อัศนัย เทียนทอง Niceness is Simple  ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ‘ผู้ชายแสนดี’ ก็ยังคงเป็นอะไรที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันถึง  บางครั้งการเป็นคน “แสนดี”  ก็จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้อื่น หรือเป็นคนอ่อนหวานอ่อนโยนเสมอไป หากพิจารณาดูดีๆ แล้ว “แสนดี” ที่เราชอบกันนักรักกันหนานี้ อาจจะหมายถึงคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครและเข้าใจในความเป็นไปของสิ่งรอบตัวเฉกเช่นชายคนนี้ก็เป็นได้
 เพราะการมีชายที่แสนดีอยู่ข้างกายหมายถึงการที่เราจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงเจ้าหญิงหรือนางเอกในนิยายจนเป็นที่อิจฉาของใครต่อใครที่ได้เห็น และเมื่อเกริ่นมาเสียขนาดนี่คงพอจะเดาออกแล้วว่าแขกรับเชิญของ About Him ฉบับนี้คงหนีไม่พ้นคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ชายแสนดี คราใดที่ได้เห็นหน้าใสๆ ของเขาอยู่บนแก้ว สาวๆ ก็อดที่จะใจอ่อนด้วยความสงสารและเห็นใจหนุ่มคนนี้ไม่ได้ แม้แต่ในละคร “รักออกอากาศ” ที่เพิ่งจะลาจอไปไม่นาน กับบทบาทของ ‘ก้องเกียรติ’ ที่เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่ได้ชมคงพร้อมมอบหัวใจให้กับผู้ชายแสนดีคนนี้ ‘บอล อัศนัย เทียนทอง’
“ช่วงแรกๆ บทบาทที่ได้รับจะเป็นบทเพลย์บอย เจ้าชู้ มากกว่า แต่มาหลังๆ ส่วนใหญ่จะเป็นบทหนุ่มแสนดี อบอุ่นอะไรอย่างนี้ ถ้าถามว่าตรงกับตัวเองไหม ก็ตรงบ้างเป็นบางส่วน แต่จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างรู้สึกขัดบ้างเพราะส่วนตัวผม เห็นผมท่าทางอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วผมจะเป็นคนที่ต้องใช้คำว่าออกห่ามๆ นิดนึงไม่ค่อยอ่อนโยนอ่อนหว่านนะครับ คือจะเป็นแนวผู้ชายมากเลย เป็นฟิลผู้ชายที่แบบว่าจะดูแข็งกระด้างบ้างในบางมุมไม่ใช่คนโรแมนติก มีความรัก มีความห่วงใยทุกคน แต่ว่าไม่ใช่คนโรแมนติกเหมือนในละครที่ใส่ใจรายละเอียดของนางเอกหรือของคนอื่นอะไรอย่างนี้ เราไม่ถึงขนาดนั้นแต่ว่าพอเรารับบทพวกนั้นเราก็ต้องทำการบ้านต้องทำให้คนดูเชื่อครับ ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ยากนะครับ
“เมื่อก่อนที่จะได้บทแบบนี้ก็จะรับบทเป็นเพลย์บอยก่อน ถ้าลองสังเกตดีๆ ช่วงแรกๆ ผมจะรับบทเป็นหนุ่มเจ้าชู้ หนุ่มเจ้าสำราญ อะไรอย่างนี้ พอมารับบทผู้ชายแสนดีเราก็ต้องหาโจทย์ให้เจอว่าผู้หญิงชอบแบบไหน อะไรที่มันเรียกว่า ‘แสนดี’ คำว่าแสนดีคือใส่ใจทุกรายละเอียด เป็นผู้ชายอ่อนโยน อะไรอย่างนี้ ช่วงแรกๆ ก็ยาก เราต้องทำการบ้านเยอะ ต้องดูหนัง ดูซีรี่ส์เกาหลี หรือดูอะไรที่มันใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นหนังฮอลลีวู้ด หรืออะไรที่มีหนุ่มแสนดี ที่รักโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งบางทีเราเล่นเราก็รู้สึกขัดนะว่าแบบ เฮ้ย มันมีจริงเหรอว่ะคนแบบนี้ นึกออกไหม บางที่เราเล่นเองเรายังรู้ขัดแย้งในตัวเองเลย แต่เราต้องเชื่อไปกับมันพอเชื่อปุ๊บ ไอ้ที่ยากมันก็ทำได้ นานๆ เข้ามาก็เคยชินน่ะครับ ผมว่านักแสดงทุกคนมีความขัดแย้งอยู่แล้ว จะคิดอยู่ตลอดว่า ‘เฮ้ย มีเหรอวะคนแบบเนี้ยะ’ แต่เราต้องเชื่อมัน สลัดความคิดออกไปให้ได้ เพราะเราเล่นเป็นตัวละครตัวนี้แล้ว ว่าทำไม เราก็คิดว่าเป็นเพราะเราจะใช้งานร่างกายหนัก เล่นกีฬาหักโหมไปเพราะตอนแรกมันปวดร้าวไปหมด จนนานเข้าเราไปหาหมอ หมอก็ให้แต่ยาแก้ปวดมากิน มันก็เหมือนรักษาไม่ถูกที่น่ะหาสาเหตุไม่เจอ จนอาการมันทรุดหนักถึงขนาดเดินไม่ได้ เลยเพราะมันปวดมากพอดีไปเจอคุณหมอท่านนึง เขาไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางนี้ แต่เขาวินิจฉัยโรคให้เราว่าอาการของเราน่าจะเป็นโรคนี้ ถ้าปวดไม่มีสาเหตุอาจจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เพราะโรคภูมคุ้มกันเนี่ยมันนึกจะมาก็มา มันไม่ใช่แบบว่าเป็นไข้หรือเป็นโน่นเป็นนี่มา บางทีมันไม่มีสาเหตุไง คุณหมอก็เลยแนะนำนายแพทย์อีกคนนึงที่เป็นแพทย์เฉพาะทางนี้ให้ คุณหมอคุณหมอก็ให้กินยาปรับภูมิ ปรับอะไรแบบนี้ อาการก็ดีขึ้นจนเป็นปกติ 
“แต่ถ้าถามว่าช่วงชีวิตตอนนั้นมันทรมานแค่ไหน มันก็ทรมานมาก จากคนที่เคยแข็งแรง แล้วก็ทำงานสม่ำเสมอ เราทำงานอยู่ตลอดเวลา เราเคยแข็งแรง แต่ว่าเราต้องมานอนเฉยๆ ต้องมาอะไรแบบนี้ ตอนนั้นเราเครียดมากเลยนะ แต่ว่าเราก็ไม่ได้คิดถึงขนาดฆ่าตัวตายหรอก เพราะว่าเราได้คุยกับหมอ แล้วช่วงนั้นเราเครียดเราก็เสิร์ชหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทว่าคนที่เป็นโรคนี้เป็นยังไง เราก็ได้รู้ว่า อ๋อ  คนที่เป็นโรคนี้มันต้องอดทนนะ เพราะมันต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา คือบางคนอาจจะใช้เวลารักษา 3-6 เดือน บางคนก็อาจรักษาเป็นปี หรือถ้าบางคนโชคร้ายก็ เป็นตลอดชีวิต แต่ผมโชคดีมากที่อยู่ในเคสเริ่มต้น 3  เดือนถึง 6 เดือน แล้วก็หายเป็นปกติ จนหยุดกินยา หยุดอะไรแบบนี้ แต่ช่วงแรกมันเครียดไง เงินที่เราทำมาเราก็ต้องเอาไปให้หมอบางทีเราก็เครียดใช่ไหมแล้วมันต้องตรวจเลือดเจาะเลือดเพราะเราทานยาเยอะ ต้องคอยดูค่าของเลือดช่วงนั้นก็เครียด แต่ถ้าถามว่าถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายไหม มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะว่าหมอบอกว่ามันมีระยะเวลาของมันไงเราก็คิดว่ายังไงมันก็ต้องหายนะ เราเชื่อว่าอย่างนั้น แต่ว่าส่วนหนึ่งก็คิดว่าอาจเป็นโรคเวรโรคกรรม เพราะว่าเด็กๆ เราชอบทำอะไรแบบเด็กผู้ชายเขาเล่นกันชอบยิงปืน ยิงนกอะไรอย่างนี้ครับ ส่วนหนึ่งก็เลยเชื่อว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ เพราะมันไม่มีสาเหตุอื่นไง นึกออกไหม คือคนอย่างเราที่ร่างกายแข็งแรงดี อยู่ดีๆ ก็มาเป็นแบบนี้ เราก็ค่อนข้างงงกับมัน”
หลังจากที่หายป่วย คิดว่าชีวิตของตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิมไหม
“พอผ่านจุดนั้นมาได้ก็เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมาเลยนะ คือความที่เรารู้ว่า เราจะไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาท คือก่อนหน้านั้นจะทำอะไรแบบไม่ค่อยคิดไงครับคิดว่าตัวเองร่างกายแข็งแรง คิดว่าตัวเองแบบไม่ค่อยห่วงใคร แต่พอ ณ ช่วงนั้นทำให้เราห่วงแม่ เพราะเวลาที่เราป่วยเราก็มีแม่มาคอยดูแล พอหลังจากเราหายก็มีแม่มาคอยดูแล พอหลังจากเราหายจากป่วยมาปุ๊บ เวลาเราจะทำอะไรเราก็จะคิดถึงคนข้างหลังมากขึ้น คิดถึงคนที่ห่วงเราโดยเฉพาะแม่ วันที่เราป่วยนี้คนที่อยู่กับเราจริงๆ ลืมตามาก็เจอก็คือแม่ ก่อนจะหลับตานอนก็คือแม่ คือแม่จะขึ้นมาถาม “เป็นไง วันนี้ปวดไหม วันนี้เจ็บไหมกินยาหรือยัง” อะไรอย่างนี้ ก็เลยทำให้เราห่วงคนรอบข้างมากขึ้น จากเดิมที่บางทีเคยใช้ชีวิตแบบไม่คิดอะไร”
“สิ่งที่ทำให้เสียก็คือคนศาสนาอยู่ที่สูงของเขาอยู่แล้ว ถ้าเราเข้าถึงศาสนาเราก็คือเป็นผู้บรรลุตัดทุกอย่างได้เหมือนพระพุทธเจ้า” เขาก็เลยอาจจะแบบมองเห็นผมในลักษณะนี้มั้ง ก็เลยมอบรางวัลนี้มาให้ในฐานะตัวแทนของพุทธศาสนิกชนที่ดี อะไรประมาณนี้แต่ถ้าถามว่าเกี่ยวกับเรื่องบาปบุญที่เราเคยทำไหม ผมว่ามันก็ต้องมีส่วนแหละเพราะนกอยู่ดีๆ แต่เราไปทำมันนะ มันก็ต้องโกรธเราสิ เหมือนแบบอยู่ดีๆ เราไปตีคนอื่นเขา ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้จักเรา เขาก็ต้องโกรธเราใช่ไหม”
ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมเกิดขึ้นมากมาย ทำให้คนเริ่มเสื่อมศรัทธาในศาสนามากขึ้น ในฐานะชาวพุทธตัวอย่าง คิดว่าจะเรียกศรัทธาของชาวพุทธให้คืนกลับมาได้อย่างไร
“ผมอยากให้พวกเขาแยกในการมองคนก็คือคน ศาสนาก็คือศาสนา นึกออกไหม ทุกวันนี้ที่ศาสนาเสื่อมก็เพราะคน คนทำให้เสื่อม ดังนั้นเราต้องมองถึงแก่นแท้ของมันมากกว่า เราอย่าไปมองที่ตัวคนได้ยินข่าวไหม เดือนก่อนมีพระออกมาเต้นโคโยตี้ พระระดับเจ้าอาวาสนี่แหละออกมาเต้นโคโยตี้ แล้วอัดวีดีโอเอาไว้สนุกสนานมาก ซึ่งผมก็เลยรู้สึกแบบว่า ที่ศาสนาเสื่อมมนเสื่อมเพราะคนจริงๆ  เพราะศาสนามันก็อยู่ของมันอย่างนั้นที่เคยมีคำของพระพุทธเจ้า ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านเจอในหนังสือ เขาบอกว่าศาสนาพุทธจะอยู่ได้อีกประมาณ 5,000 ปีแล้วมันจะเสื่อมลง ผมคิดว่าที่มันจะเสื่อมลงก็เพราะคน เพราะคนทำให้มันเสื่อมเองจริง ๆ ไอ้วิธีแก้คงจะบอกลำบากว่าให้ไปแก้อะไรยังไง แต่ว่าอยากให้เขาแยกกันมอง มากกว่าว่า อันนี้คือศาสนา แต่สิ่งที่ทำให้เสียก็คือคน ศาสนาอยู่ที่สูงของเขาอยู่แล้ว ถ้าเราเข้าถึงศาสนาเราก็คือผู้บรรลุตัดทุกอย่างได้เหมือนพระพุทธเจ้า” คุณมีวิธีหาความสุขให้กับตัวเองอย่างไรบ้าง
“จริงๆ กิจกรรมของผมก็มีไม่กี่อย่างหลอกครับ ก็มีเตะฟุตบอลเป็นหลัก แต่เตะบอลนี่คือต้องมีอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ถ้าไม่มีเวลาก็จะไปว่ายน้ำ ต่อยมวย คือเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมที่มันได้เหงื่อ คือเป็นคนที่แบบ ถ้าเหงื่อไม่ออกแล้วมันจะหงุดหงิดน่ะ เป็นคนชอบออกกำลังกายมาก เป็นคนอยู่ไม่นิ่งไงครับ บ้าพลัง ชอบออกกำลังกาย ชอบให้เหงื่อออกแล้วมันรู้สึกสดชื่นน่ะครับ นอกนั้นก็จะเล่นเกมอยู่บ้านครับผม อยู่บ้าน เล่นเกม พักผ่อน ดูหนัง แล้วที่บ้านก็มีกิจการร้านตัดผมบางทีเราก็เข้าไปดูบ้าง แล้วช่วงนี้ก็สนใจของแนววินเทจนิดหน่อย พวกเสื้อผ้ารองเท้า แว่นตา อะไรอย่างนี้
Board: About Him
(0)
Share
Slimup
Keep by Slimup
1809
FOLLOWER

อัศนัย เทียนทอง Niceness is Simple ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ‘ผู้ชายแสนดี’ ก็ยังคงเป็นอะไรที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันถึง

"บางครั้งการเป็นคน “แสนดี” ก็จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้อื่น หรือเป็นคนอ่อนหวานอ่อนโยนเสมอไป หากพิจารณาดูดีๆ แล้ว “แสนดี” ที่เราชอบกันนักรักกันหนานี้ อาจจะหมายถึงคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครและเข้าใจในความเป็นไปของสิ่งรอบตัวเฉกเช่นชายคนนี้ก็เป็นได้
"
1 KEEP
Slimup
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13