50 Shades of Grey กลายเป็นแฟชั่น 50 Shades of Chicken
หนังสือที่เกาะกระแสชื่อนี้ขายดีสุด ดีไซน์รูปเล่มและเนื้อหาดีสุด แถมยังมีอารมณ์ขันที่ยอดเยี่ยม ต้องยกให้ 50 Shades of Chicken เพราะนอกจากจะบอกถึงวิธีทำได้หลากหลายแบบแล้ว เขายังเอาไก่มาจำลองเป็นเรือนร่างของหญิงสาว และอุปโลกน์ให้เชฟหรือพ่อครัวต้องทรมานไก่ เพราะเขาเป็นซาดิสต์แบบในหนังสือ หลายฉากตอนดูแล้วน่าขบขัน เพราะเขาอ้าขาไก่ กางปีกไก่ ราวกับไก่นั้นเป็นหญิงสาวกันทีเดียว

50 Shades of Bacon
คล้ายๆ กับเล่มแรก แต่การออกแบบไม่สวยงามเท่า แม้ว่าจะมีแนวคิดในการเล่นกับเบคอนในทิศทางเดียวกัน หนังสือเล่มนี้เอาเบคอนมาพลิกแพลงหลายตลบ มีทั้งทำได้จริงและทำได้อย่างน่าสงสัย เพราะมีคำถามว่า ทำไมจะต้องพยายามขนาดนั้น แต่เล่มนี้บอกได้แค่ว่า ถ้าคุณเป็นคนรักเบคอน ไม่ควรพลาดเด็ดขาด และคุณอาจจะลืมขาอ่อนขาวๆ ของหญิงสาวไปเลย
มีนักอ่านอยู่น้อยมาก ที่ชอบเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์แล้วไม่รู้จักชื่อของ โทมัส ฮาร์ดี้ เพราะนอกจากการสะท้อนภาพชนบทงดงามในอังกฤษแล้ว จุดที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของเขาคือ โชคชะตา และชีวิตของ ตัวละคร หนึ่งในงานเขียนคลาสสิกของเขาก็คือ Tess of the d’urbervilles ในปลายศตวรรษที่ 19 เรื่องของสาวเทสส์ ผู้งดงาม ที่พ่อของเธอตกหลุมพรางชีวิต ส่งลูกสาวไปสัมผัสกับญาติสูงศักดิ์ ซึ่งหวังว่าจะได้รับอะไรกลับมา แต่สิ่งที่เทสส์ต้องไปเผชิญก็คือ การตกเป็นเมียอย่างไม่ยินยอมของใครสักคนในบ้านหลังนั้น ผู้เขียนอย่าง โทมัส คงไม่ได้เชื่อแค่เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ แต่ยังสอดแทรกแง่มุมน้ำหนัก เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องเสน่ห์เย้ายวนทางเพศ ตัวละครในวรรณกรรมชื่อนี้จึงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องชะตาและเรื่องของเพศ มีหลายคนอ่านแล้วชอบ แน่นอนว่ารวมทั้ง ‘มิสเตอร์ คริสเตียน เกรย์’ ในหนังสือ ‘50 Shades of Grey’เพราะเขาเกี้ยวพาราสี อนาตาเซีย สติล นางเอกนักศึกษาสาวสวย ด้วยการมอบวรรณกรรม Tess of the d'urbervilles ให้เธอ ในมิติของวรรณกรรมที่ซ้อนวรรณกรรมก็นับว่าน่าสนใจแล้ว แต่มุมนี้น่าจะดูลดน้อยถอยลงไป เพราะเรื่องที่ร้อนแรงเร่าร้อนมากกว่าก็คือ เซ็กซ์และการร่วมรัก ที่มาพร้อมลีลาไม่ธรรมดาระหว่าง ‘สติล กับ เกรย์’ พล็อตเรื่องโดยย่นย่อของ 50 Shades of Grey ก็คือนักศึกษาสาวสวยต้องไปสัมภาษณ์มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเกรย์ และเมื่อรู้จักกัน ฝ่ายชายก็ว่าจ้างอะไรบางอย่างเพื่อให้เขากับเธอต้องมีอะไรกัน ภายใต้เงื่อนไขเรื่องอย่างว่าที่อาจจะไม่ธรรมดา เพราะทั้งอุปกรณ์และท่าร่วมรักที่สะท้อนปมจิตของตัวละครวรรณกรรมเรื่องนี้มีทั้งหมด 3 เล่ม ดังต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบสองปี แต่เพิ่งมาขายดีในบ้านเราเกือบๆ หนึ่งปีที่ผ่านมา เมื่ออยู่ๆ ร้านขายหนังสือหลายแห่งพร้อมใจกันวางมันเป็นกองทัพอยู่หน้าร้าน เป็นที่สะดุดตาของนักอ่าน
วีณารัตน์ เลาหภคกุล คนข่าวของเนชั่นทีวี เคยบ่นทีเล่นทีจริงว่า “หนังสือเล่มนี้มีแต่หลับนอนกันทั้งเล่ม” แต่ ศิริชัย สุประดิษฐ์ ผู้กำกับหนังสารคดีม้าของ True วิเคราะห์ว่า “มันเป็นวรรณกรรมที่สะท้อนจิตใจของคนอ่านและคนเขียน เพราะนอกจากจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของเกรย์และสติลแล้ว มันน่าแปลกใจที่นักอ่านมากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง รวมทั้งเป็นเด็กสาวนักศึกษา” ในหนังสือที่เขียนโดย อี.แอล.เจมส์ มีการบรรยายไว้ว่า เมื่อตอนที่เกรย์ยังเป็นเด็กที่อายุน้อยมาก เขาเห็นแม่ของเขาซึ่งเป็นโสเภณีถูกผู้ชายทำร้ายด้วยท่าวิตถาร และมีความรุนแรงแบบเกินปกติ การเห็นเช่นนั้นถูกจดจำมาตลอดชีวิตของเขา และตามติดมาด้วยการ ลงมือกระทำกับคนอื่นๆ บ้าง ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือสติล สาวสวยที่เขาหลงรัก อี.แอล.เจมส์  หรือเอริกา มิทเชลล์ ผู้เขียนหนังสือฮอตเรื่องนี้ 
“ว่ากันว่า ถึงแม้เธอจะเขียนหนังสือได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในแนวอีโรติกที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงรักอันเร่าร้อน แต่ในชีวิตจริงของคุณแม่บ้านนักเขียนร่างท้วมคนนี้ ไม่ต่างจากแม่บ้านอังกฤษทั่วไปเธออาศัยอยู่บ้านหลังเล็กๆ ก่อด้วยอิฐแดง ในย่านตะวันตกของกรุงลอนดอน เลี้ยงสุนัขพันธุ์เวสตี้ชื่อว่า แม็กซ์ ขับรถมินิ ชอบกินนูเทลลาด้วยช้อน และเป็นคนนอนตื่นสาย” คำถามนี้ไม่อาจจะเอ่ยว่าเป็นผู้ชายได้ เพราะถึงจะเป็นเรื่อง ‘บนเตียง’เสียเยอะ และมีตัวละครเป็นชายหล่อ รวย หรูเริ่ด กับสาวไฟแรงสูงที่เก็บความปรารถนาไว้ แต่ในเนื้อหาทั้งหมดนี้คนที่ซื้อหนังสือโดยมากเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 70-30

นักวิชาการและคอลัมนิสต์อย่าง ซู วิลเลี่ยม จึงตั้งคำถามว่า “เหตุไฉนผู้หญิงจึงหลงรักหนังสือเร่าร้อนเล่มนี้”
นักอ่านบางคนยอมรับว่า ระหว่างละเลียดเรื่องราวไปนั้น เธอรู้สึกว่าอนาตาเซียเหมือนเป็นคนที่แรดและปล่อยตัว แต่พอถูกถามว่า หากมีโอกาสได้เป็นเธอบ้าง จะทำแบบอนาตาเซียมั้ย คำตอบคือ ‘ทำ’

ซูบอกว่า “แง่มุมแบบนี้เล่นกับความต้องการของผู้หญิงที่อยากมีชีวิตสมบูรณ์ในทุกเรื่อง เพราะมันเป็นการเจาะลงไปที่จิตสำนึก เพราะท่ามกลางความดิบร้อนที่เกรย์ปรนเปรอให้เธอนั้น เมื่อพ้นจากเตียงหนุ่มหล่ออย่างเกรย์ก็มีความสุภาพในแบบที่สาวๆ ปรารถนาและใฝ่ฝันความเร่าร้อนและดิบเถื่อนบนเตียงไม่ได้บอกว่าในชีวิตปกติผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนหยาบกระด้าง” “เหตุไฉนผู้หญิงจึงหลงรักหนังสือเร่าร้อนเล่มนี้จนกลายเป็นนวนิยายที่มียอดจำหน่ายพุ่งเร็วมากที่สุดตลอดกาล หรือว่าผู้หญิงเป็นล้านๆ คนกำลัง ติดบ่วง ที่หนังสือเล่มนี้ขุดไว้”
มีมุมที่น่าสนใจว่าผู้หญิงที่ไม่เคยกล้ากางหนังสือแนวนี้อ่านในที่สาธารณะ แต่พวกเธอกล้าอ่าน 50 Shades of Grey ในรถไฟใต้ดิน หรือสามารถอ่านได้จาก Kindle เพราะพวกเธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่หนังสือโป๊โดยตรง และมีคำพูดปากต่อปากว่า “นี่คือหนทางปลดปล่อยแบบอีโรติก โรแมนติก แบบที่สาวๆ นักอ่านไม่ต้องกลัวที่จะเดินเข้าไปซื้อ”
50 Shades of Kale
จากหนังสือเกี่ยวกับไก่ มาถึงหมู คราวนี้จะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่ ‘ผักคะน้า’ ที่มันฮามากก็คือ หนังสือเล่มนี้ลอกเลียนโปสเตอร์หนังที่กำลังตกอยู่ในความรักแบบหมกมุ่นแต่เอามานอนกับผัก เพื่อสื่อว่าเธอกำลังหลงใหลในผักคะน้า เนื้อหาก็เกี่ยวกับการนำผักไปผสมลงในเมนูต่าง จนเกิดอาการที่ไม่รู้ว่าใครอยากจะกินหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆภาพประกอบอย่างฮา

50 Shades of Ecstasy
เล่มนี้ผมซื้อไล่หลัง 50 Shades of Chicken และก็ต้องบอกว่าดีมาก เพราะเนื้อหาที่ดูเหมือนจะธรรมดาๆ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าเมื่อแปลตามชื่อแล้ว ทั้งภาพและเรื่องโลกของกามาไปไกลกว่าที่คิดไว้มาก ตัวหนังสือเจตนาใช้สีชมพูอมส้มเพื่อสื่อถึงโลกที่แปลกออกไปจากอาหารการกิน ที่หนังสือในห้วงเวลาเดียวกันออกมาวางแผง 50 Sheds of Grey
ก็ในเมื่อสถานที่ต่างๆ ในบ้าน หรือที่อยู่อาศัยของมิสเตอร์เกรย์นั้นบรรยายกันถึงมุมนั้นมุมนี้ในการทำรัก หนังสือเล่มนี้ก็เลยเอามุมต่างๆ ของที่อยู่อาศัยมาพูดถึงแบบฮาๆกึ่งให้ความรู้เรื่องของการจัดวางข้าวของ เป็นหนังสือที่มีรูปสวย แต่ราคาสูงกว่าทุกเล่มเมื่อคำนึงถึงภาพรวมของเนื้อหา

50 Places to Play Golf
เล่มนี้ต้องบอกว่าโดดออกมาจากทั้งหมด เพราะหนาที่สุดและราคาสูงที่สุด รวมทั้งเนื้อหาไม่เกี่ยวกับเซ็กซ์หรืออาหารการกิน เพราะว่าชื่อก็บอกอยู่ตรงๆ ว่ามันคือ 50 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดที่คนรักกอล์ฟควรจะไปตีกอล์ฟ การใช้คำว่า ‘Places’ ก็เพื่อคล้องกับการออกเสียงคำเดียวของเทรนด์หนังสือแนวนี้ ส่วนคุณอ่านแล้วจะอยาก to Play Golfหรือไม่ ก็ต้องดูแต่ละประเทศที่เขาแนะนำเสียก่อน
(0)
Share
Free247
Keep by Free247
1240
FOLLOWER

50 Shades of Grey กลายเป็นแฟชั่น

"50 Shades of Chicken
หนังสือที่เกาะกระแสชื่อนี้ขายดีสุด ดีไซน์รูปเล่มและเนื้อหาดีสุด แถมยังมีอารมณ์ขันที่ยอดเยี่ยม ต้องยกให้ 50 Shades of Chicken เพราะนอกจากจะบอกถึงวิธีทำได้หลากหลายแบบแล้ว เขายังเอาไก่มาจำลองเป็นเรือนร่างของหญิงสาว และอุปโลกน์ให้เชฟหรือพ่อครัวต้องทรมานไก่ เพราะเขาเป็นซาดิสต์แบบในหนังสือ หลายฉากตอนดูแล้วน่าขบขัน เพราะเขาอ้าขาไก่ กางปีกไก่ ราวกับไก่นั้นเป็นหญิงสาวกันทีเดียว
50 Shades of Bacon
คล้ายๆ กับเล่มแรก แต่การออกแบบไม่สวยงามเท่า แม้ว่าจะมีแนวคิดในการเล่นกับเบคอนในทิศทางเดียวกัน หนังสือเล่มนี้เอาเบคอนมาพลิกแพลงหลายตลบ มีทั้งทำได้จริงและทำได้อย่างน่าสงสัย เพราะมีคำถามว่า ทำไมจะต้องพยายามขนาดนั้น แต่เล่มนี้บอกได้แค่ว่า ถ้าคุณเป็นคนรักเบคอน ไม่ควรพลาดเด็ดขาด และคุณอาจจะลืมขาอ่อนขาวๆ ของหญิงสาวไปเลย"
1 KEEP
Free247
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13