And reader,then i married him ขอบอกเลยว่าการอยู่กินด้วยกันกับคนรักเป็นความใฝ่ฝันของผม (อย่างน้อยก็สำาหรับผม ผมแน่ใจว่า Will เองคงไม่เคยฝันว่าจะต้องตื่นเช้ามาแล้วเจอสายตาเย็นชาของผม เพราะไม่มีใครชงชาร้อนๆ มาเอาใจ) ช่วงสัปดาห์แรก ผมแทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่าแม้กระทั่งการซักผ้าด้วยกันก็สุดแสนจะโรแมนติก "ตากถุงเท้ายังสนุกเพราะมันเป็นถุงเท้าของสองเรา" ผมเล่าให้คนอื่นฟัง แต่พวกเขาถึงขั้นอ้วกแตก
  ถึงแม้ว่าตอนนี้การตากกางเกงในของเขาจะไม่โรแมนติกเหมือนเมื่อก่อน แต่การได้อยู่ด้วยกันกับเขาไม่เคยลดความตื่นเต้นลงเลย เหมือนกับเราสองคนกำลังประกาศให้โลกรู้ว่าเราเป็นคู่รักกัน เราเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของกันและกัน เราเป็นคนๆ เดียวกัน เขายอมให้ผมเลือกสีทาบ้านวอลเปเปอร์ โซฟาใหม่ และโต๊ะกาแฟ เราช่วยกันสร้างชีวิตร่วมกันและผมก็ไม่เคยหยิบเอาเรื่องดีๆ มาล้อเลียนล้อเล่น Will ไม่ใช่คนเพอร์เฟกต์บางทีเขาก็ขโมยเจลแต่งผม Fudge Extra Hold 10 ของผมไปใช้ แต่ลองมองอีกทีเขาสุดจะเพอร์เฟกต์สำหรับผมจะตายไป
  ผู้อ่านที่รักทุกท่าน ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผมแต่งงานกับเขาแล้วอันที่จริงก็ยังหรอก แต่ผมกำลังคิดทบทวนเรื่องนี้หลายตลบ ถึงขนาดโทรไปเช็กกับสถานที่จัดงานแต่งในฝันว่าเขาจะคิดราคาแพงกว่าที่ผมตั้งงบเอาไว้ไหม หรือว่าจะต้องหาที่ใหม่ (45 ปอนด์สำหรับอาหารสามคอร์สก็ฟังเข้าท่า แต่ค่าเปิดขวด 10 ปอนด์ดูจะไม่เวิร์กสำหรับงานวิวาห์เมาหัวราน้ำอย่างที่เรา / ผมตั้งใจกันไว้) สำหรับตอนนี้ผมกำลังคิดแผนการอันแยบยลที่ต้องได้ผลแน่นอน เป็นแผนง่ายๆ แค่ทำตัวดีกับเขา ไม่วีนเหวี่ยงเขามาเป็นสัปดาห์แล้ว จริงอยู่ เรายังไม่ได้จัดปาร์ตี้ดินเนอร์ฉลอง แต่เราก็เข้ากันได้อย่างดีไร้ปัญหา ผมคิดว่าคงถึงเวลาที่ผมจะให้โอกาสตัวเอง เลิกตั้งกำแพง อยากจะมีรักแบบผ่อนคลายสบายๆเป็นตัวของตัวเองกับใครสักคนไปตลอดชีวิต
อดีตคอลัมนิสต์ผู้เชี่ยวชาญการเดต Pip McCormac จะลงจากคานกิตติมศักดิ์หลังจากเฟ้นหาชายหนุ่มที่ใช่มากว่าสามปี ในที่สุดเขาคนนั้นก็ปรากฏตัวและ Pip จะมาบอกทุกเรื่องราวของความรักอันแช่มชื่นนี้ให้เราได้ฟังคอลัมน์เรื่องการออกเดตของ Pipที่ตีพิมพ์มากว่า 3 ปีใน Attitude ถ้าหากคุณยังพอจำเรื่องราวในคอลัมน์ที่ผมเคยเขียนได้ คุณจะเข้าใจและเห็นใจว่าผมเป็นคนแห้งเหี่ยวความรักมาแต่ไหนแต่ไร ราวกับถูกสาปให้เป็นโสด และต้องนั่งหาวบนคานทองเป็นสินค้าค้างสต็อกที่แจกฟรีก็ยังไม่มีคนแล เมื่อคิดได้อย่างนี้ ผมก็อยากพูดให้กำลังใจคุณว่าถ้าคนสิ้นไร้ความรักอย่างตัวผมยังตกหลุมรักได้ในที่สุด
คนอย่างพวกคุณก็ย่อมทำได้เช่นกัน
  แน่นอนว่าพรุ่งนี้ความสุขอาจหายวับไม่เหลือ แต่ผมก็จะไม่ดูดายปล่อยเวลาให้เลยผ่านอย่างไร้คุณค่า ตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตผมลงตัวจนคำว่าความสมบูรณ์แบบอาจฟังดูมีคุณค่าน้อยไปด้วยซ้ำา มีเหตุผลอยู่ข้อหนึ่งที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่เบ่งบาน เหตุผลที่ทำให้คนอย่าง Will ไม่กลัวชีวิตโชกโชนและทฤษฎีมารยาร้อยเล่มเกวียนของผมเหมือนที่ผู้ชายก่อนหน้านี้ขยาดจนหนีไปหมด นั้นเพราะ Will เป็นคนพร้อมปรับตัวและพร้อมปรับทัศนคติ เป็นคนเยือกเย็นและมีเหตุมีผล ทำให้เขารู้ทันเกมผมหมดทุกเม็ดชนิดที่กะพริบตาก็รู้ว่าผมคิดอะไร เราสองคนคบหาศึกษากันอยู่สักพักก่อนที่เขาจะออกปากชวนผมย้ายไปอยู่บ้านเดียวกันในที่สุด ที่จริงแฟลตที่เราต่างคนต่างอยู่ก็ห่างกันเพียงสิบนาทีซึ่งก็มองเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย การจะโผล่หน้าไปเจอให้หายคิดถึงแบบทันใจก็ดูหวานแหววน่ารักดี แต่ถ้ามันบ่อยมันสะดวกสบายเกิน ก็คงไม่มีเหตุผลให้คนสองคนขยับสถานะและย้ายมาอยู่ด้วยกัน ดังนั้นแทนที่จะชักแม่น้ำทั้งห้า หว่านล้อมด้วยเหตุผลนานัปการหรือถามเขาตรงๆ ว่าอยากย้ายมาอยู่กับผมไหมก็ฟังดูน่าอึดอัด ผมก็เลยวางแผนแกล้งทำเป็นลืมของจำเป็นไว้ที่บ้านตัวเอง แผนการผมลึกล้ำกว่าที่คุณคิด จะว่าบังเอิญก็คงได้ Will ชอบความงอแงแง่งอนของผม เขาอาจจะเลิกคิ้วสีดำเข้มเล็กน้อยด้วยความตกใจนิดๆ แต่พอรู้ว่าผมหงุดหงิดเรื่องอะไร เขาก็เพียงแค่เรียกชื่อผมหวานๆผมก็นิ่งแล้ว เขาเคยออกเดตกับผู้หญิงมาก่อนจนกระทั่งอายุได้ 24 ปีและหากไม่นับที่เขาหลงใหลเสื้อผ้าสั่งตัดและปลื้ม Tom Daley นักกีฬากระโดดน้ำหนุ่มสุดหล่อจนนอกหน้า ก็คงไม่มีใครดูออกว่าเขาเป็นเกย์ ในความสัมพันธ์ของเรา เขามีความสุขที่ได้เป็นผู้นำ คอยดูแลเทกแคร์ เอาอกเอาใจคนขี้งอนอย่างผม ในขณะที่ผมเองก็ ได้ทีทำตัวเป็นหญิงสาวตัวเล็กๆ แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจ ต้องการการประคบประหงมจากผู้ชายที่อ่อนระทวยต่อความงอแงน่าเอ็นดู สุดท้ายต่างฝ่ายต่างสนองความต้องการของกันและกัน เขาได้เป็นชายผู้นำที่ยอมทำทุกอย่างตามใจหญิงมารยาอย่างผม
  ผมมักจะแสดงอารมณ์เหวี่ยงวีนอย่างมีศิลปะออกมาซะทุกครั้งที่เราจัดปาร์ตี้ดินเนอร์กัน ซึ่งเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ ตั้งแต่ตอนยังโสดว่าอยากจะร่วมจัดกับคนพิเศษสักคน โดยปกติแล้วเราจะมีบทบาทหรือนิสัยเฉพาะตัวในการคบหากับใครสักคน ผมมักใช้เวลาหลายชั่วโมงง่วนอยู่ในครัว ยอมตรากตรำทำอาหารหัวฟูและไม่ยอมให้ใครยื่นมือมาช่วยทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน Will ก็จะเข้ามาผสมเครื่องดื่มสำาหรับเสิร์ฟแขกที่กำลังทยอยมาถึง ซึ่งก็พอดีกับตอนที่ผมกำลังโรยอิตาเลียนชีสใส่แครอทขาวในกระทะ (สตาร์ตเตอร์เมนูเด็ดของผม) “อ๊าย อย่าใส่ลงไปนะ" ผมเอ็ดเสียงดังตอนที่เขากำลังจะบีบมะนาวใส่กระทะ "พระเจ้า!” ผมเน้นเสียงเข้ม "ไม่เป็นไรน่าดาร์ลิ้ง คุณนี่สุดยอดจริงๆ เลยคืนนี้" เขาจะพูดชมพลางนวดหัวไหล่เบาๆ เพื่อเอาใจผม คุณคงไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ผมเล่าไปใช่ไหมล่ะ ก็จริงที่มันอาจฟังดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ Will ทำให้ผมเป็นคนใหม่ที่ผมไม่เคยรู้จักตัวเองมาก่อน เขาบังคับให้ผมหัดพบปะผู้คน มีสังคมใหม่ๆ บ้าง อย่างน้อยก็ออกไปเอ็นจอยกับเพื่อนฝูงและไม่ทำให้ชีวิตรักต้องจืดชืดหมดรสชาติเหมือนเกย์บางคู่ ต้องหมั่นหาความแซบซ่าแปลกใหม่มาเติมเต็มกันและกันอยู่เสมอ ความคิดเชิงบวกของเขาเยียวยาหัวใจผมจากคนที่เคยหยาบกร้านเริ่มเปลี่ยนเป็นเปิดใจกว้างรับสิ่งใหม่ๆ และมองเห็นด้านดีในผู้อื่นมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะคอยจิกตีคนอื่นให้ตัวเองดูสูงส่งเหมือนที่เกย์หลายคนชอบทำ Tom เพื่อนสนิทผมถึงกับเอ่ยปากบ่อยๆ ว่า "แกนี่แสนดีขึ้นผิดหูผิดตานะยะ ตั้งแต่คบกับWill นี่แกดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนะ” Tom มักจะพูดกับผมแบบนี้ทุกครั้งที่ผมพยายามจะกระดกไวน์สองขวดรวดโดยไม่เมาเละถึงขั้นร้องไห้ฟูมฟาย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนยังโสด คงจะบ่อน้ำตาแตกเพราะช้ำรักไปนานแล้ว จะว่าไป Tom ก็พูดถูก เพราะถ้าคิดดีๆ ผมก็รู้ตัวว่าผมคงมีความสุขด้วยตัวเองไม่ได้ คุณค่าในตัวผมจะเปล่งประกายขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีอีกคนมาช่วยเติมเต็มชีวิต และเมื่อถึงจุดนี้ ผมก็เริ่มสงสัยว่า Will คิดยังไงถึงเลือกอยู่กับผม แน่นอนว่าผมทำาให้เขาลำบากใจอยู่บ้างที่ต้องเลิกปาร์ตี้และกลับบ้านไวขึ้นเพราะผมเพลีย ต้องยกเลิกดินเนอร์กับน้องสาวเพราะผมอยากดูรายการTake Me Out และตอนที่ผมเซย์โนไม่ขอจ้ำจี้กับเขาเพราะ "เราเพิ่งมีอะไรกันไปเมื่อคืนเองนะ คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย Will จ้องแต่จะเอาท่าเดียวรึไง?!” ผมกลัวที่จะถามเขาว่าทำไมถึงตัดสินใจให้ผมย้ายไปอยู่กับเขา กลัวไปว่าเขาอาจไม่มีเหตุผลที่ผมอยากฟัง แต่ในนามบทความชีวิตคู่นับไม่ถ้วนที่ผมสั่งสมมา ผมจึงรวบรวมความกล้า หันหน้าไปหาเขาและถามว่า "ทำไมคุณถึงรักผม?” “เพราะคุณดีไง" เขาตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหมือนตอนที่คุณต้องตอบคำถามเด็กน้อยขี้สงสัย เป็นคำตอบที่ไม่ใช่บทสรุป ไม่ใช่คำตอบที่ผมคาดไว้ แต่ผมก็คงต้องยอมรับ อาจจะฟังดูพิลึกแต่เขาก็คงรักผมเพราะผมเป็นตัวผมอย่างนี้
  อาจจะเป็นไปได้ว่าเขารักความเจ้าระเบียบของผม รักที่ผมคอยช่วยให้ชีวิตเขาเป็นที่เป็นทางมากขึ้น บางทีอาจเพราะเรามีความสุข ได้หัวเราะร่วมกัน เราชอบดื่มค็อกเทล ลองร้านอาหารใหม่ๆ อยู่กับบ้านนอนกอดกันบนโซฟาแล้วดู 2 Broke Girls และดื่มน้ำอัดลมไปด้วย หรือบางทีอาจเพราะเราเมาเก่งทั้งคู่ เราดูเหมือนจะแตกต่างกันแต่สุดท้ายกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว ผมเป็นหยิน เขาเป็นหยาง เป็นเหมือนคู่ขวัญ Kristieกับ Phil (พีธีกรคู่ชื่อดัง) และยิ่งตอนนี้เราอาศัยในบ้านเดียวกันยิ่งทำให้รู้สึกเราแชร์ชีวิตซึ่งกันและกัน เป็นคนๆ เดียวกัน และผมก็รู้สึกถึงความมั่นคงอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัส
Board: FEATURE
(0)
Share
attitude
Keep by attitude
3179
FOLLOWER

And reader,then i married him

"ขอบอกเลยว่าการอยู่กินด้วยกันกับคนรักเป็นความใฝ่ฝันของผม (อย่างน้อยก็สำาหรับผม ผมแน่ใจว่า Will เองคงไม่เคยฝันว่าจะต้องตื่นเช้ามาแล้วเจอสายตาเย็นชาของผม เพราะไม่มีใครชงชาร้อนๆ มาเอาใจ) ช่วงสัปดาห์แรก ผมแทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่าแม้กระทั่งการซักผ้าด้วยกันก็สุดแสนจะโรแมนติก "ตากถุงเท้ายังสนุกเพราะมันเป็นถุงเท้าของสองเรา" ผมเล่าให้คนอื่นฟัง แต่พวกเขาถึงขั้นอ้วกแตก
ถึงแม้ว่าตอนนี้การตากกางเกงในของเขาจะไม่โรแมนติกเหมือนเมื่อก่อน แต่การได้อยู่ด้วยกันกับเขาไม่เคยลดความตื่นเต้นลงเลย เหมือนกับเราสองคนกำลังประกาศให้โลกรู้ว่าเราเป็นคู่รักกัน เราเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของกันและกัน เราเป็นคนๆ เดียวกัน เขายอมให้ผมเลือกสีทาบ้านวอลเปเปอร์ โซฟาใหม่ และโต๊ะกาแฟ เราช่วยกันสร้างชีวิตร่วมกันและผมก็ไม่เคยหยิบเอาเรื่องดีๆ มาล้อเลียนล้อเล่น Will ไม่ใช่คนเพอร์เฟกต์บางทีเขาก็ขโมยเจลแต่งผม Fudge Extra Hold 10 ของผมไปใช้ แต่ลองมองอีกทีเขาสุดจะเพอร์เฟกต์สำหรับผมจะตายไป
ผู้อ่านที่รักทุกท่าน ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผมแต่งงานกับเขาแล้วอันที่จริงก็ยังหรอก แต่ผมกำลังคิดทบทวนเรื่องนี้หลายตลบ ถึงขนาดโทรไปเช็กกับสถานที่จัดงานแต่งในฝันว่าเขาจะคิดราคาแพงกว่าที่ผมตั้งงบเอาไว้ไหม หรือว่าจะต้องหาที่ใหม่ (45 ปอนด์สำหรับอาหารสามคอร์สก็ฟังเข้าท่า แต่ค่าเปิดขวด 10 ปอนด์ดูจะไม่เวิร์กสำหรับงานวิวาห์เมาหัวราน้ำอย่างที่เรา / ผมตั้งใจกันไว้) สำหรับตอนนี้ผมกำลังคิดแผนการอันแยบยลที่ต้องได้ผลแน่นอน เป็นแผนง่ายๆ แค่ทำตัวดีกับเขา ไม่วีนเหวี่ยงเขามาเป็นสัปดาห์แล้ว จริงอยู่ เรายังไม่ได้จัดปาร์ตี้ดินเนอร์ฉลอง แต่เราก็เข้ากันได้อย่างดีไร้ปัญหา ผมคิดว่าคงถึงเวลาที่ผมจะให้โอกาสตัวเอง เลิกตั้งกำแพง อยากจะมีรักแบบผ่อนคลายสบายๆเป็นตัวของตัวเองกับใครสักคนไปตลอดชีวิต "
1 KEEP
attitude
0 LOVES
COMMENT
SQUARE