เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร คือแรงบันดาลใจก่อกำเนิดมาดามพุซซี่จากนวนิยายของพงศกร มาดามดัน  คือเรื่องแต่งขึ้นใหม่ตามจินตนาการของ ‘พงศกร’ ที่ผลักพาและนำเราให้ติดตามชีวิตของผู้จัดการดารา ซึ่งบังเอิญเสียเหลือเกินที่บางช่วงตอนนั้นไปละม้ายคล้ายคลึงกับการทำงานของผู้จัดการดาราคนดังท่านนี้...เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร กล่าวได้ว่าเขาคือแรงบันดาลใจในงานเขียนชิ้นนี้ และคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเหล่าดารานักแสดงหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น พัชราภา ไชยเชื้อ ณเดชน์ คูกิมิยะ มาริโอ้ เมาเร่อ ไปรยา สวนดอกไม้ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ปริญ สุภารัตน์ ฯลฯ ทั้งผลักทั้งดันจนเด็กในสังกัดทุกคนสามารถคว้าดาวไว้ได้เต็มๆ มือ
สวัสดีค่ะ น้องขา สนใจอยากเข้าวงการไหมคะ หล่อๆ ล่ำๆ อย่างน้องเนี่ย ถ้าวางใจให้พี่ปลุกปล้ำ เอ๊ย! ปลุกปั้น รับรองว่าจะต้องดังกระฉูดแน่ๆ
ฉันกำลังช้อปปิ้งอย่างเพลิดเพลินอยู่ที่ห้างใหญ่ใจกลางมหานคร บังเอิ๊ญ...บังเอิญ สวนกับเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขั้นเทพเข้าพอดี โชคดีอะไรเช่นนี้ ออร่าของเขาคนนั้นสะท้อนแวบเข้าตาฉัน ราวกับสายฟ้าแลบ ด้วยสายตาของผู้จัดการดารามืออาชีพ ฉันจึงตัดใจจากจิมมี่ ชู สีน้ำเงินเข้มรุ่นล่าสุด พุ่งออกจากช็อป ก้าวตามเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่คนนั้นไปติด “น้องขา หยุดก่อน” ฉันเรียกพ่อหนุ่มคนนั้นซ้ำ “สะ-ต้อปปป” แฟนประจำ Volume คงคุ้นเคยกับความก๋ากั่นของมาดามพุซซี่จากนวนิยายดัง ‘มาดามดัน’ ของพงศกร ที่ตอนนี้ค่ายบรอสคาสต์ฯ ของคุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ ได้ลิขสิทธิ์และกำลังเร่งถ่ายทำ มีกำหนดออกอากาศทางช่อง 3 
“ส่วนมากเอจะบังเอิญไปเจอเสียมากกว่า บางคนไปเจอที่ต่างจังหวัด หรือบางทีเพื่อนก็มีแนะนำ ส่งรูปมาให้ดู ถ้าคนไหนถูกใจก็จะรีบไปหาถึงที่”

 “อธิบายแล้วจะมาถูกไหมเนี่ย หนูว่าไปหมอชิตเลยดีกว่าพี่พุซซี่” ดอกไม้แนะ 
“ไปถึงแล้วลองถามคนแถวนั้นดูว่าซื้อตั๋วรถทัวร์ไปบึงโขงหลงตรงไหน ได้รถเที่ยวกี่โมงโทร. มาบอกด้วย เดี๋ยวหนูจะไปรอรับที่ บขส. พรุ่งนี้เช้า” หลังจากรอนแรมมาเกือบ 12 ชั่วโมง ในที่สุดรถทัวร์คันใหญ่ก็พาฉันมาถึง ‘บึงโขงหลง’ โอ... แม่เจ้า อะไรจะไกลและวกวนขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพื่องานละก็ฉันไม่ถ่อมาหรอกค่ะ ขอบอกจากบทประพันธ์ มาดามดัน “เอว่าซิกซ์เซนส์นั้นสำคัญ คือสามารถดูออกว่าเด็กคนนี้จะดังหรือเปล่า แต่บางทีก็ไม่รู้ใจเขานะครับว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าพิจารณาจากเรื่องความสามารถ เรื่องเสียงพูด หรือนิสัยอื่นๆ แค่นี้เอก็พอจะรู้แล้วว่าดังได้หรือไม่ได้” 

แต่คนพวกนั้นรู้จักมาดามพุซซี่น้อยไป คนอย่างฉันไม่เคยเชื่อสายตาคนอื่นนอกจากตัวเอง ฉันมีเซนส์มากพอที่จะรู้ว่าเด็กคนไหนปั้นแล้วดังได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงฮ่ะ ถ้าฉันเห็นแววแล้วละก็ ฉันจะเป็นคนเดินเข้าไปหาแล้วชักชวนเอง ไม่ต้องมายัดเยียดให้เสียเวลาจากบทประพันธ์ มาดามดัน  “ส่วนเรื่องการดูแลหรือจัดการระบบนั่นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะน้องแต่ละคนมีความรับผิดชอบ เขาเองทำหน้าที่ของเขา เอก็ทำหน้าที่ของเอ คือส่งเขาไปให้ถึงจุดมุ่งหมายสูงสุด
 “อีกอย่างหนึ่งคือเอใช้การปกครองแบบพ่อ-แม่ปกครองลูก พวกเราอยู่กันเหมือนครอบครัวในบ้านหลังหนึ่ง” 

ที่ต้องสร้างบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะในระยะแรกเวลาจะปั้นใครสักคนขึ้นมา ฉันจะจับให้เด็กพวกนั้นเข้ามาพักอยู่กับฉันที่บ้าน เหมือนอยู่โรงเรียนประจำยังไงยังงั้น ที่ต้องบังคับกันเช่นนี้ ก็เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาศึกษาและเรียนรู้นิสัยของเด็กแต่ละคน เพื่อที่จะอบรมบ่มนิสัย ตลอดจนสอนกิริยามารยาท การวางตัวในสังคมให้แก่พวกเขา พาไปออกงานไหนจะได้ไม่เสียชื่อเด็กของมาดามดัน*จากบทประพันธ์ มาดามดัน  “การดูแลน้องๆ แต่ละคนไม่เหมือนกัน น้องบางคนดูแลตัวเองได้ก็ปล่อยให้ดูแลตัวเอง แต่บางคนต้องมีพี่เลี้ยงคอยประกบ ซึ่งเอก็จะมีพี่เลี้ยงหลายๆ คนคอยดูแลให้ 
“ที่ใช้ระบบพี่เลี้ยงเพราะอยากสร้างอาชีพอีกอาชีพหนึ่งขึ้นมา นั่นคืออาชีพ ‘พี่เลี้ยง’ ที่มีหน้าที่ดูแลดารา ทั้งด้านการงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนการสอนงานการเทรนคนคนหนึ่งขึ้นมาเป็นพี่เลี้ยง ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดคือเริ่มมาจากศูนย์ เอจะค่อยๆ สอนเขา และคุมว่าเขาจะต้องทำอย่างไรบ้างในการดูแลดารา”  “การเลือกพี่เลี้ยงให้เหมาะสมกับดาราเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะครับ อย่างตอนที่ปั้นน้องหมาก-ปริญ สุภารัตน์ และน้องมิ้น-ณัฐวรา วงศ์วาสนา เป็นช่วงที่แพรเข้ามาทำงานเป็นพี่เลี้ยงมือใหม่ แต่เอรู้สึกว่าแพรเป็นคนน่ารัก เก่ง แถมยังใส่ใจเด็ก เลยส่งหมากกับมิ้นให้แพรดูแล ซึ่งเอไว้ใจแพรและเห็นว่าเขามีความสามารถพอที่จะเป็นพี่เลี้ยงที่ดีได้จริงๆ จึงกล้าส่งคนที่เป็นเบอร์ 1 ประเภท 1 ไปให้แพรดูแล และตัวเอก็คอยเป็นที่ปรึกษา คอยดูว่าหากมีปัญหาอะไรก็ช่วยกันแก้ไข” “การปั้นดาราแต่ละคนนั้นใช้เวลาไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลา 3 ปี บางคนก็ 5 ปี ในเรื่องนี้เอจะคอยดูตลอดว่ามีเด็กคนไหนสุกงอมดั่งผลไม้สุกและหอมหวาน พอที่จะให้เขาก้าวเข้าไปในวงการบันเทิงและประสบความสำเร็จ แต่ก็มีบางคนที่พอปั้นและจวนจะได้ที่แล้วกลับหนีหาย หรือบางคนก็รีบร้อนไปมีลูกมีเมีย 
“เอไม่เคยน้อยใจกับเรื่องพวกนี้หรอกนะครับ เพราะเข้าใจว่ามันเป็นชีวิตของเขา คนเราเกิดมาต้องมีแก่ เจ็บ และตาย การต้องเจอกับภาวะที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราจะต้องยอมรับในการเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้” “โอ้ย! ไม่หรอกครับ อายุเอยังไม่ถึง 40 ปี ด้วยซ้ำ เอยังอยากทำงานนี้ไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังเพิ่งจะเริ่มต้น เหมือนเวลาที่มีคนถามเรื่องความรัก เอจะไม่อยากพูดเพราะเส้นทางข้างหน้ายังมีอีกยาวไกล” เอตอบเลยทันทีว่ายัง เพราะคิดว่าตัวเองยังเพิ่งเริ่มต้น ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง หรืออย่างเวลาที่เอมีปัญหาก็ทำให้คิดได้ว่าตัวเองยังเด็ก ยังต้องเจอกับปัญหาอีกหลายอย่าง การที่สามารถแก้ปัญหาได้นั่นทำให้ยังรู้สึกสนุกกับวงการนี้อยู่ครับ” 
ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของคุณเอทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนฉลาด มีความสามารถ รวมถึงมีเอกลักษณ์ในตัวเอง จึงไม่แปลกที่นวนิยายเรื่อง ‘มาดามดัน’ ของ ‘พงศกร’ นั้นมีแรงบันดาลใจจากชีวิตการทำงานของ ‘เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร’ “อันดับแรกต้องขอขอบคุณคุณพงศกร--ผู้ประพันธ์เรื่อง ‘มาดามดัน’ ที่มีเอเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการเขียนพล็อตเรื่องขึ้นมา เอรู้สึกว่าคนคนหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ แล้วมีคนเอาไปเขียนเป็นเรื่องราวต้องเป็นบุคคลสำคัญจริง
Board: ECHO
(2)
Share
Volume
Keep by Volume
2876
FOLLOWER

เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร คือแรงบันดาลใจก่อกำเนิดมาดามพุซซี่จากนวนิยายของพงศกร

"มาดามดัน คือเรื่องแต่งขึ้นใหม่ตามจินตนาการของ ‘พงศกร’ ที่ผลักพาและนำเราให้ติดตามชีวิตของผู้จัดการดารา ซึ่งบังเอิญเสียเหลือเกินที่บางช่วงตอนนั้นไปละม้ายคล้ายคลึงกับการทำงานของผู้จัดการดาราคนดังท่านนี้...เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร กล่าวได้ว่าเขาคือแรงบันดาลใจในงานเขียนชิ้นนี้ และคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเหล่าดารานักแสดงหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น พัชราภา ไชยเชื้อ ณเดชน์ คูกิมิยะ มาริโอ้ เมาเร่อ ไปรยา สวนดอกไม้ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ปริญ สุภารัตน์ ฯลฯ ทั้งผลักทั้งดันจนเด็กในสังกัดทุกคนสามารถคว้าดาวไว้ได้เต็มๆ มือ "
1 KEEP
Volume
2 LOVES
poommarin
tleaha
COMMENT