ผมไม่คิดมากเรื่องคนด่านะ แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีบ้างจึงทำให้คนดู พอดูแล้วถึงด่า ไม่มีทางที่เราจะเอาใจทุกคนได้ หรือสมมติมีคนดูรายการเราล้านคน จะทำให้คนล้านคนแฮปปี้กับสิ่งที่เราทำก็เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องมีทั้งชอบและไม่ชอบ ซึ่งท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการที่จะกลั่นกรองพิจารณาของตนเอง คือเราไม่ได้ยัดเยียด แล้วผมรู้สึกว่ารายการของเราเป็นรายการที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากนะแบบว่าดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่เป็นไร ถ้าชอบกด Like ถ้าไม่ชอบกด Dislike ได้ ให้เห็นกันไปว่าชอบเท่าไหร่ ไม่ชอบเท่าไหร่ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
เราพร้อมรับฟัง แล้วก็มีกล่องคอมเมนต์ให้ ซึ่งก็เชิญคอมเมนต์ได้เลย ทำให้ปัจจุบันนี้เว็บไซต์กลายเป็นพื้นที่ในการถกเถียงกันด้วยซ้ำนั่นคือสิ่งที่เราคิดว่า เราทำได้ในฐานะสื่อที่เป็นกลาง
ในช่วงเวลาของบ่ายวันหนึ่ง ภายในห้องสตูดิโอสีขาวโพลนขนาดย่อมที่ระเกะระกะไปด้วย อุปกรณ์บันทึกภาพรายการทีวี ผมมีนัดพูดคุยกับพิธีกรคู่หูจากรายการ ‘เจาะข่าวตื้น’ รายการเล่าข่าว ที่มีคนติดตามมากที่สุด จนน่าจะเรียกได้ว่า โด่งดังที่สุดในโลกอินเตอร์เน็ตยุคปัจจุบัน ด้วยยอดวิว จำนวนกว่า 40 ล้านวิวในแต่ละคลิป เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าแค่เพียงบอกชื่อรายการเท่านั้น ทุกคนก็น่าจะรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี เขาคือ จอห์น-วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ และพ่อหมอ นั่นเอง เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นรายการประเภทเจาะข่าวลึก เจาะประเด็นข่าว เป็นรูปแบบรายการที่ฮอตมาก จะเจาะกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำให้ผม จอห์น และโรซี่ พี่สาวจอห์นก็อยากเจาะกับเขาบ้างแต่ด้วยความที่ไม่มีปัญญาลึกขนาดเขา ก็เจาะเอาแค่ตื้นๆ ก็ได้ไม่ต้องลึกอย่างเขา (หัวเราะ)เราก็พยายามคิดรูปแบบรายการกัน คือ การวิเคราะห์ข่าว โดยนำเอาสไตล์การจิกกัด ตลกโปกฮามาเป็นตัวนำเพราะโรซี่เขาคุยกับจอห์นเขาก็ติดตามข่าวสารตลอด อย่างตัวจอห์น เองก็อ่านข่าวเยอะมาก โดยเฉพาะข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ สุดท้ายมาลงตัวที่เจาะข่าวตื้น แล้วก็ลองเริ่มทำกันเทปแรก แต่ติดอยู่ตรงชื่อรายการก็พยายามคิด จนวันหนึ่งขณะที่นั่งแท็กซี่กลับบ้านกับโรซี่ ช่วงจังหวะที่รถใกล้จะจอด โรซี่บอกว่า “รู้แล้ว(เน้นเสียง)เราจะทำรายการชื่อว่า ‘เจาะข่าวตื้น’”
ทุกวันนี้ในการคัดเลือกข่าว คุณมีประเด็นไหนที่อยากจะนำเสนอเป็นประเด็นหลักของ ‘เจาะข่าวตื้น’
จอห์น : ในความรู้สึกผมนะ อันดับแรกๆ ที่อยากจะนำเสนอจะเป็นเรื่องของข่าวที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ หรือการที่ประชาชนทั่วไปถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ทำไมคุณถึงให้น้ำหนักกับการละเมิดสิทธิมากเป็นพิเศษ
จอหน์ : ในมุมมองผมรู้สึว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้ ไม่ค่อยรู้ตัวว่าคุณกำลังถูกละเมิดสิทธิในหลายๆ เรื่องอยู่นะ กฎหมายอะไรออกมาใหม่ไม่ค่อยรู้ตัวกันเท่าไหร่ ว่าถูกลิดรอนไปเท่าไหร่ หรือไม่ ก็อ่านข่าวแบบไม่ทันรู้ตัว อารมณ์ขึ้นอยู่พอดี ด่าๆ ไปผิดประเด็นจนไม่รู้เรื่องว่ากำลังถูกลิดรอนสิทธิอยู่
ในความคิดของคุณ การทำทีวีบนอินเตอร์เน็ตขณะนี้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดมากน้อยแค่ไหน

จอห์น : ณ เวลานี้ก็เยอะนะ
พ่อหมอ : เป็นช่องทางที่ประชาธิปไตยสุดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราทำบน YouTube เพราะเหมือนว่า YouTube เป็นองค์กรระหว่างประเทศ
ยกตัวอย่าง ถ้าคลิปไหนคนหมู่มากไม่ชอบ เขาก็กด Dislike เยอะหรือไม่เหมาะสมเขาก็จัดการเอาออก คือมันเป็นเรื่องของมวลชนจริงๆ โดยไม่ใช่หน่วยงานหรือองค์กรไหนสามารถชี้นำได้ว่าคุณไม่มีสิทธิจะดูไอ้นี่ คิดแทนเรา
จอห์น-วิญญู 
เขาคือลูกชายของ รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์อาวุโสของภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งยังเป็นนักคิด นักเขียนเชิงการเมืองผู้มีชื่อเสียง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม จอห์น-วิญญู จะมีความรู้ด้านการเมืองการปกครองเชิงลึกเช่นนี้

พ่อหมอ 
หรือมีชื่อจริงว่า ณัฐพงศ์ เทียนดี นอกจากจะดำรงตำแหน่ง Managing Director ของ Spokedark TV แล้วอีกบทบาทหนึ่ง เขายังเป็นพี่เขยของจอห์น-วิญญูอีกด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้
• คุณสามารถติดตามเทปรายการ ‘เจาะข่าวตื้น’ ได้ทุกวันศุกร์ ที่ www.spokedark.tv

• ติดตามความคิดบนโลกโซเชียล มีเดีย ของ จอห์น-วิญญู ได้ที่
ทวิตเตอร์ @johnwinyu และอินสตาแกรมที่ http://web.
stagram.com/n/johnwinyu/

• ส่วนของพ่อหมอ สามารถติดตามได้ที่ ทวิตเตอร์ @fuxsuxlux
และอินสตาแกรมที่ @fuxsuxlux
(0)
Share
Free247
Keep by Free247
1240
FOLLOWER

ผมไม่คิดมากเรื่องคนด่านะ แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีบ้างจึงทำให้คนดู พอดูแล้วถึงด่า

"ไม่มีทางที่เราจะเอาใจทุกคนได้ หรือสมมติมีคนดูรายการเราล้านคน จะทำให้คนล้านคนแฮปปี้กับสิ่งที่เราทำก็เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องมีทั้งชอบและไม่ชอบ ซึ่งท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการที่จะกลั่นกรองพิจารณาของตนเอง คือเราไม่ได้ยัดเยียด แล้วผมรู้สึกว่ารายการของเราเป็นรายการที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากนะแบบว่าดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่เป็นไร ถ้าชอบกด Like ถ้าไม่ชอบกด Dislike ได้ ให้เห็นกันไปว่าชอบเท่าไหร่ ไม่ชอบเท่าไหร่ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
เราพร้อมรับฟัง แล้วก็มีกล่องคอมเมนต์ให้ ซึ่งก็เชิญคอมเมนต์ได้เลย ทำให้ปัจจุบันนี้เว็บไซต์กลายเป็นพื้นที่ในการถกเถียงกันด้วยซ้ำนั่นคือสิ่งที่เราคิดว่า เราทำได้ในฐานะสื่อที่เป็นกลาง"
1 KEEP
Free247
0 LOVES
COMMENT