ปฏิบัติการสาวไส้วงการบันเทิง จากปากคำคนข่าวบันเทิงอักษรย่อ ต. Q : ในทางวารสารศาสตร์ มันมีข่าวอยู่สองแบบ คือข่าวที่คน “อยาก” รู้ กับข่าวที่คน “ควร” รู้ คุณคิดว่าในข่าวบันเทิงไทย สัดส่วนขอข่าวสองแบบนี้มันมีสมดุลกันไหม หรือว่าเราพยายามแต่ตอบสนองคนเสพด้วยข่าวที่คนอยากรู้เท่านั้น แต่ทำข่าวที่คนควรรู้เลย ซึ่งในที่สุดผลของมันก็จะเหมือนพายเรือในอ่าง เพราะคนเสพข่าวก็จะเป็นผู้ผลิตนักข่าวบันเทิงแบบเดิมๆ และในเวลาเดียวกันข่าวที่ออกมาจากนักข่าวบันเทิงก็จะไปผลิตคนเสพข่าวในแบบเดิมๆ 
A : บอกตรงๆ ว่า ผมก็เศร้าใจอยู่เหมือนกัน ที่ไม่มีใครไปทำข่าวในแบบที่คุณว่ามา หมายถึงข่าวดีๆ หรือข่าวเชิงนโยบาย ข่าวประเภทต่อต้านการจัดเรตติ้งหนัง หรือข่าวอะไรพวกนี้ ผมเคยไปทำข่าวพวกนี้นะครับ อย่างตอนไปทำข่าวต่อต้านการจัดเรตติ้งหนังน่ะ ปรากฎว่มีคนไปทำข่าวกันแค่หยิบมือเดียว น้อยมาก แล้วข่าวมันจะออกไปถึงคนดูได้ยังไง
นี่เป็นครั้งแรกที่ GM สัมภาษณ์บุคคลไร้หน้า ในนามแฝง ต. แต่เรารับประกันว่า เราให้คำตอบที่น่าสนใจ และน่านำมาพินิจพิเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เราเสพข่าววันละ (มากกว่า)สามมื้อ!  Q : แล้ว “เต้าข่าว” นี่มีจริงหรือเปล่า ถามตรงๆ แล้วไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดจรรยาบรรณหรือ 
A : จะบอกอะไรให้ (ลดเสียงเบาลง) เขาบอกว่า ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก มันก็ต้องมีเชื้อไฟบ้าง มันถึงจะมีควัน แล้วพูดก็พูดเถอะ กี่เรื่องที่ลือๆ กัน แล้วตอนหลังมันฉาวออกมาเป็นเรื่องจริงจะบอกให้เรื่องที่ลือๆ กันน่ะ เห็นมั๊ยสรุปออกมาก็จริงทุกที ถึงบางข่าวเจ้ตัวจะออกมาปฏิเสธ แต่ก็นะ ...ถ้าไม่มีใครไปขุดคุ้ย ไม่มีใครไปเจาะไปชอนไช มันก็เงียบๆ ไป หรือถ้าเจ้าตัวไม่ได้ดังจริงๆ เดี๋ยวข่าวมันก็เงียบ แต่ถ้าเป็นคนดังๆ แล้วมีการขุดคุ้ยนะ เรื่องจริงมันจะแวจะแดงโร่ออกมาเหมือนเวลาลือกันทุกทีแหละ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า “เต้าข่าว” หรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่อยากจะเซด ของจริงน่ะมันยิ่งกว่าในข่าวอีก Q : คุณบอกว่านักข่าวบันเทิงมีคุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งคือใจกว้าง ยอมรับพฤติกรรมของคนในวงการได้หมด แต่พวกเขายอมรับพฤติกรรมของคนบันเทิงได้ ไม่ใช่เพราะนักข่าวจำเป็นต้องทำงานกับคนในวงการเพื่อยังชีพหรอกหรือ และที่จริงนักข่าก็ดูจะไม่ได้มีความอดทนอะไรมากนัก เพราะจำนวนมากก็ดูเหมือนจะสนุกไปกับการมีอำนาจถือปากกาในการ “พิพากษา” คนในวงการบันเทิงมากกว่า 
A : มันก็ใช่อยู่ ว่านักข่าวมีอำนาจ เหมือนมีประกาศิตอยู่เหมือนกัน แต่ย้อนกลับไปเรื่องจรรยาบงจรรยาบรรณอะไรของคุณนั่นก่อน ต้องบอกก่อนว่า ไอ้ข่าวคาวๆ ที่เห็นกันอยู่น่ะ มันดูเหมือนมีมากใช่มั๊ยแต่จริงๆแล้ว ถ้าวัดกันจากพื้นที่สื่อจริงๆ นะ ขอบอกว่าไม่ได้มากมายอะไรเลย คุณเปิดหนังสือพิมพ์หัวเขียวดูก็ได้ คุณก็จะเห็นว่าข่าวคาวๆ จริงๆ น่ะ มันมีพื้นที่อยู่ไม่ได้เยอะอะไร แต่จะมีพวกข่าวเปิดกล้อง ข่าวใครเล่นละครอะไรกับใครที่ไหนหรือบางทีก็มีเรื่องอุบัติเหตุในกองถ่าย เรื่องกุ๊กๆ กิ๊กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์แต่เป็นสิ่งละอันพันละน้อยของดารามากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่แฟนคลับเขาสนใจ มีแนะนำอัลบั้มใหม่ หนังเรื่องใหม่ ละครเรื่องใหม่ อะไรพวกนี้อยู่เป็นสัดส่วนไม่น้อยนะคุณ Q : ถ้าอย่างนั้น อะไรคือ “ศักดิ์ศรี” ของนักข่าวบันเทิง 
A : คุณถามเหมือนว่า นักข่าวบันเทิงคือจำเลยของสังคม เป็นอะไรที่เลวทรามชั่วช้ามาก จริงๆ แล้วนักข่าวบันเทิงก็เป็นคนนะคุณ เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าคุณบอกว่านักข่าวบันเทิงทำไมถึงได้นำเสนอแต่อะไรต่ำๆ ไม่เหมาะสม ไม่จรรโลงสังคม ผมขอเสนออะไรอย่งหนึ่งได้มั้ยครับ เอาอย่งนี้นะ ถ้าพวกคุณทำกันได้ ผมว่าไอ้ความไม่เหมาะสมไม่จรรโลงอะไรที่ว่านี้จะต้องหมดไปแน่ๆ ผมเสนอให้พวกคุณเลิกติดตามข่าวดารากันไปเลยดีมั้ยครับ Q : เคยเบื่อบ้างไหมที่ต้องทำแต่ข่าวบันเทิงแบบนี้ 
A : ก็มีนะ โดยเฉพาะเวลาไปเจอพวกนักข่าววิเศษพวกนี้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นงาน แต่มันเป็นสิ่งที่ประชาชนเขาอยากรู้อยู่ ณ เวลานั้นๆ เราก็มีจิตวิญญาณนักข่าวเหมือนกับนักข่าวสายอื่นเหมือนกัน เหมือนนักข่าวสงครามอะไรพวกนี้ด้วย เพียงแต่ก็อย่างที่บอก ต้องคอยดูว่าการนำเสนอจะทำยังไง จะมีท่าทียังไงกับแต่ละข่าวมากกว่า
Board: Interview
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

ปฏิบัติการสาวไส้วงการบันเทิง จากปากคำคนข่าวบันเทิงอักษรย่อ ต.

"Q : ในทางวารสารศาสตร์ มันมีข่าวอยู่สองแบบ คือข่าวที่คน “อยาก” รู้ กับข่าวที่คน “ควร” รู้ คุณคิดว่าในข่าวบันเทิงไทย สัดส่วนขอข่าวสองแบบนี้มันมีสมดุลกันไหม หรือว่าเราพยายามแต่ตอบสนองคนเสพด้วยข่าวที่คนอยากรู้เท่านั้น แต่ทำข่าวที่คนควรรู้เลย ซึ่งในที่สุดผลของมันก็จะเหมือนพายเรือในอ่าง เพราะคนเสพข่าวก็จะเป็นผู้ผลิตนักข่าวบันเทิงแบบเดิมๆ และในเวลาเดียวกันข่าวที่ออกมาจากนักข่าวบันเทิงก็จะไปผลิตคนเสพข่าวในแบบเดิมๆ
A : บอกตรงๆ ว่า ผมก็เศร้าใจอยู่เหมือนกัน ที่ไม่มีใครไปทำข่าวในแบบที่คุณว่ามา หมายถึงข่าวดีๆ หรือข่าวเชิงนโยบาย ข่าวประเภทต่อต้านการจัดเรตติ้งหนัง หรือข่าวอะไรพวกนี้ ผมเคยไปทำข่าวพวกนี้นะครับ อย่างตอนไปทำข่าวต่อต้านการจัดเรตติ้งหนังน่ะ ปรากฎว่มีคนไปทำข่าวกันแค่หยิบมือเดียว น้อยมาก แล้วข่าวมันจะออกไปถึงคนดูได้ยังไง"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT