ทำความรู้จักกับ 'เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ' กับผลงานล่าสุด 'ใต้ร่มใบภักดิ์' สูงยาวเข่าดี มีเอกลักษณ์ และมีความพยายามในการพัฒนาตัวเอง คือสิ่งที่ทำให้ เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ ถูกใจเจ้าของงานเดินแบบ ผู้กำกับ เอ็มวี และผู้จัดละคร

แม้เพื่อนจะเริ่มมีผลงานเยอะขึ้นแต่ใครเลยจะรู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่เคยมีความคิดอยากเข้าวงการบันเทิงเลย

“ผมมีนิสัยขี้อายมากถ้าใครที่เป็นเพื่อนผมสมัยเด็กจะรู้เลยว่าคนอย่างผมไม่มีทางที่จะเข้าวงการบันเทิงแน่เพราะขี้อายไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้คน

“ตอนที่พี่ผู้จัดการมาชวนเข้าโมเดลลิ่งผมยังงงอยู่เลยครับว่าโมเดลลิ่งคืออะไรอาจเพราะความที่ไม่ค่อยสนใจดูละครหรือสนใจวงการบันเทิงด้วยแหละครับจึงไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้

“แต่ก็ตัดสินใจเข้าโมเดลลิ่งครับเพราะอยากลองดูว่าวงการบันเทิงเป็นอย่างไรและอาจได้ประสบการณ์ดีๆกับชีวิตด้วยครับงานแรกที่ได้ทำคือเดินแบบที่งานบางกอกแฟชั่นวีคเดินทั้งหมด 2 ชุดครับ

“ก่อนเดินแบบก็มีซ้อมซึ่งผมตื่นเต้นมากตั้งแต่ตอนซ้อมแล้วขนาดคนที่ดูตอนซ้อมไม่ใช่คนดูทั่วไปหลายร้อยคนนะครับแต่เป็นนายแบบนางแบบที่จะเดินรอบต่อไปไม่กี่คนแค่นี้ผมก็ตื่นเต้นแล้วครับยิ่งตอนเดินแบบจริงๆคนเยอะมากทำให้ผมตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก

“หลังจากเดินแบบครั้งแรกผมรู้ตัวเลยว่ายังทำได้ไม่ค่อยดีนักแต่ก็ไม่ท้อครับและยิ่งรู้สึกชอบวงการบันเทิงมากขึ้นอยากพิสูจน์ตัวเองว่าจะทำได้ดีขนาดไหน

“พอเดินแบบได้สักพักหนึ่งก็มีผู้ใหญ่มอบโอกาสให้ไปถ่ายเอ็มวี ‘อย่าบอกเขาว่าเราเคยคบกัน’ ของขนมจีนซึ่งตอนแรกที่รู้ว่าได้เล่นเป็นพระเอกเอ็มวีก็ตกใจมากเพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อนแม้แต่เพื่อนพระเอกนางเอกเอ็มวีก็ยังไม่เคยได้รับบทบาทนั้นเลยครับแต่พอผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาสมาให้ผมก็ทำเต็มที่เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มอบให้ผม

“ครั้งแรกที่ถ่ายทำตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเพราะผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลยซีนแรกแค่ผู้กำกับฯบอกให้เดินเฉยๆก็โดนคัตแล้วครับเพราะผมติดนิสัยการเดินแบบนายแบบซึ่งจะเดินไม่เหมือนการเล่นละครกว่าจะถ่ายทำจบก็โดนสั่งสอนไปเยอะครับ

“ครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายทั้งจากผู้กำกับฯและทีมงานคนอื่นๆแต่...การเล่นเอ็มวีตัวแรกผมไม่ได้ชอบหรือไม่ได้เกลียดนะครับรู้สึกเฉยๆมากกว่าผมเริ่มรู้สึกชอบการเล่นเอ็มวีเมื่อผ่านไปได้สัก 3 ตัวครับ

“เล่นเอ็มวีไปหลายตัวอยู่ครับจึงมีโอกาสได้แสดงหนังสั้น ‘ภาพยนตร์สุดสัปดาห์’ เรื่องแฝดต่างขั้วจากนอกโลกต้องเล่นบทบู๊ด้วยครับก่อนถ่ายทำจะต้องมีเรียนคิวบู๊เรียนเตะต่อยซึ่งผมไม่เคยเรียนพวกนี้มาก่อนแต่มีความชอบส่วนตัวในกีฬาต่อสู้อยู่แล้วตอนเรียนเลยสนุกมาก

“การได้เล่นหนังสั้นตอนเดียวจบทำให้ผมมีความรู้สึกเหมือนตอนเล่นเอ็มวีตัวแรกเลยครับเพราะรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีสักเท่าไรมีจุดอ่อนเยอะแยะเต็มไปหมดถามคนรู้จักว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อได้ดูเขาก็บอกว่าจุดอ่อนมีตรงนั้นตรงนี้นะซึ่งมันเยอะมากแต่ก็เหมือนเดิมครับคำติเพื่อก่อไม่ได้ทำให้ผมย่อท้อกลับทำให้รู้สึกอยากพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก”

ด้วยความตั้งใจฝึกฝนฝีมือในการแสดงทำให้เขามีโอกาสได้เล่นซิตคอมเรื่อง ‘สถานีบานฉ่ำ’ จนทำให้ผู้จัดละครเรียกไปแสดงเป็นพระเอกในละครชุดเฉลิมพระเกียรติซึ่งเขาได้แสดงในเรื่อง ‘ใต้ร่มใบภักดิ์’

“เรื่องใต้ร่มใบภักดิ์เริ่มออกอากาศต้นเดือนตุลาคมเนื่องจากเป็นละครยาวทำให้ผมต้องเริ่มเรียนการแสดงเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่ด้วยเวลาในการถ่ายทำที่เหลือน้อยทำให้ไม่ได้เรียนตั้งแต่พื้นฐานต้องเรียนในอีกขั้นที่ระดับสูงกว่าครับ

“เรียนวันแรกเขินมากครับเพราะคนเยอะมีทั้งผู้กำกับฯครูสอนแอ๊กติ้งและทีมงานคนสอนเยอะมากจนผมสงสัยว่าจะเรียนจะสอนกันอย่างไรซึ่งการเรียนวันแรกผมยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรพอจบวันพี่แป๊ป-ณฤทธิ์ยุวบูรณ์ก็ถามผู้จัดการของผมว่าบังคับน้องมาเล่นหรือเปล่า

“ใช่ว่าผมไม่ตั้งใจนะครับแต่อาจเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนขี้อายถามว่าขี้อายมากไหมก็ต้องตอบว่าเพื่อนสมัยเด็กทุกคนจะตกใจมากที่รู้ข่าวว่าผมมาเดินแบบมาเล่นละครซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับความขี้อายที่เพื่อนผมรับรู้

“ในเรื่องนี้มีผมเป็นน้องใหม่คนเดียวเลยคนอื่นเป็นดารารุ่นใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพี่กบ-ทรงสิทธิ์รุ่งนพคุณศรี (พ่อ) พี่บุ๋ม-ปนัดดาวงศ์ผู้ดี (แม่) มีนางเอกคือซาร่าเล็กจ์

“พี่ๆทุกคนใจดีมากครับคอยสอนผมตลอดโดยเฉพาะเรื่องคำพูดบางคำที่ผมดูไม่ค่อยได้ตอนแสดงจะมีพี่ๆคอยนั่งดูถ้าเขารู้สึกว่าได้ยินคำไหนไม่ชัดก็จะคอยเตือนผมสอนผมครับ

“ตอนปิดกล้องละครผมมีความรู้สึกทั้งเสียดายทั้งเศร้าไม่อยากให้ปิดกล้องเพราะตอนถ่ายทำไปได้สักพักทำให้ผมมีความรู้สึกว่าในแต่ละวันที่ได้ไปกองถ่ายฯไม่เหมือนการไปทำงานเหมือนผมไปหาเพื่อนไปหาครอบครัวมากกว่าทุกคนเป็นกันเองมีอะไรก็คอยเตือนคอยสั่งสอนแต่อย่างไรก็ตามงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราสุดท้ายก็ต้องปิดกล้องส่วนผมก็ต้องพยายามต่อไปตราบเท่าที่ผู้ใหญ่ยังให้โอกาส”

ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิกราอีกครั้งผมเปิดโอกาสให้เพื่อนชักชวนคุณผู้อ่านติดตามละครเรื่องใต้ร่มใบภักดิ์สักหน่อย

“ขอฝากละครเรื่องใต้ร่มใบภักดิ์และอีก 4 เรื่องซึ่งเป็นละครชุดเฉลิมพระเกียรติด้วยนะครับทุกเรื่องมีความตั้งใจที่จะนำเสนอโครงการในพระราชดำริและยังเป็นละครที่มีเนื้อหาดีดูได้ทั้งครอบครัวช่วยให้กำลังใจผมด้วยนะครับ
(0)
Share
Volume
Keep by Volume
2876
FOLLOWER

ทำความรู้จักกับ 'เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ' กับผลงานล่าสุด 'ใต้ร่มใบภักดิ์'

"สูงยาวเข่าดี มีเอกลักษณ์ และมีความพยายามในการพัฒนาตัวเอง คือสิ่งที่ทำให้ เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ ถูกใจเจ้าของงานเดินแบบ ผู้กำกับ เอ็มวี และผู้จัดละคร
แม้เพื่อนจะเริ่มมีผลงานเยอะขึ้นแต่ใครเลยจะรู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่เคยมีความคิดอยากเข้าวงการบันเทิงเลย
“ผมมีนิสัยขี้อายมากถ้าใครที่เป็นเพื่อนผมสมัยเด็กจะรู้เลยว่าคนอย่างผมไม่มีทางที่จะเข้าวงการบันเทิงแน่เพราะขี้อายไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้คน
“ตอนที่พี่ผู้จัดการมาชวนเข้าโมเดลลิ่งผมยังงงอยู่เลยครับว่าโมเดลลิ่งคืออะไรอาจเพราะความที่ไม่ค่อยสนใจดูละครหรือสนใจวงการบันเทิงด้วยแหละครับจึงไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้
“แต่ก็ตัดสินใจเข้าโมเดลลิ่งครับเพราะอยากลองดูว่าวงการบันเทิงเป็นอย่างไรและอาจได้ประสบการณ์ดีๆกับชีวิตด้วยครับงานแรกที่ได้ทำคือเดินแบบที่งานบางกอกแฟชั่นวีคเดินทั้งหมด 2 ชุดครับ
“ก่อนเดินแบบก็มีซ้อมซึ่งผมตื่นเต้นมากตั้งแต่ตอนซ้อมแล้วขนาดคนที่ดูตอนซ้อมไม่ใช่คนดูทั่วไปหลายร้อยคนนะครับแต่เป็นนายแบบนางแบบที่จะเดินรอบต่อไปไม่กี่คนแค่นี้ผมก็ตื่นเต้นแล้วครับยิ่งตอนเดินแบบจริงๆคนเยอะมากทำให้ผมตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
“หลังจากเดินแบบครั้งแรกผมรู้ตัวเลยว่ายังทำได้ไม่ค่อยดีนักแต่ก็ไม่ท้อครับและยิ่งรู้สึกชอบวงการบันเทิงมากขึ้นอยากพิสูจน์ตัวเองว่าจะทำได้ดีขนาดไหน
“พอเดินแบบได้สักพักหนึ่งก็มีผู้ใหญ่มอบโอกาสให้ไปถ่ายเอ็มวี ‘อย่าบอกเขาว่าเราเคยคบกัน’ ของขนมจีนซึ่งตอนแรกที่รู้ว่าได้เล่นเป็นพระเอกเอ็มวีก็ตกใจมากเพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อนแม้แต่เพื่อนพระเอกนางเอกเอ็มวีก็ยังไม่เคยได้รับบทบาทนั้นเลยครับแต่พอผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาสมาให้ผมก็ทำเต็มที่เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มอบให้ผม
“ครั้งแรกที่ถ่ายทำตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเพราะผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลยซีนแรกแค่ผู้กำกับฯบอกให้เดินเฉยๆก็โดนคัตแล้วครับเพราะผมติดนิสัยการเดินแบบนายแบบซึ่งจะเดินไม่เหมือนการเล่นละครกว่าจะถ่ายทำจบก็โดนสั่งสอนไปเยอะครับ
“ครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายทั้งจากผู้กำกับฯและทีมงานคนอื่นๆแต่...การเล่นเอ็มวีตัวแรกผมไม่ได้ชอบหรือไม่ได้เกลียดนะครับรู้สึกเฉยๆมากกว่าผมเริ่มรู้สึกชอบการเล่นเอ็มวีเมื่อผ่านไปได้สัก 3 ตัวครับ
“เล่นเอ็มวีไปหลายตัวอยู่ครับจึงมีโอกาสได้แสดงหนังสั้น ‘ภาพยนตร์สุดสัปดาห์’ เรื่องแฝดต่างขั้วจากนอกโลกต้องเล่นบทบู๊ด้วยครับก่อนถ่ายทำจะต้องมีเรียนคิวบู๊เรียนเตะต่อยซึ่งผมไม่เคยเรียนพวกนี้มาก่อนแต่มีความชอบส่วนตัวในกีฬาต่อสู้อยู่แล้วตอนเรียนเลยสนุกมาก
“การได้เล่นหนังสั้นตอนเดียวจบทำให้ผมมีความรู้สึกเหมือนตอนเล่นเอ็มวีตัวแรกเลยครับเพราะรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีสักเท่าไรมีจุดอ่อนเยอะแยะเต็มไปหมดถามคนรู้จักว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อได้ดูเขาก็บอกว่าจุดอ่อนมีตรงนั้นตรงนี้นะซึ่งมันเยอะมากแต่ก็เหมือนเดิมครับคำติเพื่อก่อไม่ได้ทำให้ผมย่อท้อกลับทำให้รู้สึกอยากพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก”
ด้วยความตั้งใจฝึกฝนฝีมือในการแสดงทำให้เขามีโอกาสได้เล่นซิตคอมเรื่อง ‘สถานีบานฉ่ำ’ จนทำให้ผู้จัดละครเรียกไปแสดงเป็นพระเอกในละครชุดเฉลิมพระเกียรติซึ่งเขาได้แสดงในเรื่อง ‘ใต้ร่มใบภักดิ์’
“เรื่องใต้ร่มใบภักดิ์เริ่มออกอากาศต้นเดือนตุลาคมเนื่องจากเป็นละครยาวทำให้ผมต้องเริ่มเรียนการแสดงเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่ด้วยเวลาในการถ่ายทำที่เหลือน้อยทำให้ไม่ได้เรียนตั้งแต่พื้นฐานต้องเรียนในอีกขั้นที่ระดับสูงกว่าครับ
“เรียนวันแรกเขินมากครับเพราะคนเยอะมีทั้งผู้กำกับฯครูสอนแอ๊กติ้งและทีมงานคนสอนเยอะมากจนผมสงสัยว่าจะเรียนจะสอนกันอย่างไรซึ่งการเรียนวันแรกผมยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรพอจบวันพี่แป๊ป-ณฤทธิ์ยุวบูรณ์ก็ถามผู้จัดการของผมว่าบังคับน้องมาเล่นหรือเปล่า
“ใช่ว่าผมไม่ตั้งใจนะครับแต่อาจเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนขี้อายถามว่าขี้อายมากไหมก็ต้องตอบว่าเพื่อนสมัยเด็กทุกคนจะตกใจมากที่รู้ข่าวว่าผมมาเดินแบบมาเล่นละครซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับความขี้อายที่เพื่อนผมรับรู้
“ในเรื่องนี้มีผมเป็นน้องใหม่คนเดียวเลยคนอื่นเป็นดารารุ่นใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพี่กบ-ทรงสิทธิ์รุ่งนพคุณศรี (พ่อ) พี่บุ๋ม-ปนัดดาวงศ์ผู้ดี (แม่) มีนางเอกคือซาร่าเล็กจ์
“พี่ๆทุกคนใจดีมากครับคอยสอนผมตลอดโดยเฉพาะเรื่องคำพูดบางคำที่ผมดูไม่ค่อยได้ตอนแสดงจะมีพี่ๆคอยนั่งดูถ้าเขารู้สึกว่าได้ยินคำไหนไม่ชัดก็จะคอยเตือนผมสอนผมครับ
“ตอนปิดกล้องละครผมมีความรู้สึกทั้งเสียดายทั้งเศร้าไม่อยากให้ปิดกล้องเพราะตอนถ่ายทำไปได้สักพักทำให้ผมมีความรู้สึกว่าในแต่ละวันที่ได้ไปกองถ่ายฯไม่เหมือนการไปทำงานเหมือนผมไปหาเพื่อนไปหาครอบครัวมากกว่าทุกคนเป็นกันเองมีอะไรก็คอยเตือนคอยสั่งสอนแต่อย่างไรก็ตามงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราสุดท้ายก็ต้องปิดกล้องส่วนผมก็ต้องพยายามต่อไปตราบเท่าที่ผู้ใหญ่ยังให้โอกาส”
ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิกราอีกครั้งผมเปิดโอกาสให้เพื่อนชักชวนคุณผู้อ่านติดตามละครเรื่องใต้ร่มใบภักดิ์สักหน่อย
“ขอฝากละครเรื่องใต้ร่มใบภักดิ์และอีก 4 เรื่องซึ่งเป็นละครชุดเฉลิมพระเกียรติด้วยนะครับทุกเรื่องมีความตั้งใจที่จะนำเสนอโครงการในพระราชดำริและยังเป็นละครที่มีเนื้อหาดีดูได้ทั้งครอบครัวช่วยให้กำลังใจผมด้วยนะครับ"
1 KEEP
Volume
0 LOVES
COMMENT