ยอมรับตามตรง ว่าตัวดังกว่าเพลง ในยุคที่ชื่อเสียงของศิลปินเป็นที่ได้รับความสนใจมากกว่าตัวผลงาน เธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องอยู่ในสภาวะนั้นเช่นกัน และภาวะดังกล่าวก็ได้สร้างความลำบากใจให้เธอไม่น้อย	“ความจริงใบเตยก็ต้องขายควบคู่นะคะ เรื่องคุณภาพของเพลงนี่เราเน้นอยู่แล้ว ในแต่ละโชว์ เราถึงต้องซ้อมหนักขนาดนี้ แต่บังเอิญว่าในสังคมทุกวันนี้ ตัวผลงานเพลงอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าตัวศิลปิน” 	เหตุผลก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อมวลชน ที่ออกมาทำข่าวเน้นเรื่องส่วนตัวของศิลปิน กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างไกลออกไปกว่า และรวดเร็วกว่าตัวผลงานเพลง ทุกวันนี้ ใบเตยบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยฟังเพลงของใบเตย หรืออาจจะฟังแค่บางเพลง แต่รู้จักใบเตย อาร์สยามอย่างดี โลกเรามันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว 	“ถ้าพูดว่า ใบเตย อาร์สยาม ขึ้นมานี่ต้องรู้จักทันที ซึ่งเราก็คงห้ามอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าที่เรามาถึงตรงนี้ได้ เราไม่เคยมีเส้นสาย เราผ่านความยากลำบาก เราได้ใช้ความพยายามและความสามารถมาอย่างเต็มที่แล้ว เราเดินทางมาได้ด้วยตัวเราเอง พอคิดได้อย่างนั้นมันก็ทำให้เราสบายใจและมีแรงสู้ต่อไปได้” 
	เมื่อพูดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงซึ่งสำหรับหลายคนอาจทำให้หมดกำลังใจในการทำงานเลยก็เป็นได้ แต่สำหรับเธอ เธอกลับผ่านเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง โดยมองว่าเป็นเรื่องน่าขำเรื่องหนึ่งเท่านั้น
	“ใบเตยเข้าไปดูทุกคอมเมนต์ในยูทูบนะคะ มองว่าเสียงพวกนี้คือเสียงที่จะเป็นกระจกช่วยสะท้อนตัวเรา สิ่งไหนที่เราปรับได้ก็พยายามปรับ แต่กับบางความเห็นที่รุนแรง หรือหยาบคายมากๆ อันนี้ก็ดูนะคะ แรกๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาด่าแรงขนาดนี้ แต่พอผ่านไปเราก็เริ่มเข้าใจ กับพวกที่เขาเรียกว่านักเลงคีย์บอร์ดในเว็บต่างๆคนพวกนี้เห็นแล้วเราก็จะขำๆ มันเป็นที่ที่ใครๆ ก็พิมพ์ได้ แต่ลองให้เห็นหน้าสิ ไม่กล้าหรอก”
สาวฮอตอันดับหนึ่งของวงการลูกทุ่งไทย ณ พ.ศ. นี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงลูกทุ่งมาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่คุณ
จะต้องเต้นตามเพลง ‘เช็คเรตติ้ง’ ของเธอได้แน่ๆ 
จากทั้งความเซ็กซี่ของเรือนร่าง ความร้อนแรงของเพลง ท่าเต้น การแต่งตัว รวมไปถึงข่าวคราวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักข่าวกอสสิปที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะประสานเสียงแท็กทีมกับบรรดาผู้เคร่งศีลธรรมอันดีทั้งหลาย ถาโถมถ้อยคำรุนแรงเข้าใส่เธอราวกับพายุบอกตรงๆ ว่า GM ไม่ค่อยสนใจข่าวกอสสิป และเรามักจะยักไหล่ใส่คำพูดอะไรก็ตาม ที่วิพากษ์วิจารณ์ความเป็นจริงของสังคม ราวกับว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายเสียเต็มประดา
GM เลือกที่จะเดินฝ่าพายุคำด่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ และข่าวลือทั้งหลาย เพื่อเข้าไปใกล้ชิดและได้ทำความรู้จัก
กับเธอให้มากกว่านี้ วันนี้พวกเรามาถึงที่นัดเดทก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อหวังจะได้เห็นภาพของเธอในขณะที่เธอกำลังซ้อมเต้นอยู่ ผมค่อยๆ เปิดประตูห้องเข้าไปอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าจะรบกวนการซ้อม เธออยู่ในชุดซ้อมเต้น เสื้อกล้าม
สีชมพูสด และกางเกงรัดรูปสีเขียว“เจอะ ดาวยั่วให้รีบสกัด ให้มันชะงัด ให้ชีสะท้าน” เธอกำลังซ้อมเต้นหนึ่งในเพลงฮิตของเธอพอดี กระจกทั้ง 4 ด้านของห้อง สะท้อนภาพของเธอออกมาให้เราเห็นทุกแง่มุม “รอเดี๋ยวนะคะ ใกล้จะซ้อมเสร็จแล้ว” พอใบเตยเห็นเราย่องๆ เข้ามาในห้อง พร้อมด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เธอรีบเดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร “พักให้หายเหนื่อยก่อนก็ได้นะครับ” เราบอกเธอด้วยความเป็นห่วง เพราะคิดว่าเธอน่าจะซ้อมเต้นติดต่อกันโดยไม่ได้พักมาหลายชั่วโมงแล้ว 	“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้เหนื่อยมาก ที่ซ้อมอยู่ทุกวันก็เพื่อให้ร่างกายชินกับสภาวะแบบนี้ไว้ตลอดเวลา มันคือการเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมสำหรับการแสดง อย่างรองเท้านี่ (โชว์ให้ดูรองเท้าส้นแหลมปรี๊ด ที่เธอต้องใส่ซ้อมเต้นทุกครั้ง) ช่วงแรกๆ ใส่ไม่ได้เลยนะคะ แล้วก็ไม่เคยคิดด้วยว่าคนเราจะสามารถใส่รองเท้าแบบนี้เต้นได้จริงๆ เหรอ ก็ล้มไปหลายครั้ง จนตอนนี้ใส่ได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกอะไร เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราไปเรียบร้อยแล้ว”	นอกจากภาพการซ้อมเต้นที่ผมคิดไม่ถึง สิ่งที่ได้ยินจากเธอก็เป็นสิ่งที่หลายคนก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกัน ใครเลยจะคิดล่ะครับ เพราะภาพของเธอบนเวทีที่แสนเซ็กซี่จนหลายคนมองว่าเธอมีจุดขายอยู่แค่นั้น จะมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการซ้อมสำหรับการแสดงมากถึงเพียงนี้ 	หลายคนที่ไม่ได้รู้จักตัวจริงของเธอ มองเพียงผิวเผินจากภายนอก อาจจะคิดว่าเธอมาถึงจุดนี้ได้ด้วยความฉาบฉวย เสียงร้องก็ธรรมดา มีจุดขายอยู่ที่หน้าตาและความเซ็กซี่เท่านั้น แต่ช้าก่อนครับ ถ้าคุณรู้จักเธอมากกว่านี้แบบที่ผมได้รู้จักมาแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดนั้นไปเลยก็ได้ 
	เธอเริ่มต้นเดินเข้าสู่วงการนี้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จากงานประกวดร้องเพลงที่คุณแม่พาไป หลังจากนั้นเธอก็เฝ้าพัฒนาเสียงร้องของเธอ โดยมีคุณแม่คอยติวเข้มให้มาโดยตลอด ผ่านการประกวดมาหลายเวที สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง จนมาทุกวันนี้ ใบเตยบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยฟังเพลงของใบเตย หรืออาจจะฟังแค่บางเพลง แต่รู้จักใบเตย อาร์สยามอย่างดี โลกเรามันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงกระแสตอบรับในแง่ดีเท่านั้นที่เข้ามาหาเธอ ด้วยภาพลักษณ์ที่เซ็กซี่ชนิดที่ไม่มีนักร้องลูกทุ่งที่มีสังกัดคนไหนกล้าทำมาก่อน ย่อมนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอีกมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาหาเธอ จนถึงขนาดกล่าวหาว่าเธอคือปีศาจร้ายที่ทำลายวงการลูกทุ่งเลยก็มี
	“ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจก่อนว่าทุกคนที่เข้ามาทำเพลงตรงนี้ ไม่มีใครที่คิดจะทำลายวงการเพลงลูกทุ่งอยู่แล้ว อย่างใบเตยเองก็โตมากับเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก เคยใช้เพลงของแม่ผ่องศรี วรนุช แม่ผึ้ง-พุ่มพวง ดวงจันทร์ พี่แคทลียา มารศรี ประกวดร้องเพลงมาตลอด เรามีความรักในเพลงลูกทุ่งมาก แต่พอมา ณ วันนี้ต้องขออธิบายว่าตั้งแต่เริ่มต้นออกซิงเกิล เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตมา 2 ปีเต็มๆ ไม่มีแฟนเพลงคนไทยคนไหนที่ขอเพลง ‘นักร้องบ้านนอก’ ไม่มีแฟนเพลงคนไหนที่ขอเพลง ‘ด่วนพิศวาส’ ไม่มีแฟนเพลงคนไหนที่ขอเพลง ‘ม่ายขันหมาก’ ไม่มีแฟนเพลงคนไหนที่ขอเพลง ‘ผู้ชายในฝัน’ ทุกวันนี้พออยู่หน้าเวที มีแต่คนขอเพลง คันหู กินตับ ชิมิ เช็คเรตติ้ง สกัดดาวยั่ว ซึ่งลักษณะแบบนี้ ใบเตยเห็นมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วนะคะ” 	ใบเตยอธิบายปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงของเพลงลูกทุ่งไทยว่า “ความทันสมัยของคนไทยกับการเปิดกว้างของโลกกับวงการเพลงลูกทุ่ง”	เหตุผลประการแรก เพราะเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่มีจังหวะสนุก ฟังง่าย ฮิตติดหูได้ตั้งแต่เด็กสองขวบยันคนแก่หกสิบก็ฟังได้ 	ประการที่สอง เมื่อมันมาประกอบกับชื่อเพลง เนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยคำฮุค เป็นภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นเสน่ห์ของเพลงลูกทุ่ง ก็ทำให้ทุกคนเปิดรับมากขึ้น ทุกคนจะจำได้ เพลงจะติดหู ถึงแม้บางคนชอบหรือไม่ชอบ แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลงลูกทุ่งขยายตัวออกไปมากขึ้น ผมแทบสำลักน้ำที่เพิ่งยกขึ้นมาจิบ ทันทีที่ได้ยินเธอกล่าวคำนี้ออกมา
    “เอาง่ายๆ ความเซ็กซี่คืออะไร ใบเตยยังไม่ค่อยเข้าใจเลยดีกว่า ต้องหุ่นดี แต่งตัวโป๊ เต้นเก่ง หรือว่าอะไร อย่างเรื่องแต่งตัว ใบเตยก็ใส่ขาสั้นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเซ็กซี่มาตั้งแต่เด็กแล้วหรือเปล่า หรือว่าสาวๆ ทั่วไปก็ชอบใส่แบบนี้นะคะ ทุกคนก็ต้องเซ็กซี่เช่นกัน ไม่ใช่แค่ใบเตยหรอกนะ ใบเตยว่าความเซ็กซี่เป็นสิ่งที่ต้องให้คนอื่นบอกมากกว่าค่ะ มันเป็น Sex Appeal ที่ออกมาจากตัวตนของคนนั้นๆ แล้วคนอื่นมาสังเกตเห็น ซึ่งแต่ละคนก็จะมองความเซ็กซี่ไม่เหมือนกัน เราเลยไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองเซ็กซี่ แต่ถ้ามีคนมาบอกเราเซ็กซี่นะ เราก็โอเค ขอบคุณเขาที่เขาชื่นชม เห็นว่าเราเป็นคนเซ็กซี่อย่างนี้มากกว่า” คุยกันถึงเรื่องผลงานมาได้พักใหญ่ เธอก็ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของเธอในมุมที่ไม่รู้จัก ชนิดที่เรียกได้ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ และเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อชวนเธอคุยไปถึงเรื่องความรัก ซึ่งว่ากันตามตรงเป็นจุดประสงค์หลักเลยละครับ ที่ GM มานัดเดทกับเธอในวันนี้	“ใบเตยให้ความสำคัญกับความรัก และไม่เคยนำเรื่องหัวใจของใครมาล้อเล่น” เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ภาพลักษณ์ภายนอกที่หลายๆ คนมองว่าเธอจะต้องเป็นคาสซาโนวี่ตัวแม่ พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “กับคนที่เราไม่โอเคด้วย เราจะไม่คุย ไม่ยุ่งกับเขาเลยนะคะ เพราะไม่อยากให้ความหวัง ไม่อยากให้เขาเสียเวลา แต่ถ้าเป็นคนที่เราตกลงใจ รักเขาไปนะคะ บอกได้เลยว่าคุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ใบเตยจัดการเอง” (หัวเราะ)
	ปัดโธ่!! ต้องแบบนี้สิ คาสซาโนวี่ตัวแม่ 	“ต่อให้ปากกัดตีนถีบแค่ไหน เราก็จะทุ่มเททุกอย่าง ไม่ใช่เพื่อเขา หรือเพื่อตัวเราเองแค่นั้นนะคะ แต่เพื่อความรักในครั้งนี้ที่เราจะทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้”
Board: Date
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

ยอมรับตามตรง ว่าตัวดังกว่าเพลง

"ในยุคที่ชื่อเสียงของศิลปินเป็นที่ได้รับความสนใจมากกว่าตัวผลงาน เธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องอยู่ในสภาวะนั้นเช่นกัน และภาวะดังกล่าวก็ได้สร้างความลำบากใจให้เธอไม่น้อย “ความจริงใบเตยก็ต้องขายควบคู่นะคะ เรื่องคุณภาพของเพลงนี่เราเน้นอยู่แล้ว ในแต่ละโชว์ เราถึงต้องซ้อมหนักขนาดนี้ แต่บังเอิญว่าในสังคมทุกวันนี้ ตัวผลงานเพลงอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าตัวศิลปิน” เหตุผลก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อมวลชน ที่ออกมาทำข่าวเน้นเรื่องส่วนตัวของศิลปิน กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างไกลออกไปกว่า และรวดเร็วกว่าตัวผลงานเพลง ทุกวันนี้ ใบเตยบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยฟังเพลงของใบเตย หรืออาจจะฟังแค่บางเพลง แต่รู้จักใบเตย อาร์สยามอย่างดี โลกเรามันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว “ถ้าพูดว่า ใบเตย อาร์สยาม ขึ้นมานี่ต้องรู้จักทันที ซึ่งเราก็คงห้ามอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าที่เรามาถึงตรงนี้ได้ เราไม่เคยมีเส้นสาย เราผ่านความยากลำบาก เราได้ใช้ความพยายามและความสามารถมาอย่างเต็มที่แล้ว เราเดินทางมาได้ด้วยตัวเราเอง พอคิดได้อย่างนั้นมันก็ทำให้เราสบายใจและมีแรงสู้ต่อไปได้”
เมื่อพูดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงซึ่งสำหรับหลายคนอาจทำให้หมดกำลังใจในการทำงานเลยก็เป็นได้ แต่สำหรับเธอ เธอกลับผ่านเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง โดยมองว่าเป็นเรื่องน่าขำเรื่องหนึ่งเท่านั้น
“ใบเตยเข้าไปดูทุกคอมเมนต์ในยูทูบนะคะ มองว่าเสียงพวกนี้คือเสียงที่จะเป็นกระจกช่วยสะท้อนตัวเรา สิ่งไหนที่เราปรับได้ก็พยายามปรับ แต่กับบางความเห็นที่รุนแรง หรือหยาบคายมากๆ อันนี้ก็ดูนะคะ แรกๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาด่าแรงขนาดนี้ แต่พอผ่านไปเราก็เริ่มเข้าใจ กับพวกที่เขาเรียกว่านักเลงคีย์บอร์ดในเว็บต่างๆคนพวกนี้เห็นแล้วเราก็จะขำๆ มันเป็นที่ที่ใครๆ ก็พิมพ์ได้ แต่ลองให้เห็นหน้าสิ ไม่กล้าหรอก”"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13