงลูกทุ่งตั้งแต่อยู่ป.1 แล้วก็เริ่มเดินสายกับวง
CéCi: เด็กขนาดนั้น ชอบอะไรถึงได้จริงจังกับการร้องเพลง!
ร้านคาราโอเกะต่างจังหวัดจะมีพวกนักดื่มมานั่งเขาก็แบบ.. เอ้า หนู ร้องให้ฟังหน่อย พอเราร้องแล้วเขาหัวเราะ ไม่รู้ว่าเพราะเราตลก หรือร้องเพราะหรืออะไร แต่เห็นเขามีความสุข เราชอบ แถมร้องจบเขาให้เงินมากินขนม บาทนึงบ้าง 5 บาท 10 บาทผมเลยรู้สึกว่าการร้องเพลงไม่เบียดเบียนใคร แล้วยังช่วยพ่อแม่ได้ ถึงเงินจะน้อยแค่นี้ แต่ผมภูมิใจ
ประมาณป.6 ก็เริ่มประกวดร้องเพลงแถวภาคใต้แพ้มาเรื่อยๆ เลยครับ แพ้จนเบื่อ การประกวดทำให้ผมเข้าใจคำว่า ‘โอกาสที่มีข้อจำกัด’ เพราะติดเรื่องรูปลักษณ์ตลอด"
1 KEEP
Ceci
1 LOVES
100001439641010
COMMENT