เหตุที่ทำให้คุณโก้สนใจสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์ คุณพ่อคุณแม่โก้เป็นสถาปนิกค่ะเลยเหมือนว่าเราคุ้นเคยอยู่กับอาชีพเดียวจึงเลือกเรียนสถาปัตย์ พอเรียนจบก็คิดว่าถ้าเราจะเรียนต่อจะเรียนในสิ่งที่ชอบจะได้อยู่ด้วยได้นานๆ จึงเลือกเรียนอนุรักษ์เพราะที่บ้านโก้ก็เป็นบ้านเก่าสร้างด้วยไม้เป็นบ้านที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นคุณทวดเป็นบ้านที่ใช้มานานมาก เลยมีของเก่าที่ใช้ต่อเนื่อง โก้รู้สึกว่าบ้านโบราณอยู่สบายจึงเลือกที่จะศึกษาว่าทำไมถึงอยู่สบาย คือไม่ใช่ในเชิงรูปแบบด้วยซ้ำ แต่ด้วยคุณภาพของแสงและลมในบ้านที่ดีมาก อีกอย่างคือชอบของเก่าชอบดูสมบัติเก่าของชาวบ้านดูว่าเขามีอะไรมีประวัติศาสตร์เป็นอย่างไรจึงเลือกเรียนสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์ค่ะ
Architectural Conservation
คุยกับดร.ยุวรัตน์เหมะศิลปิน งานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่ซ่อมแต่คือการจัดการกับมรดกทางวัฒนธรรม

ในขณะที่โลกพุ่งไปข้างหน้าและแสวงหาสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา การรักษามรดกอันเป็นรากฐานของสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ที่มาและหาทางพัฒนาต่ออย่างเหมาะสมในด้านสถาปัตยกรรม แม้จะมีผู้คนที่ชื่นชอบความงามและนำสไตล์ต่างๆในอดีตมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่งบ้านเสมอ แต่เมื่อเรามาพูดคุยกับคุณโก้-ดร.ยุวรัตน์ เหมะศิลปินสถาปนิกผู้มีผลงานโดดเด่น ด้านงานอนุรักษ์อย่างการเปลี่ยนอนุรักษ์บ้านเก่าแถบหัวหินให้มาเป็นโรงแรมเช่นบ้านบาหยัน หรือการคืนชีวิตบ้านเก่าแบบชิโนโปรตุกีส ให้ลูกหลานรุ่นสืบทอดต่อจากบรรพบุรุษฯลฯ ก็ได้เปิดความรู้ว่างานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแท้จริงแล้วต้องศึกษาในเชิงลึกและกว้าง ไม่ใช่เพียงแต่นำรูปแบบมาใช้ แต่เป็นค้นหาวิธีการที่เก็บรักษาบุคลิกลักษณะเฉพาะอันเกิดจากความสัมพันธ์หลายส่วนตัวบ้านที่ตั้งวัฒนธรรมและความต้องการของผู้ใช้อาคารเองด้วย ตอนเรียนปริญญาเอกโก้เลือกทำวิทยานิพนธ์เรื่องบ้านหัวหิน อย่างที่บอกว่าจะเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็กโก้ก็ไปหัวหินตลอดเลยคิดว่ามีความรู้ในพื้นที่อยู่แล้วและถ้าไปทำงานที่ทะเลก็น่าสนุกก็เลยได้ งานวิจัยเรื่องการอนุรักษ์บ้านหัวหินมาตอนนั้นเลือกไปเรียนที่ฮาวาย(University of Hawaii)เพราะว่าฮาวายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เป็นเมืองตากอากาศยุคเดียวกันกับหัวหินปัจจุบันก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังอยู่ได้อีกอย่างคือฮาวายเป็นเมืองที่อยู่สบายมาก(ยิ้ม)ที่นั่นเป็นเมืองอากาศดีใช้ชีวิตได้สะดวก โก้เรียนจบมาในเรื่องการนำรูปแบบของบ้านหัวหินเก่ามาประยุกต์ใช้ด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่หรือการตีความรูปแบบมาใช้ในอาคารรูปแบบใหม่ โดยยังมีของเดิมอยู่กลับมาก็ได้โอกาสจากเจ้าของบ้านที่เราเข้าไปรู้จักในหัวหิน ซึ่งเขามีบ้านเก่าอยู่แล้วแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน งานของโก้ไม่ใช่แค่ไปซ่อมแต่เป็นการจัดการกับมรดกของคนที่มีบ้านเก่าอยู่ในมือมากกว่า พอบ้านเปลี่ยนมือมาอยู่ในมือรุ่นลูกรุ่นหลานจะเก็บหรือจะรื้อแล้วสร้างใหม่ ถ้าเก็บไว้แล้วจะรักษาอย่างไร เพราะงานอนุรักษ์ต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ก็เหมือนสั่งสมวิธีการจัดการมาหลายแบบทั้งวิธีการจดเป็นบริษัท แล้วก็สร้างโรงแรมรอบๆ เพื่อเอาเงินมาซ่อมบ้านเก่าหรือถ้าอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้ว จะรื้อไปปลูกที่อื่นจะทำอย่างไร ถ้านึกถึงภาพแรกเลยคือมีลายฉลุเยอะมีหลังคาปั้นหยา มีระเบียงหันมาทางทะเล ห้องนอนซึ่งเป็นห้องเล็กๆ อยู่ชั้นบนจะไม่ค่อยได้ใช้เวลากลางวันใช้แต่นอนตอนกลางคืน เวลากลางวันทุกคนจะมาอยู่ที่ใต้ถุนยกสูง ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์มากางมุ้งนอนมีเด็กๆวิ่งเล่นเป็นแบบนั้น บ้านหัวหินไม่ใช่แค่ตัวบ้านแต่เป็นเรื่องสภาพรอบๆด้วย คือต้องมีต้นไม้พื้นถิ่นสมัยก่อนเขาจะสร้างบ้านลึกเข้ามาในพื้นดินให้ห่างทะเลมากที่สุดเพราะลมแรงด้านหน้า จึงต้องปลูกต้นลั่นทมปลูกต้นสนไว้กรองลมระดับหนึ่ง จะเห็นว่าจริงๆไม่ใช่แค่ตัวบ้านแต่เป็นคาแร็กเตอร์ ทั้งหมดและสิ่งที่คนเข้าไปแล้วรู้สึกถึงความเป็นบ้านหัวหิน คือการได้ยินเสียงทะเลได้รับลมทะเลหรือแสงที่เข้ามาเห็นเป็นลายฉลุเหมือนมีต้นไม้กรองก่อนเห็นเป็นเงาต้นลั่นทมก่อน แล้วจึงเห็นเป็นเงาของลายฉลุเป็นวิธีที่ฉลาดมาก ในการค่อยๆกรองแสงกรองลมให้น้อยลง จึงเกิดความน่าสบายในบ้านมันลึกซึ้งกว่าที่คนทั่วไป อยากได้บ้านหัวหินแล้วเอาลายฉลุมาแปะ แต่ต้องเกิดจากทั้งสเปซข้างในร่วมกับสเปซข้างนอกทั้งหมดด้วย คิดว่าสำคัญมากที่อย่างน้อยต้องมีคนเข้าใจว่ามันคืออะไร ทุกสังคมโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วเขายังมีการเก็บวัฒนธรรมที่เป็นรากฐานของเขาไว้ เพื่อเข้าใจว่าต่อไปจะพัฒนาไปในทิศทางไหนยกตัวอย่างอังกฤษหรือยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง เขาก็จะมีทั้งส่วนที่เป็นของเก่าและของใหม่อยู่รวมกัน โดยที่มีระเบียบหรือกฎหมายควบคุมไม่ให้ของเก่าหายไป แต่ยอมยืดหยุ่นให้มีของใหม่แทรกเข้าไปในนั้นได้เลยหรือฝรั่งเศสจะมีผังเมืองที่กำหนดโซนเลยว่าริมถนนเป็นของเก่าข้างในเป็นของใหม่ หรือตรงนี้เป็นโซนนอกเมืองสร้างของใหม่ได้ แต่ยังยึดแกนเดิมเพื่อให้คนเรียนรู้ลำดับขั้นของสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการอนุรักษ์จึงไม่ใช่แค่ซ่อมให้เป็นมิวเซียมนั่นคือหนึ่งวิชาชีพ แต่สิ่งที่โก้ทำคือซ่อมให้คนเห็นที่มาที่ไปของสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นเช่นบ้านหนึ่งหลัง จะเกิดการต่อเติมในแต่ละยุคแต่ละรุ่นทำให้คนที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นสเกลเล็ก อย่างบ้านหรือเมืองทั้งเมืองจะรู้ว่าตรงนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วบางเรื่องก็เป็นบทเรียนให้รู้ว่าต่อไปแทนที่จะรื้อแล้วสร้างใหม่ก็อาจพัฒนาไปในทิศทางอื่นได้ จริงๆพื้นฐานของสถาปนิกทั่วไป คือต้องช่างสังเกตสามารถนำทุกอย่างมารวมกันได้ ดูพฤติกรรมคนด้วยว่าคนที่ใช้อาคารมีพฤติกรรมอย่างไร ชอบอะไรสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร ตำแหน่งที่อาคารนี้อยู่อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ รอบๆมีอะไรเปลี่ยนบ้าง ต้องรู้จักสังเกตแล้วนำมาแปลงเป็นการแก้ปัญหาเป็นกายภาพได้นะคะ ซึ่งไม่ว่าจะออกแบบอะไรก็ต้องใช้วิธีนั้นทั้งหมดนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นงานอนุรักษ์ต้องลงลึกเรื่องประวัติศาสตร์มากขึ้น ต้องเป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์ด้วยเพื่อที่จะได้รู้ที่มาที่ไปทั้งในเชิงรูปแบบและในเชิงผลกระทบที่เกิดขึ้นค่ะ ก็มีเกือบทุกอันนะคะอย่างบ้านพระพิไสยสรรพกิจที่ภูเก็ตน่าสนใจตรงที่ไม่มีห้องน้ำในบ้าน เราก็ไปคุ้ยของในลังในห้องเก็บของ แล้วเราก็ไปเจอถังไม้แล้วก็เอามาเล่นกันใหญ่เลย เจ้าของก็บอกว่าไม่ต้องไปจับได้ไหม นั่นคือกระโถนนะ เขาเลยเล่าให้ฟังว่าถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ต้องออกไปเข้าเพิงข้างนอกหลังครัว อันนี้เป็นโจทย์ที่เราต้องทำว่าจะต่อห้องน้ำออกไปอย่างไร ให้รู้สึกต่อเนื่องกันไป และต้องใช้จากข้างบนได้ด้วย แต่จะทำอย่างไรที่จะไม่ต้องไปยุ่งกับโครงสร้างมากเกินไป และจะทำอย่างไรให้ห้องน้ำไม่รู้สึกว่าเป็นก้อนน่าเกลียด ก็เลยทำเป็นเหมือนสะพานเล็กๆออกไปเจอห้องน้ำค่ะ บ้านบาหยัน ก็สนุกตรงที่ต้องช่วยคิดเรื่องการบริหารจัดการ ตอนที่จะสร้างมีคนที่ช่วยดูเรื่องการตลาดด้วยว่าควรจะเป็นโรงแรมแบบไหน เขาเสนอว่าต้องเป็นตึกสูงอยู่ตรงกลางเลย ส่วนบ้านเก่าเนี่ยถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ซึ่งกว่าจะไฟต์ได้ก็ยากเย็นจริงๆ แล้วเจ้าของหาเงินมาเพื่อซ่อมบ้านเก่าเพื่อที่จะอยู่ แต่อยู่โดยที่ไม่อึดอัดต้องได้ลมเท่าเดิมได้บรรยากาศแบบเดิม อาจทำโรงแรมเพิ่มเป็นหลังเล็กๆก็พอ ก็ได้มาเป็น 5 หลังซึ่งข้างในมี 18 ยูนิต แล้วก็ดูว่าในพื้นที่มีต้นไม้อะไรอยู่ตรงไหนบ้างต้นไหน  คือต้นไม้เก่าที่ต้องเก็บสำรวจต้นไม้ทุกต้น แล้วค่อยวางอาคารตามมาพอ สร้างเสร็จแล้วลมยังได้เท่าเดิม คนที่เข้าไปในบ้านที่สร้างขึ้นใหม่เพิ่ม ก็นึกว่าเป็นของเก่า นี่อาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่เขาคิดว่าจะทำโรงแรม 40 ห้องด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ท่ามกลางโรงแรมที่ขึ้นมากมายแถวนี้ สิ่งที่หาได้ยากที่สุดก็คือ มุมมองจากถนนเข้ามาแล้วเห็นบ้านเห็นทะเลเลยมันไม่มีแล้วนอกจากที่นี่ ที่เราเก็บแกนแบบนี้เอาไว้ มีเยอะค่ะ คือก่อนจะเขียนแบบโก้จะทำ 3D ข้างในด้วยนอกจากจะวัดโครงสร้างบ้านแล้ว ยังวัดตู้ต่างๆด้วยเราสังเกตเห็นของที่เขาวางไว้อยู่แล้วและเขาเล่าให้เราฟังว่ากิจกรรมของเขามักเป็นอย่างไร เราเก็บข้อมูลไว้หมดค่อนข้างละเอียดแล้วต้องไปอยู่ในบ้านนั้น อย่างน้อยวันหนึ่งเต็มๆ เพื่อให้เห็นกิจกรรมทั้งวัน ส่วนพวกตู้และของในตู้ต้องถ่ายรูปวัดขนาดและขึ้น 3D ไว้ทั้งหมด พอแบบเสร็จคร่าวๆก็จับวางแล้วก็ Walk Through ให้ดูในโปรแกรมคอมฯเลย งานที่เสร็จของจริงกับรูป 3D เป็นรูปเดียวกันเลย จึงไม่ค่อยพลาด โก้ไม่ค่อยโดนแก้แบบ และไม่ค่อยโดนบ่นเวลาเขาใช้งานจริง เพราะได้ทำให้เขาเห็นภาพตั้งแต่ต้นโดยเฉพาะเรื่องระบบกับการจัดวาง ของจะมีผลกับทุกอย่าง เราจึงต้องทำแบบให้ละเอียดพอแบบนิ่ง ตอนท้ายจะแทบไม่มีปัญหาเลย บ้านของโก้เองจะเป็นที่ทดลองมากกว่า อย่างคอนโดฯ ห้องนี้ในเมื่อเราไปทำให้บ้านคนอื่นมาตั้งเยอะ แล้วก็อยากจะทำอะไรที่แบบ...มีตู้หนังสือใหญ่มากหรือใช้แกนที่มันกลางเป๊ะมากๆ แล้วมีจุดเด่นอยู่จุดเดียวพอ ก็เป็นการทดลองในบ้านตัวเอง อย่างห้องนั่งเล่นทำไมคนไม่ชอบเล่นสีดำใช้สีดำหน่อยเหอะ ส่วนบ้านมาจากพื้นที่ที่รื้อเรือนบริการทิ้ง ก็มีไม้มีหน้าต่างเหลือเยอะมาก แล้วพื้นที่ที่รื้อแล้วสร้างบ้านได้มีความลึกแค่ 5 เมตร กว้าง 14 เมตร ต้องไม่ใช่เข้าบ้านแล้วเจอห้องเรียงกันแน่นอน ต้องเป็นแนวยาวไม้ที่มีอยู่ไม่พอทำผนัง ก็เลยสร้างบ้านเป็นวัสดุใหม่ แต่ข้างในเป็นของเก่าให้ของที่อยู่ใกล้มือยังเป็นของที่มีร่องรอยที่เขาใช้กันมานาน บ้านนี้มีข้อจำกัดเยอะแต่เป็นคนชอบใส่ข้อจำกัด เช่น โก้ขอพระนอนที่อยู่ในห้องคุณตาคุณยายมาหนึ่งองค์ ก็ต้องมีตู้พระ พฤติกรรมของเราคือ ก่อนออกจากบ้านต้องไหว้พระ ก็ให้เจอพระซะก่อนแล้วค่อยเดินลง ฉะนั้นความกว้างบันไดจึงมาจากตู้พระ ชั้นล่างก็มีตั่งคุณยาย ซึ่งคุณยายนั่งตอนกลางวันตลอด บ้านนี้เป็นบ้านคุณยายแล้วโก้ได้มรดกมา ก็ยังต้องเก็บไว้ ตั่งก็จะมีความกว้างเท่ากับผนังที่มีอยู่อันเดียวเลยประมาณนี้ค่ะ อาจจะเป็นข้ออ้างว่าชอบ แต่จริงๆ เป็นคนที่ถ้าจะเนี้ยบต้องเนี้ยบเลย แต่ถ้าจะไม่เนี้ยบก็ปล่อยเลยจะได้มีข้ออ้างว่าไม่ต้องรักษามันเพราะมันเก่าแล้วใช้ไปเถอะไม่ต้องระวัง ชอบอยู่กับความสบายใจ แต่ถ้าที่นี่ที่คอนโดฯถ้าขยับนิดหนึ่งไม่ได้เลย คือถ้าเป๊ะก็เป๊ะเลย แต่ถ้าบ้านที่อยู่ตลอดจริงๆก็จะให้มันสบายไปเลย

ส่วนพื้นที่ทำงานมีสิ่งใดที่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ตาใกล้มือ

หนังสือค่ะ ถ้าไม่มีอะไรเลยก็ต้องมีหนังสือขาดหนังสือไม่ได้ ถ้าเขียนจดอะไรยังใช้อย่างอื่นได้ แต่ความรู้และแรงบันดาลใจจะได้จากหนังสือ คิดอะไรไม่ออกก็เปิดหนังสือก่อนเลย สำหรับโก้สถาปัตยกรรมเป็นเพียงเปลือกที่หุ้มกิจกรรม นี่คือพื้นฐานของงานสถาปัตยกรรม เพราะจริงๆจะสร้างสิ่งที่คนเข้าไปอยู่ได้ ก็ต้องสร้างการเชื่อมต่อระหว่างที่ว่างข้างใน งานของโก้จะเป็นเรื่องของการเชื่อมต่อระหว่างข้างในและข้างนอกเสมอ เพราะว่าข้างในต้องทำให้อยู่สบายอยู่แล้วละ แต่การที่เราจะนั่งอยู่ตรงนี้แล้วมองออกไปเห็นอะไรข้างนอก มันเป็นความต่อเนื่องที่ทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นตัวสถาปัตยกรรมเป็นการสร้างเฟรมบางอย่างให้เรารู้ว่า เราจะมีประสบการณ์ในการออกไปข้างนอกหรือเข้าไปในพื้นที่นี้อย่างไรค่ะ แต่ในเชิงของรูปแบบจะแล้วแต่รสนิยมทั้งในความเป็นจริงจะเป็นส่วนของเจ้าของเป็นหลักด้วยค่ะ
Board: INTERVIEW
(0)
Share
Daybeds
Keep by Daybeds
1204
FOLLOWER

เหตุที่ทำให้คุณโก้สนใจสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์

"คุณพ่อคุณแม่โก้เป็นสถาปนิกค่ะเลยเหมือนว่าเราคุ้นเคยอยู่กับอาชีพเดียวจึงเลือกเรียนสถาปัตย์ พอเรียนจบก็คิดว่าถ้าเราจะเรียนต่อจะเรียนในสิ่งที่ชอบจะได้อยู่ด้วยได้นานๆ จึงเลือกเรียนอนุรักษ์เพราะที่บ้านโก้ก็เป็นบ้านเก่าสร้างด้วยไม้เป็นบ้านที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นคุณทวดเป็นบ้านที่ใช้มานานมาก เลยมีของเก่าที่ใช้ต่อเนื่อง โก้รู้สึกว่าบ้านโบราณอยู่สบายจึงเลือกที่จะศึกษาว่าทำไมถึงอยู่สบาย คือไม่ใช่ในเชิงรูปแบบด้วยซ้ำ แต่ด้วยคุณภาพของแสงและลมในบ้านที่ดีมาก อีกอย่างคือชอบของเก่าชอบดูสมบัติเก่าของชาวบ้านดูว่าเขามีอะไรมีประวัติศาสตร์เป็นอย่างไรจึงเลือกเรียนสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์ค่ะ"
1 KEEP
Daybeds
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
1
5
1
2
2
2
15
11
6
12