แพทตี้-อังศุมาลิน ในบทครองขวัญ จากซีรี่ส์ Hormones วัยว้าวุ่น แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา คือ ผู้ถ่ายทอดบทบาทสาวสวยแสนดีที่เกือบจะเขวออกนอกลู่นอกทางอยู่รอมร่อคนนั้น ชีวิตจริงของแพทตี้จะใกล้เคียงกับชีวิตบนหน้าจอของครองขวัญมากน้อยแค่ไหนกัน วันนี้แพทตี้ได้มานั่งลงบอกเล่าเรื่องราวของเธอให้เราฟังด้วยน้ำเสียงหวานใสและแววตาเปล่งประกายสดใสไม่แพ้กัน

เด็กดีที่อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์มาตลอดอย่างเธอเคยนึกอยากหนีออกมาวิ่งเล่นนอกกรอบบ้างหรือไม่:
“จริงๆก็อยากนะคะ แต่การเดินนอกกรอบของแพทคือการที่เราเลือกเดินออกนอกกรอบเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์ในชีวิต โดยปกติแล้วเด็กทั่วไปพอเรียนจบชั้นมัธยมแล้วก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ถูกไหมคะ แต่แพทไม่ได้ทำอย่างนั้น แพทเลือกเรียนทางด้านภาพยนตร์ที่ SAE Institute Bangkok เรียนตรงสายไปเลย ซึ่งมีผู้ใหญ่หลายคนคอยถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมแพทไม่เข้ามหาวิทยาลัย บางคนอาจจะบอกว่าวัยรุ่นต้องเข้ามหาวิทยาลัยนะเพื่อที่จะได้มีสังคม แต่แพทคิดว่าถ้าเราอยากลองทำอะไรให้ลองทำดูเลยดีกว่า เลือกทำในสิ่งที่เราคิดว่าใช่ซึ่งเป็นการเดินออกนอกกรอบในแบบที่มีประโยชน์กับเรามาก ทุกวันนี้แพทยังไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกเลยค่ะ”

เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้สาวน้อยหน้าใสนางเอกเบอร์ต้นๆของค่าย GTH มีหนุ่มรุ่นพี่ในวงการคอยดูแลหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้แพทตี้ไม่เคยเก็บเป็นความลับตามแบบฉบับคู่รักดาราทั่วไปและเมื่อลองย้อนถามถึงครั้งที่เธอเพิ่งจะรู้จักกับความรักเป็นครั้งแรก เธอก็ให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน:
...เรื่องความรักแพทมองตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงหัวโบราณค่ะ อย่างเวลาคุยกับใครแพทจะมีลิมิตส่วนใหญ่เวลาจะคบใครจะใช้เวลาคุยกันนานหลายเดือนเลยค่ะ 7-8 เดือนได้ กับคนปัจจุบันก็ใช้เวลาคุยกันนานประมาณนั้นนะคะ(ยิ้ม)แต่กับคนนี้เหมือนกับว่าวิธีการเจอกันของเราไม่เหมือนเมื่อก่อน เราทำงานด้วยกันเจอกันเกือบทุกวัน ได้รู้จักนิสัยใจคอเขาเยอะกว่าสมัยความรักในวัยเรียน

...แพทมองว่า วัยรุ่นสมัยนี้อะไรๆก็เป็นเรื่อง ‘ง่าย’ ไปเสียแทบทุกอย่าง หมายถึงว่าถ้าเทียบกับสมัยก่อนผู้หญิงจะวางตัวให้เข้าถึงตัวค่อนข้างยาก แต่สมัยนี้ผู้หญิงค่อนข้างฟรี โดนเนื้อโดนตัวก็ไม่เป็นไรแพทแค่รู้สึกว่าง่ายไปนิดหนึ่งไหมถ้าเราปล่อยตัวปล่อยใจไปตอนนี้แล้วเขาจะเห็นคุณค่าเราไหมล่ะ หลังจากนั้นเราก็ต้องปล่อยตัวไปกับทุกคนอย่างนั้นเหรอ แพทแค่รู้สึกว่าอยากมอบสิ่งที่ดีให้กับคนที่พร้อมจะรับและอยากอยู่กับเราไปตลอดค่ะ”

หากบรรดาแฟนคลับของซีรีส์ที่ผู้ใหญ่มองว่า‘จริง’เกินไป‘แรง’เกินรับไหว ได้รับชมเรื่องราวของครองขวัญผ่านหน้าจอและได้รับรู้เรื่องราวของแพทตี้-อังศุมาลินผ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว นึกอยากจะยึดเอาไอดอลคนนี้เป็นแบบอย่างในชีวิตจริงขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่ว่ากันตามตรงคงไม่ใช่หน้าที่ของ ‘ดารา’ที่จะมาชี้นำให้ใครเดินตามรอย แต่อย่างน้อยหากมีสติเก็บเกี่ยวสิ่งที่สาวน้อยคนนี้ตั้งใจฝากไว้ให้แก่แฟนๆซีรีส์ไปใช้ในชีวิตจริงได้บ้างก็คงจะดี

“แพทว่าความแรงในเนื้อหาของซีรีส์ประมาณนี้กำลังดีแล้วค่ะ ถ้ามากกว่านี้ก็คงจะแรงไปนิดหนึ่งบางทีเราไม่รู้ว่ามีเด็กวัยไหนกำลังดูอยู่บ้างถ้าเด็กมากๆบางคนที่ได้ดูบางทีเขาไม่ได้คิดว่าผลของการกระทำของตัวละครคืออะไร เขาอาจจะมองแค่ ฉันชอบดาราคนนี้จัง อยากจะเป็นแบบนี้บ้าง เขาอาจจะประมวลผลเองโดยที่ไม่มีใครอยู่ข้างเขา ซึ่งอาจจะไม่เวิร์กเท่าไร

...อยากฝากให้น้องๆคิดดีๆกับแต่ละสเต็ปการก้าวเดินของชีวิต ไม่อยากให้ก้าวพลาดแต่ถ้าหากเราพลาดไปแล้ว อย่าไปคิดว่าพลาดแล้วคือ พลาดเลย เพราะจริงๆแล้ว ถ้าเราล้มลงไปเราสามารถลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวใหม่ได้เหมือนกันค่ะ
The Coming of Age : ในวัยที่ ‘ฮอร์โมน’ ว้าวุ่น
ทุกย่างก้าวของวัยรุ่น มีความสุ่มเสี่ยง มีความท้าทาย และสามารถเบี่ยงเบนเข็มทิศแห่งอนาคตของทุกคนที่อยู่ในช่วงวัยนี้ได้โดยไม่รู้ตัว

จนไม่น่าแปลกหากหลายคนจะมองว่าวัยนี้เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งเปรียบเสมือนวิกฤติช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนจะต้องผ่านพ้นไปให้ได้ ทั้งนี้ ยังมีอิทธิพลจากอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกว่า‘ฮอร์โมน’ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของความคึกคะนองหรือการขาดสติและการยับยั้งชั่งใจ ที่สามารถนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น ยาเสพติด การทะเลาะวิวาท หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน อันกำลังเป็นปัญหาที่หลายครอบครัวต่างพบเจอ

ดังนั้น ซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิตที่สะท้อนปัญหาสังคมวัยกระโปรงบานขาสั้นอย่างถึงแก่น จึงนับมีความน่าสนใจและถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีอันหนึ่งเพราะสามารถนำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ที่ทำให้สังคมไทยและหลายๆครอบครัวตื่นตัวเรื่องปัญหาของวัยรุ่นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการออกอากาศ

นิตยสารลิปส์ฉบับนี้จึงขอร่วมสะท้อนปัญหาตลอดจนถ่ายทอดแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ผ่านมุมมองของ 5 ดารานำชายหญิง อันประกอบด้วย พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกําพล ตั้ว-เสฎฐ-วุฒิ อนุสิทธิ์ และแพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา พร้อมด้วยเรื่องเล่าสุดแสบซ่าอีกมากมายที่กลายมาเป็นประสบการณ์หรือจุดหักเหสำคัญในชีวิตของแต่ละคน

เปิดอ่านอย่างเปิดใจ เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาวัยรุ่นซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ด้วยการยอมรับและเข้าใจในความจริง ...ผมเริ่มทำงานในวงการจริงจัง คือช่วงที่เรียนอยู่ ม.6 ก็คือเล่นหนังเรื่อง Suck Seed ผมพยายามเป็นตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการ จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นตัวของตัวเองอยู่ ฉะนั้นจึงไม่เคยรู้สึกกดดันหรือเป็นภาระอะไรเลยถ้าจะมีใครมองผมเป็นต้นแบบเพราะผมทำทุกอย่างตามที่ตัวเองทำปกติ ไม่เคยฝืนในการทำสิ่งต่างๆแต่จริงๆแล้วก็คงจะมีจุดที่ไม่ดีในตัวผมที่ไม่ควรเอาอย่างอยู่บ้างล่ะ

...กับบทของวินในซีรีส์เรื่องนี้ก็เช่นกัน เราทำได้แค่เล่าความจริงแต่การตีความเราไม่สามารถสอนเขาได้เลยว่าคุณต้องตีความแบบไหน ผู้ใหญ่บางคนอาจบอกว่าเดี๋ยวเด็กจะทำตาม แต่เป็นเพราะว่าเราไปปิดกั้นความคิดเขาหรือเปล่า ผู้ใหญ่คิดว่าเด็กคิดไม่เป็นและสุดท้ายแล้วผู้ใหญ่ก็ทำให้เด็กคิดไม่เป็นจริงๆมันเกิดจากการที่เราไปปกป้องเขาผิดวิธี แต่จริงๆเรากำลังปิดกั้น ไม่ใช่การปกป้อง”

...วัยรุ่นเป็นวัยที่เราเพิ่งเรียนรู้จะรับจากโลกภายนอก ตอนเด็กๆเราถูกพ่อแม่ประคบ-ประหงม กระทั่งช่วงวัยรุ่นนี่ละ ที่เราจะได้ออกไปข้างนอก เราจึงได้เจอสิ่งต่างๆที่สร้างให้เรากลายเป็นตัวตนจริงๆของตัวเองขึ้นมา ผมว่านี่คือวัยที่สำคัญที่สุดเพราะมันจะบ่งบอกอนาคตระยะยาวของเราได้เลยว่าเราจะเป็นคนแบบไหน จะชอบอะไร มีนิสัยอย่างไร ซึ่งถ้าวัยรุ่นเลือกทางที่ผิดพลาดก็ถือว่าซวยมหันต์”

“เช่นฉากที่หมอก(ไมเคิล-ศิรชัช เจียรถาวร)ทะเลาะกับพ่อเรื่องการเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ที่ลูกอยากเรียนอีกอย่างแต่พ่อกลับต้องการให้ลูกเรียนอีกอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในประเทศไทยยังทำอยู่ พ่อแม่บังคับลูกเรียน แต่เราลืมคิดไปว่านี่คือชีวิตของอีกคน เป็นชีวิตของลูก เขาไม่ใช่เรา เราไม่สามารถบังคับใครได้ การเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นการกำหนดเส้นทางอนาคตของเด็ก ถ้าพ่อแม่บังคับเขา ถามว่าเราอยากเห็นลูกเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ในอีกสิบปีข้างหน้า นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเราและยังคงเป็นอยู่”

อีกหนึ่งมุมมองของพีชที่ต้องขอมาเผยแพร่ต่อคือความเห็นที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นวัยเรียน พีชข้ามประเด็นว่าเป็นสิ่งอันควรหรือไม่แต่เพ่งไปที่เรื่องที่ไกลกว่านั้นคือจะทำอย่างไร หากถ้าฮอร์โมนของเด็กพลุ่งพล่านขึ้นมาและผู้ใหญ่ก็ห้ามปรามไม่ได้
“กับสถิติที่เคยดูตามข่าวมา ประเทศไทยมีปัญหาการท้องก่อนวัยอันควรเป็นอันดับท็อปเท็นของโลกอันที่จริงเราควรจะมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องนี้มากขึ้นรู้จักที่จะคุยกันถึงเรื่องการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ถ้าดูในซีรีส์ เราได้เสนอความจริงไปแล้วว่าถุงยางซื้อหาง่ายเพราะเราคงไปห้ามไม่ให้เขาทำอะไรไม่ได้ แต่นี่กลายเป็นสิ่งที่เราปลูกฝังมาอย่างผิดๆคนไทยมองว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องที่ผิดนะ ไม่ดีนะ แล้วพออารมณ์มันมา ห้ามกันไม่ได้ แต่พอจะไปซื้อถุงยาง ก็จะมีสายตามองมาว่า ดูสิ เรากำลังจะมีอะไรกันแล้ว เรากำลังทำสิ่งที่น่าอับอาย และการซื้อถุงยางก็คือการบอกคนอื่นว่า เฮ้ย! เรากำลังทำสิ่งที่ผิดนะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ซื้อสิจะได้ไม่มีคนมองว่าเราทำผิดซึ่งการปลูกฝังอย่างนี้มันจะสร้างปัญหาที่ซ้ำซ้อนและไม่เคยแก้ไขเรื่องนี้ได้...

...ผมจึงอยากฝากให้ผู้ใหญ่เปิดใจ พ่อแม่คนไทยมักมองว่าลูกตัวเองเป็นเด็กเสมอแต่วัยรุ่นเป็นวัยที่ไม่ใช่เด็กแล้ว นี่เป็นวัยที่กำลังจะเป็นตัวของตัวเอง แต่พ่อแม่มองลูกเป็นเด็กจะเกิดปัญหา ลูกจะไม่อยากคุยกับพ่อแม่แต่ไปคุยกับเพื่อนแทน เพื่อนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้เพราะเราก็รู้เรื่องในระดับเดียวกัน ก็อาจจะนำไปสู่ทางที่ผิดได้ทำให้เกิดรอยแยกไปเรื่อยๆเราจึงต้องหันมาฟังกันบ้างและรู้จักที่จะใช้เหตุผลให้มากขึ้น” นักเลงหัวไม้ เด็กหนุ่มเลือดร้อน วัยรุ่นที่คิดว่าการใช้กำลังแก้ปัญหาคือทางออกที่ดีที่สุดหรือแม้กระทั่งพ่อหนุ่มปากจู๋ขวัญใจสาววัยใส นิยามเหล่านี้อาจเป็นตัวอย่างที่ทำให้สามารถนึกถึงบทบาทของตัวละครชื่อ ไผ่ ในซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซึ่งรับบทโดย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ได้อย่างง่ายๆ

“บางทีคงถึงเวลาที่สังคมไทยควรยอมรับได้แล้วว่าวัยรุ่นในปัจจุบันนั้นก็เป็นอย่างที่ตัวละครในซีรีส์ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น เป็นนั่นแหละครับ ซึ่งอาจมีความมุทะลุและปรับปรุงตลอดจนควบคุมได้ยากจนน่าใจหายทว่าที่ผมพูดเช่นนี้ผมไม่ได้ต้องการหมายความว่าสังคมไทยกำลังติดลบนะ ผมแค่อยากพูดเรื่องจริงอย่างมีความเข้าใจเพราะผมเองก็เป็นวัยรุ่น วัยรุ่นสมัยนี้กล้าคิดกล้าทำและมักชอบลองสิ่งใหม่ๆอะไรที่จะทำให้อะดรีนาลินหลั่งพลุ่งพล่าน วัยรุ่นก็อยากจะทำไปหมดนั่นแหละ แถมยังไม่ค่อยสนใจเหตุผลถูกผิดเท่าไรแล้วก็ไม่ค่อยคิดก่อนทำด้วย

...ดังนั้น จึงเป็นเรื่องดีที่มีการทำซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาครับเพราะผมคิดว่านี่ไม่ได้เป็นแค่การสะท้อนสังคมแต่ยังเป็นการสร้างสรรค์สังคมด้วย โดยการสร้างเหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นอุทาหรณ์ให้ครอบคลุมกับชีวิตของวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่น่าจะใกล้เคียงกับตัวละครไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่ง ซึ่งพอวัยรุ่นได้เห็นแล้วพวกเขาก็จะสามารถเข้าใจและรับรู้บทเรียนจากตัวละครได้อย่างง่ายๆจนไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเกิดกระแสฮอร์โมนส์ฟีเวอร์ เพราะทุกคนดูแล้วเข้าใจว่าละครเรื่องนี้ต้องการสื่ออะไร และที่สำคัญคือไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่มีความเข้าใจตรงนี้ ผมดีใจมากที่ได้รู้ว่าแม้กระทั่งผู้ใหญ่โดยรวมเองเขาก็เข้าใจพวกเราด้วย(ยิ้ม)ส่วนส่วนน้อยที่ยังไม่เข้าใจ ผมก็อยากให้ลองมองในมุมกว้างอย่าสนใจอยู่แค่ฉากบางฉากแล้วสรุปว่าละครเรื่องนี้ไม่ดีหรือไม่เหมาะสมกับเยาวชนนะครับ”

“ผมเคยเกเรไม่ต่างจากตัวละครไผ่ แล้วแกนเรื่องของไผ่ในซีรีส์ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น นั้นก็เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ในชีวิตของผมเองครับ ผมเลยอยากสะท้อนให้คนดูได้เห็นเช่นเดียวกับผมว่าถึงแม้วัยรุ่นจะต้องผ่านเรื่องที่เลวร้ายมาขนาดไหน ถ้าเขาได้รับความรัก ความเข้าใจ เขาก็จะพร้อมและสามารถปรับปรุงตัวให้เป็นคนใหม่ได้เสมอ

…ผมผ่านวัยหัวเลี้ยวหัวต่อก็เพราะการเปิดอกคุยกับครอบครัว ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ผมตัดสินใจกลับมาเรียนหนังสือมาใส่ใจคนในครอบครัวมากขึ้นจนตอนนี้ผมสามารถคุยกับที่บ้านได้ทุกเรื่องแล้วครับ โดยผมวาดฝันไว้ว่าอยากให้หลายๆครอบครัวที่ผู้ปกครองกับลูกยังไม่เข้าใจกัน เมื่อได้เห็นเรื่องราวของไผ่ในซีรีส์ฮอร์โมนส์แล้วจะกล้าเปิดใจคุยกันมากขึ้น ซึ่งถ้าผู้ใหญ่ไม่ยอมเปิดใจก่อนผมอยากบอกกับน้องๆว่าเด็กๆเป็นฝ่ายเปิดใจก่อนก็ได้ครับ(ยิ้ม)พูดเลยว่าเราคิดอย่างไร แล้วถามว่าพ่อกับแม่ว่าคิดอย่างไรแต่หัวใจสำคัญคือทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานของการที่ไม่มีอคตินะครับ แล้วหลังจากนั้นผมก็เชื่อว่าความรักความผูกพันในครอบครัวจะทำให้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ยอมเปิดใจตามมาเอง

...ผมรู้และยอมรับเสมอว่าผู้ใหญ่ทุกคนมีเหตุผลแต่เด็กทุกคนก็ต่างมีเหตุผลของเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อโลกของเราหมุนไปเรื่อยๆจนทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป บางอย่างที่ผู้ใหญ่เคยใช้สอนเด็กในอดีตนั้นจึงอาจใช้กับเด็กในวันนี้ไม่ได้ ผมอยากให้ผู้ใหญ่ลองทำใจ หายใจลึกๆแล้วก้าวออกมาเปิดตาให้กว้างมองไปให้ไกลๆอย่างเข้าใจว่าความจริงคืออะไรกันแน่ครับ” “แต่ก่อนผมเป็นเด็กแสบมาก ใจร้อน ทำอะไรไม่เคยคิดแถมยังเคยยกพวกไปตีกับโรงเรียนอื่นเพราะเรื่องผู้หญิงอีก ซึ่งผมจำได้ดีเลยครับว่าครั้งนั้นผมทำให้แม่เสียใจมาก เพราะพอแม่เห็นสภาพของผมที่เต็มไปด้วยรอยแผล แม่ก็ร้องไห้แล้วถามผมว่าทำไมต้องเอาทุกอย่างไปแลกกับผู้หญิงคนเดียวด้วยแล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ ผู้หญิงคนที่รออยู่ที่บ้านลูกไม่เคยคิดถึงบ้างเลยเหรอ”

เรื่องราวที่ดูคล้ายคลึงกับฉากหนึ่งในละครสะท้อนสังคมทว่าเป็นเรื่องจริงนี้คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตวัยรุ่นของ จุฑาวุฒิ ภัทรกําพล หรือ มาร์ช ผู้รับบทเป็น ภู วัยรุ่นชายที่มีความสับสนในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องเพศและความรักในซีรีส์สุดฮิต ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซึ่งถึงแม้ว่าบทบาทนี้ดูจะแตกต่างจากอดีตของหนุ่มเลือดร้อนไปไม่ใช่น้อยแต่ถึงอย่างไรก็ดี คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นมาร์ชหรือภู ต่างก็คือตัวแทนของวัยรุ่นที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักความเข้าใจจาก‘ครอบครัว’ว่าเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้เยาวชนสามารถเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

“ผมเพิ่งมารู้จักกับกลุ่มแฟนคลับผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าสาววายก็หลังจากที่เล่นละครเรื่องนี้แหละครับ โดยเหมือนกับว่าพวกเขาจะต้องการให้ผู้ชายที่เขาชอบสองคนมากุ๊กกิ๊กกัน มาทำอะไรกันก็ได้ แต่อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นซึ่งผมคิดว่าก็น่ารักไปอีกแบบนะบางทีผมไปออกงานกับน้องตั้ว ที่แสดงเป็นธีร์ ที่เป็นคู่จิ้นกันแค่หลังมือเผลอไปแตะกันนิดเดียว เขาก็กรี๊ดกร๊าดกันแล้ว(หัวเราะ)หลังๆมานี้ผมเลยชอบเล่นกับน้องตั้วในทวิตเตอร์มากขึ้นแซวกันไปมาสนุกๆเหมือนเป็นคนจิ้นกันเอง แล้วก็ทำให้แฟนคลับมีความสุขไปพร้อมๆกับพวกเราด้วย(ยิ้ม)

…ผมคิดว่าปัจจุบันสังคมวัยรุ่นเปิดกว้างมากครับเพราะนอกจากเรื่องความรักที่ไม่จำกัดอยู่แค่ผู้ชายกับผู้หญิง ซึ่งถูกสะท้อนผ่านตัวละครภูกับธีร์แล้วในเรื่องอื่นๆเขาก็กล้าที่จะออกมายืนอยู่นอกกรอบมากขึ้น ซึ่งสำหรับผมแล้วนี่เป็นเรื่องที่ดีนะแต่แค่อยากให้อยู่ในพื้นฐานที่ถูกต้องและไม่เดือดร้อนคนอื่นอย่างคาแร็กเตอร์ของพีช(พชร จิราธิวัฒน์)ที่เล่นเป็นวิน เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมากครับเพราะเขากล้าที่จะคิดต่างซึ่งถ้าเด็กแบบวินโตไปแล้วรู้จักเอาข้อดีตรงนี้มาทำประโยชน์ ผมคิดว่าประเทศชาติของเราคงจะพัฒนาขึ้นไปได้อีกเยอะมากเลยทีเดียว”

…จุดประสงค์ของละครเรื่อง ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น คือต้องการสะท้อนความจริงในสังคมเพื่อเป็นอุทาหรณ์ ผมจึงไม่ได้แค่อยากให้วัยรุ่นดู แต่อยากให้ผู้ปกครองได้ดูไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อที่ผู้ใหญ่จะได้เข้าใจวัยรุ่นให้มากขึ้น ผมอยากให้ทุกครอบครัวมารู้จักปัญหาและร่วมหาทางแก้ไขไปด้วยกัน เพราะการที่พ่อแม่เอาแต่ปิดกั้นลูก ก็จะทำให้ลูกรู้ไม่เท่าทันคนอื่น ซึ่งผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะยิ่งเสี่ยงต่ออันตรายเข้าไปใหญ่ แต่ถ้ามีการอธิบายอย่างมีเหตุผล ผมเชื่อว่าวัยรุ่นหลายคนคงคิดได้ เพราะเด็กไทยเป็นเด็กฉลาด แค่ขาดคนที่จะใส่ข้อมูลที่ดีเข้าไปเท่านั้นครับ

…ผมขอบคุณทั้งกลุ่มวัยรุ่นและผู้ปกครองทุกคนที่สนับสนุนฮอร์โมนส์ ผมรู้สึกดีใจครับที่มีคนมาคอยให้กำลังใจเพราะทำให้ผมมีแรงในการทำงานมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีน้องๆหลายคนมาบอกว่ามีพี่ๆนักแสดงฮอร์โมนส์เป็นไอดอล ผมก็อยากทำตัวให้ดีขึ้นเพราะอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆครับ

…ผมขอฝากบอกเด็กๆที่ชื่นชอบซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมนส์ ทุกคนว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในละครเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งหมดต้องดูแล้วคิดตามและบางเรื่องก็ห้ามทำตามเพราะนั่นคงผิดวัตถุประสงค์ที่ทีมงานและนักแสดงทุกคนร่วมกันทุ่มเทความตั้งใจลงไปครับ” ตัวละคร ‘ธีร์’ เป็นอีกหนึ่งบทบาทในซีรีส์ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ที่สังคมกล่าวถึงไม่น้อย กระแส ภู-ธีร์ ฟีเวอร์ ก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาของเด็กหนุ่มผู้มีรสนิยมชายรักชายรวมถึงสาววายที่สนุกกับการได้จิ้น แม้ว่า ตั้ว-เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์ ผู้รับบทธีร์จะเป็นนักแสดงหน้าใหม่แกะกล่องของค่าย GTH แต่ก็เปิดตัวด้วยบทที่ค่อนข้างแรงเสียจนทำให้เด็กหนุ่มวัย 16 ปีคนนี้กลายเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน

“ตอนนี้มีแต่คนเรียกธีร์ หรือไม่ก็ตั้ว ฮอร์โมนส์ ไปแล้วครับ เริ่มมีแฟนคลับที่ส่วนใหญ่จะเป็นสาววายเพราะเขาอินกับบทที่ผมเล่นกลายเป็นว่าผู้หญิงชอบครับ เห็นผู้ชายจูบกัน(ยิ้ม)

…ตอนที่รับเล่นบทนี้ ก็มีแอบตกใจนิดหน่อยว่าบทเป็นชายรักชายเลยเหรอแล้วมีถึงขั้นจูบกันด้วยแต่เมื่อภาพนั้นออกมาแล้ว ผลตอบรับก็อยู่ในระดับที่ดีไม่มีใครบอกว่าเกินไป คุณพ่อคุณแม่ของผมก็มีโอกาสได้ดู ท่านก็แซวว่าเล่นดีนะฉากนั้นน่ะ(หัวเราะ)พ่อแม่ค่อนข้างสนับสนุนการทำงานของผม แม้จะเป็นบทชายรักชายแต่ตัวจริงของผมไม่ได้เป็นแบบนั้นก็โอเคแล้ว”

อันที่จริง ชายรักชายไม่ใช่ประเด็นใหม่ของสังคมไทยแต่ราวกับว่าคู่ ภู-ธีร์ เป็นเสมือนเชื้อไฟที่โหมให้กระแสนี้ให้แรงยิ่งขึ้น

“ผมมองว่ามีวัยรุ่นหลายคนที่เขามีบุคลิกเหมือนภูและธีร์ แต่ไม่กล้าที่จะแสดงออกอย่างชัดเจนเพราะกลัวว่าสังคมจะยอมรับไม่ได้แต่พอตัวละครเปิดเผยสิ่งที่เป็นออกมา ก็ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้รู้สึกว่าการที่เขาจะชอบเพศเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกับใครซึ่งจริงๆแล้วสังคมปัจจุบันรับได้ครับเพราะตัวละครในซีรีส์ก็ได้รับคำชื่นชมว่าสะท้อนเรื่องนี้ได้ดี ทำให้หลายคนกล้าแสดงตัวมากขึ้น”

“โลกของเด็กสมัยนี้กว้างมาก เราโตมาในยุคที่มีแต่ความทันสมัยโซเชี่ยลมีเดียทำได้ทุกอย่าง ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ค่อยรู้แต่เด็กรู้ครับ รู้ว่าเว็บนี้คืออะไร หาอะไรได้จากที่ไหน ผู้ใหญ่ตามอย่างไรก็ตามไม่ทันและต้องไม่ใช่การดุด่า แต่ควรเป็นการนั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า

...การทำแบบนี้จะส่งผลดีกับทั้งสองฝ่ายเพราะเด็กก็กล้าที่จะคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็จะรู้ว่าเด็กสมัยนี้เป็นแบบนี้ เราควรจะพูดจาอย่างไรไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย การพูดคุยกันจะให้ผลดีมากกว่าการดุลูกหรือตามจับผิดแน่ๆและจะทำให้สบายใจทั้งสองฝ่ายด้วย

…สถาบันครอบครัวสำคัญกว่ากลุ่มเพื่อนมากๆเพราะครอบครัวเป็นคนที่รู้จักเราดีกว่าใครๆ เป็นสถาบันที่มีแต่ความหวังดี ผมเองเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจก็เลือกที่จะคุยกับพ่อแม่ ด้วยความที่พ่อแม่รับฟังผมและให้การสอนที่ดีกลับมา กับคนอื่นเราไม่รู้หรอกว่าเขาหวังอะไรจากเราแต่สิ่งที่ครอบครัวให้ได้แน่ๆคือความจริงใจและความรักที่คนภายนอกไม่สามารถให้ได้เลย
(0)
Share
Lips
Keep by Lips
3896
FOLLOWER

แพทตี้-อังศุมาลิน ในบทครองขวัญ จากซีรี่ส์ Hormones วัยว้าวุ่น

"แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา คือ ผู้ถ่ายทอดบทบาทสาวสวยแสนดีที่เกือบจะเขวออกนอกลู่นอกทางอยู่รอมร่อคนนั้น ชีวิตจริงของแพทตี้จะใกล้เคียงกับชีวิตบนหน้าจอของครองขวัญมากน้อยแค่ไหนกัน วันนี้แพทตี้ได้มานั่งลงบอกเล่าเรื่องราวของเธอให้เราฟังด้วยน้ำเสียงหวานใสและแววตาเปล่งประกายสดใสไม่แพ้กัน
เด็กดีที่อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์มาตลอดอย่างเธอเคยนึกอยากหนีออกมาวิ่งเล่นนอกกรอบบ้างหรือไม่:
“จริงๆก็อยากนะคะ แต่การเดินนอกกรอบของแพทคือการที่เราเลือกเดินออกนอกกรอบเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์ในชีวิต โดยปกติแล้วเด็กทั่วไปพอเรียนจบชั้นมัธยมแล้วก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ถูกไหมคะ แต่แพทไม่ได้ทำอย่างนั้น แพทเลือกเรียนทางด้านภาพยนตร์ที่ SAE Institute Bangkok เรียนตรงสายไปเลย ซึ่งมีผู้ใหญ่หลายคนคอยถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมแพทไม่เข้ามหาวิทยาลัย บางคนอาจจะบอกว่าวัยรุ่นต้องเข้ามหาวิทยาลัยนะเพื่อที่จะได้มีสังคม แต่แพทคิดว่าถ้าเราอยากลองทำอะไรให้ลองทำดูเลยดีกว่า เลือกทำในสิ่งที่เราคิดว่าใช่ซึ่งเป็นการเดินออกนอกกรอบในแบบที่มีประโยชน์กับเรามาก ทุกวันนี้แพทยังไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกเลยค่ะ”
เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้สาวน้อยหน้าใสนางเอกเบอร์ต้นๆของค่าย GTH มีหนุ่มรุ่นพี่ในวงการคอยดูแลหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้แพทตี้ไม่เคยเก็บเป็นความลับตามแบบฉบับคู่รักดาราทั่วไปและเมื่อลองย้อนถามถึงครั้งที่เธอเพิ่งจะรู้จักกับความรักเป็นครั้งแรก เธอก็ให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน:
...เรื่องความรักแพทมองตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงหัวโบราณค่ะ อย่างเวลาคุยกับใครแพทจะมีลิมิตส่วนใหญ่เวลาจะคบใครจะใช้เวลาคุยกันนานหลายเดือนเลยค่ะ 7-8 เดือนได้ กับคนปัจจุบันก็ใช้เวลาคุยกันนานประมาณนั้นนะคะ(ยิ้ม)แต่กับคนนี้เหมือนกับว่าวิธีการเจอกันของเราไม่เหมือนเมื่อก่อน เราทำงานด้วยกันเจอกันเกือบทุกวัน ได้รู้จักนิสัยใจคอเขาเยอะกว่าสมัยความรักในวัยเรียน
...แพทมองว่า วัยรุ่นสมัยนี้อะไรๆก็เป็นเรื่อง ‘ง่าย’ ไปเสียแทบทุกอย่าง หมายถึงว่าถ้าเทียบกับสมัยก่อนผู้หญิงจะวางตัวให้เข้าถึงตัวค่อนข้างยาก แต่สมัยนี้ผู้หญิงค่อนข้างฟรี โดนเนื้อโดนตัวก็ไม่เป็นไรแพทแค่รู้สึกว่าง่ายไปนิดหนึ่งไหมถ้าเราปล่อยตัวปล่อยใจไปตอนนี้แล้วเขาจะเห็นคุณค่าเราไหมล่ะ หลังจากนั้นเราก็ต้องปล่อยตัวไปกับทุกคนอย่างนั้นเหรอ แพทแค่รู้สึกว่าอยากมอบสิ่งที่ดีให้กับคนที่พร้อมจะรับและอยากอยู่กับเราไปตลอดค่ะ”
หากบรรดาแฟนคลับของซีรีส์ที่ผู้ใหญ่มองว่า‘จริง’เกินไป‘แรง’เกินรับไหว ได้รับชมเรื่องราวของครองขวัญผ่านหน้าจอและได้รับรู้เรื่องราวของแพทตี้-อังศุมาลินผ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว นึกอยากจะยึดเอาไอดอลคนนี้เป็นแบบอย่างในชีวิตจริงขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่ว่ากันตามตรงคงไม่ใช่หน้าที่ของ ‘ดารา’ที่จะมาชี้นำให้ใครเดินตามรอย แต่อย่างน้อยหากมีสติเก็บเกี่ยวสิ่งที่สาวน้อยคนนี้ตั้งใจฝากไว้ให้แก่แฟนๆซีรีส์ไปใช้ในชีวิตจริงได้บ้างก็คงจะดี
“แพทว่าความแรงในเนื้อหาของซีรีส์ประมาณนี้กำลังดีแล้วค่ะ ถ้ามากกว่านี้ก็คงจะแรงไปนิดหนึ่งบางทีเราไม่รู้ว่ามีเด็กวัยไหนกำลังดูอยู่บ้างถ้าเด็กมากๆบางคนที่ได้ดูบางทีเขาไม่ได้คิดว่าผลของการกระทำของตัวละครคืออะไร เขาอาจจะมองแค่ ฉันชอบดาราคนนี้จัง อยากจะเป็นแบบนี้บ้าง เขาอาจจะประมวลผลเองโดยที่ไม่มีใครอยู่ข้างเขา ซึ่งอาจจะไม่เวิร์กเท่าไร
...อยากฝากให้น้องๆคิดดีๆกับแต่ละสเต็ปการก้าวเดินของชีวิต ไม่อยากให้ก้าวพลาดแต่ถ้าหากเราพลาดไปแล้ว อย่าไปคิดว่าพลาดแล้วคือ พลาดเลย เพราะจริงๆแล้ว ถ้าเราล้มลงไปเราสามารถลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวใหม่ได้เหมือนกันค่ะ"
1 KEEP
Lips
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
5
1
13
2