ใครๆ ก็เป็นเน็ตไอดอลได้ เพราะ Social Network จะเห็นได้ว่ากระแสวายนั้นเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับโซเชียลเน็ตเวิร์ก ในฐานะที่มันเป็น Community หนึ่งสำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องวายๆ ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ก้าวไปไกลมาก ปัจจุบันคนไทยใช้สื่อออนไลน์ ทั้ง Facebook, Twitter และ YouTube มากเป็นอันดับต้นๆ ไม่น้อยหน้าชาติอื่น เวลาเดียวกันการกำเนิดของกระแสเน็ตไอดอลหรือ Influencer ก็ เพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่ใช่แค่หนุ่มหล่อสาวสวยอีกต่อไปแล้วที่มีผู้คนมากมายมาติดตามเป็นจำนวนมาก

ในโลกปัจจุบันที่ผู้คนเสพอัตลักษณ์ ในสังคมที่เราต้องการเป็นที่ถูกมองเห็น เมื่อโลกเสมือนกับโลกจริงมันแบ่งกันเพียงเส้นบางๆ และคำพูดของ Influencer บนอินเทอร์เน็ตมีความหนักแน่นพอที่คนจะเชื่อและคล้อยตาม การสร้างตัวตนบนโซเชียลเน็ตเวิร์กจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากทำและลงมือทำได้ คุณอาจไม่ได้หน้าตาดีแบบณเดชน์ คุณอาจไม่ได้ร้องเพลงเพราะหรือมีความสามารถที่แพรวพราว แต่ถ้าคุณทำอะไรก็ได้ให้มีคนเข้ามาดูจนมี Follower มากพอ เมื่อนั้นคุณก็สามารถจะกลายเป็น Influencer ได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่จะทำอย่างไรให้เราโดดเด่นและแตกต่างไปจากคนอื่น ถ้าการมีหน้าตาที่สวยใสดูดี ทำให้คน Outstanding ได้ ดังนั้นการทำตัวให้แปลกประหลาดกว่าคนอื่น ก็ย่อมทำให้คุณเด่นได้เช่นเดียวกัน
CHRONICLES OF GAY SCENE IN THAI CONTEMPORARY MEDIA : A QUESTION TO IDENTITY

เราสามารถพูดได้เต็มปากไหมว่าสังคมไทยเปิดที่ยืนให้เกย์มากขึ้น เพราะไม่ว่าคุณจะเปิดวิทยุ โทรทัศน์ หรือซื้อตั๋วไปชมภาพยนตร์ คุณก็จะพบเกย์ปรากฏอยู่ในรูปแบบต่างๆ บางครั้งมาเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ บางครั้งก็มาเพื่อเรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาววายทั้งหลายหรือในโลกอินเทอร์เน็ต การเลื่อนไปเจอเด็กหนุ่มหน้ามนสองคนกอดคอ หอมแก้มกันอย่างสนิทสนม ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกไปเสียแล้ว

ทุกวันนี้สื่อนำเสนอเกย์ในบทบาทที่หลากหลายมากขึ้น เกย์ที่เป็นบทบาทการแสดงในละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ เกย์ที่เป็นผู้ดำเนินรายการ มีศิลปินดาราจำนวนไม่น้อยที่ออกมาเปิดตัวว่าเป็นเกย์ จุดนี้เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเกย์ไทยในวันนี้มีที่ทางที่หลากหลายกว่าแต่ก่อน เราได้เห็นการเป็นเกย์ถูกหยิบมานำเสนอในมิติอื่นที่นอกเหนือไปจากการเป็นตุ๊ดตลกโปกฮา สอดรู้สอดเห็น ขี้วีนและบ้าผู้ชาย เราได้เห็นคู่เกย์หนุ่มที่หน้าตาทางสังคมบีบบังคับให้พวกเขาอยู่กันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใน “รักแปดพันเก้า” ได้เห็นความรักของมือปืนและตำรวจหนุ่มใน “เพื่อน...กูรักมึงว่ะ” ได้ซึมลึกไปกับความสับสนของวัยรุ่นของเด็กหนุ่มมัธยมอย่างโต้งกับมิว ที่นำไปสู่ฉากจูบบนม้าหินที่ช็อกคนดูในโรงจาก “รักแห่งสยาม” เรื่อยมาจนถึงภูกับธีร์ ที่ความใกล้ชิดสนิทสนมนำไปสู่คำถามของความสัมพันธ์ใน “Hormones วัยว้าวุ่น” ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้

ขณะเดียวกันการเติบโตของโซเชียลเน็ตเวิร์กค่อยๆ แผ่ขยายออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เราได้เห็นวัยรุ่นในยุคแห่งการแสวงหาตัวตน พยายามค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเองที่โดดเด่นไม่เหมือนคนอื่น ได้ทำความรู้จักกับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกอินเทอร์เน็ต เห็นคู่เกย์เน็ตไอดอลร้องเพลงพลอดรักกันอย่างเปิดเผยและหวานชื่น แต่ทั้งหมดนี้เพียงพอแล้วหรือที่จะยืนยันว่าเราเปิดรับการเป็นเกย์แล้วจริงๆ ขณะที่ภาพตัวละครคู่รักเกย์ปรากฏเพิ่มมากขึ้นในละครโทรทัศน์ในเวลาต่อๆ มาไม่ว่าจะเป็น พรุ่งนี้ก็รักเธอ, ดอกส้มสีทอง, น้ำตาลไหม้, กี่เพ้า หรือ แรงเงา ซึ่งก็มีทั้งที่ประสบความสำเร็จมากและลาจอไปแบบเงียบๆ และถูกลืม แม้ตัวละครเกย์นั้นจะมีความหลากหลายมากขึ้น มีการเผยให้เห็นการแสดงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นอย่างเช่น มีการจูบกันที่ปรากฏให้เห็น ทว่า “เกย์สภาพ” ก็ยังคงวนเวียนอยู่ใน “รูปแบบ” ที่ไม่ได้ต่างไปจากสิบปีก่อนมากมายเท่าไรนัก

จึงเกิดคำถามว่า เรารับความเป็นเกย์ที่ปรากฏในสื่อได้มากขนาดไหน สื่อไทยยอมรับการมีอยู่ของเกย์แล้วจริงๆ หรือมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นเกย์ในภาพเสนอแบบหนึ่งนั่นคือการเป็นเกย์ที่ดี เพราะในชีวิตจริงยังมี Type ของเกย์ในมิติอื่นๆ ที่สื่อไม่ได้เลือกนำเสนออีกตั้งมากมาย และที่น่าคิดไปกว่านั้น มันเป็นเพียงแค่การดึงเอาความเป็นเกย์มาสร้างกระแสให้ละครถูกพูดถึงเท่านั้นหรือเปล่า ผมกำลังมองไปถึงรายการประเภทเรียลิตี้โชว์ ที่วัยรุ่นจำนวนมากตบเท้าเข้าแข่งขันในซีซั่นหนึ่งจะต้องมี “คู่จิ้น” อย่างน้อยหนึ่งคู่ และแน่นอนว่าจะมีกระแสจิ้นพวกเขาตามมา โดยเฉพาะเวลาที่ผู้เข้าแข่งขันชายสองคนปรากฏตัวพร้อมกัน แสดงความอ่อนโยนต่อกัน ทั้งในบ้านและบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดและความฟินของสาววายน้อยใหญ่ได้อย่างล้นหลาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสร้างกระแสและกระตุ้นยอดโหวต ยอดโหลด และเรตติ้งหรือเปล่า?

ผมเคยถามเพื่อนหลายคนที่ประกาศตนเป็นสาววายว่าพวกเธอมีขอบเขตของการจิ้นอยู่ในระดับไหน บางคนก็บอกว่าพวกนางสามารถจิ้นไปได้ไกลถึงขั้นที่ว่าพวกเขามีอะไรกันได้...ในจินตนาการของนาง และจะดีใจอย่างมากหากศิลปินที่พวกนางชอบลุกขึ้นมาเป็นคู่รักกันในชีวิตจริง ในขณะที่กับบางคน การได้เห็นศิลปินชายสองคนมีความใกล้ชิดสนิทสนม เป็นห่วงเป็นใยกันนั้นก็มากเพียงพอสำหรับเธอแล้ว แต่เมื่อผมถามในแง่ที่ว่าหากเขาทั้งสองตกลงปลงใจมีอะไรกันจริงๆ เธอกลับไม่แน่ใจว่าจะรับได้หรือไม่ เมื่อเพดานต่างกัน อะไรล่ะจะเป็นตัวชี้วัดข้อกังขาเหล่านี้ ความประหลาด แหวกแนว หรือ Oddity ก็เป็นอัตลักษณ์แบบหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่มากมายบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ท่าโพสผ้ากระพือสยายของ “แม่บ้านมีหนวด” หรือการใส่ชุดชั้นในสีแดงฉานลงไปงมหาปลาดุกในบึงของ Sexy Pancake ก็เป็น Oddity ที่สร้างสีสันความบันเทิงให้กับบรรดานั่งท่องอินเทอร์เน็ตทั้งหลายได้ และเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นของพวกเธอให้เพิ่มขึ้น นำไปสู่การร่วมมือกับการตลาดของธุรกิจต่างๆ ที่ติดต่อพวกเธอให้ช่วยเป็นตัวแทนนำเสนอสินค้าและบริการเหล่านั้น

เป็นไปได้ไหมว่า คู่เกย์บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็คือ Oddity แบบหนึ่ง เป็นความแปลกความไม่เหมือนใครที่ยากจะเลียนแบบได้และยิ่งมีหน้าตาที่สวยงามดูดีด้วยแล้ว จึงไม่น่าแปลกว่าทำไมจึงมีผู้คนมาสนใจและติดตามเป็นจำนวนมาก…อย่างนั้นหรือ

หากพรุ่งนี้เช้าจะมีผู้ชายสักคนลุกขึ้นมาแต่งหญิงเข้าออฟฟิศไปทำงาน แน่นอนว่าก็คงไม่มีใครเอาหินไปปาเขาหรอก แต่ถ้าสังคมของเรากำลังเดินมาในแบบที่ว่าจริงๆ เราคงต้องกลับมาถามตัวเองแล้วล่ะว่า เรากำลัง Take ความเป็นเกย์กันในทิศทางไหนที่ทางของเกย์ในปัจจุบันนั้นได้รับการยอมรับแล้วหรือไม่ หรือมันเป็นเพียงการยอมรับแบบครึ่งๆ กลางๆ ลักปิดลักเปิด หรือร้ายที่สุดเป็นเพียงแค่เทรนด์ๆ หนึ่งที่นานวันก็จะค่อยๆ จางหายไป แล้วเราก็จะกลับมามองเกย์กันในภาพลักษณ์แบบเดิม ในพื้นที่เท่าเดิม อีกอยู่เช่นเคย

แล้วเราจะทำอะไรที่มากกว่าการกด Like และ Share ได้บ้าง?
Board: FEATURE
(0)
Share
attitude
Keep by attitude
3179
FOLLOWER

ใครๆ ก็เป็นเน็ตไอดอลได้ เพราะ Social Network

"จะเห็นได้ว่ากระแสวายนั้นเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับโซเชียลเน็ตเวิร์ก ในฐานะที่มันเป็น Community หนึ่งสำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องวายๆ ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ก้าวไปไกลมาก ปัจจุบันคนไทยใช้สื่อออนไลน์ ทั้ง Facebook, Twitter และ YouTube มากเป็นอันดับต้นๆ ไม่น้อยหน้าชาติอื่น เวลาเดียวกันการกำเนิดของกระแสเน็ตไอดอลหรือ Influencer ก็ เพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่ใช่แค่หนุ่มหล่อสาวสวยอีกต่อไปแล้วที่มีผู้คนมากมายมาติดตามเป็นจำนวนมาก
ในโลกปัจจุบันที่ผู้คนเสพอัตลักษณ์ ในสังคมที่เราต้องการเป็นที่ถูกมองเห็น เมื่อโลกเสมือนกับโลกจริงมันแบ่งกันเพียงเส้นบางๆ และคำพูดของ Influencer บนอินเทอร์เน็ตมีความหนักแน่นพอที่คนจะเชื่อและคล้อยตาม การสร้างตัวตนบนโซเชียลเน็ตเวิร์กจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากทำและลงมือทำได้ คุณอาจไม่ได้หน้าตาดีแบบณเดชน์ คุณอาจไม่ได้ร้องเพลงเพราะหรือมีความสามารถที่แพรวพราว แต่ถ้าคุณทำอะไรก็ได้ให้มีคนเข้ามาดูจนมี Follower มากพอ เมื่อนั้นคุณก็สามารถจะกลายเป็น Influencer ได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่จะทำอย่างไรให้เราโดดเด่นและแตกต่างไปจากคนอื่น ถ้าการมีหน้าตาที่สวยใสดูดี ทำให้คน Outstanding ได้ ดังนั้นการทำตัวให้แปลกประหลาดกว่าคนอื่น ก็ย่อมทำให้คุณเด่นได้เช่นเดียวกัน"
1 KEEP
attitude
0 LOVES
COMMENT
SQUARE