ดีเจนุ้ย อีเอฟเอ็ม จากเด็กฝึกงานสู่นักข่าวซูเปอร์สตาร์ พลิกผันสู่บ้านเอไทม์ 
“วันดีคืนดีเอไทม์ก็เรียกเราเข้าไปเพราะยื่นใบสมัครไว้ และจับพลัดจับพลูได้เป็นนักข่าวบันเทิงอีกครั้ง ก็เข้าไปเริ่มต้นทำข่าวบันเทิง โชคดีของนุ้ยที่ได้สายงานที่ไปทำเกี่ยวกับอีเวนต์ นอกจากนั้นก็ทำข่าว โรงพัก โรงพยาบาล ศาล วัด อันนี้คือสายเรา อย่างหลังนี่คือตั้งมาเอง คืองานโรงพักก็ต้องเป็นนุ้ย ดาราโดนจับก็ต้องเป็นนุ้ย ดาราเสียชีวิตก็ต้องเป็นนุ้ย สายศาล ดาราคนไหนขึ้นศาลก็ต้องเป็นนุ้ย ทำงานสายศาลเลยทำให้นุ้ยมีความเข้าใจด้านกฎหมาย รู้ว่าการฟ้องกันมันเป็นอย่างนี้ การยอมความกัน ไกล่เกลี่ยกัน มันต้องเข้าสู่กระบวนการศาลอย่างไรบ้าง แต่ว่าสายนี้นานๆ จะเจอข่าวที แต่ว่าเจอทีมันหนักซึ่งเหล่านี้ถามว่าคนปกติอยากเข้าไหม คงไม่อยากเข้า แต่ตอนนั้นเราก็ทำไปตอนที่ไฟยังมีอยู่ ยิ่งรู้สึกสนุกสนาน”
ภาพของนักข่าวกอสซิปผมทอง ร่างเล็กที่มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะฉาบบนใบหน้าแบบสม่ำเสมอ กับลีลาการรายงานข่าวที่สนุกสนาน เรียกรอยยิ้มได้ทุกนาทีที่เสียงของเขาออกอากาศ ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ดีเจแห่งคลื่น 94EFM  ตลอดระยะเวลาและการเดินทางกว่าจะกลายเป็นดีเจนุ้ยอย่างทุกวันนี้ได้ เรื่องสนุกชวนแซ่บหรือทดท้อแทบน้ำตาร่วง เขาพร้อมแล้วที่จะให้เราได้ล้วงลึก...

จุดเริ่มต้นเด็กฝึกงาน 
“ตอนฝึกงานเราได้เข้าไปฝึกงานในค่ายเพลงแห่งหนึ่ง ได้ทำทุกอย่าง เริ่มต้นตั้งแต่เขียนข่าว และเรียนรู้งานข่าวโดยการออกไปทำข่าวดารา ช่วงที่นุ้ยเข้าไปฝึกงานจะเป็นปีที่อีเวนต์เริ่มเฟื่องฟูมากๆ เป็นช่วงกึ่งกลางระหว่างเข้ากองรายการกับไปงานอีเวนต์ ช่วงที่เข้ากองฯ เราก็ต้องนั่งรอ พักเบรกเราก็เข้าไปสัมภาษณ์ แต่อีเวนต์เป็นอะไรที่ดึกมาก แล้วรายการที่นุ้ยทำเป็นรายการสดตอน 6 โมงเช้า ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าเหนื่อยมาก งานข่าว ไม่ไหวจริงๆ รู้สึกว่ามันหนัก วันไหนที่มีข่าวเยอะๆ กองฯไม่พอ เขายื่นกล้องใส่มือให้เราเลย นุ้ยออกไปทำสัมภาษณ์ดาราคนนี้มานะ มือเราก็ถือกล้องแฮนดี้แคมอันหนึ่ง ฝากดาราถือไมค์ เราก็ถ่ายแล้วก็สัมภาษณ์ไปด้วย แล้วก็เอาชิ้นงานนั้นกลับมาคือทำคนเดียว เราก็มีความรู้สึกว่าเราได้ฝึกฝนมา ตั้งแต่ตอนนั้น” ทีมเวิร์กล่าข่าว 
“ตอนเข้ามาใหม่ๆ นุ้ยโชคดีที่ได้กลุ่มเพื่อนที่ดี คืองานข่าวเราจะไม่มีการแข่งกัน เรามีทั้งเพื่อนเว็บไซต์ข่าว เคเบิลข่าว และสายหนังสือพิมพ์ ซึ่งกลุ่มของเราตรงนี้เป็นกลุ่มที่เหนียวแน่น ทุกการออกงานเราจะไปด้วยกันอาจจะหายไปบ้างบางคน แต่ว่าข่าวจะส่งถึงกันตลอดว่าเราได้ข่าวตรงนี้นะ กลุ่มเราจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มเต้าข่าว คือออกงานไหนได้ข่าวตลอด สมมติมีดารา 10 คน นักข่าวคนอื่นอาจจะได้ 3 คน แต่เรา อย่างน้อยต้องได้ 7-8 ข่าวที่จะได้กลับมา เราก็ต้องยอมรับว่างานข่าวคือการนำเสนอแบบรวดเร็ว แต่สายเราทั้งกลุ่มไม่มีใครชนกันเลย เพราะฉะนั้นข่าวที่เราได้มาสดใหม่ และลงพร้อมๆกัน กลายเป็นความสดใหม่ของข่าวเรา และไม่เหมือนใคร เป็นกลุ่มที่มีความฮือฮาในกลุ่มนักข่าว ว่ากลุ่มนี้มันมีอะไรนะ จนตอนหลังเราก็ได้รับการยอมรับจากพี่ๆ นักข่าว และได้ฉายาจากคลื่น 94 EFM ว่า “นุ้ยเต้าข่าว” นั่นคือฉายาแรกๆ โดยพี่มดดำซึ่งเขาก็จะถามว่านุ้ยเรื่องนี้ เต้าข่าวหรือเปล่า เราก็จะบอกว่าไม่เต้าหรอกค่ะเรื่องนี้เรื่องจริง ถามมาแล้วก็กลายเป็นมาเป็นฉายา” เทคนิคการ “เต้าข่าว” 
“จริงๆ เต้าข่าวของนุ้ยไม่ใช่หยิบลมหยิบอากาศมาเล่า แต่เราก็จะเห็นรูปแบบของเขา เช่นว่า ทำไมสวยขึ้นนะดาราคนนี้ ดูผอมลง แขนเล็กลง ขาเล็กลง ประจวบเหมาะกันเราได้ยินเพื่อนๆ เราบอกว่าคนนี้ไปทำคาร์บอกซี่ (Carboxy) มา คือเมื่อก่อนดาราสักคนจะไปทำอะไรจะเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับสมัยนี้นุ้ยคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะทิ้งเป็นปมของเราไว้ แต่วิธีการนำเสนอข่าว เราก็จะนำเสนอแบบให้เกียรติในคำตอบของเขา เพราะเราเป็นตัวแทนของคนกลางระหว่างดารากับคนทั่วไปที่ไม่สามารถถามดาราได้” 
กอสซิปแบบฉบับนุ้ย EFM 
“กำลังจะบอกว่าทำไมนักข่าวต้องแบนดาราคนนี้ ในเมื่อดาราคนนี้ติดยาเสพติด เราต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าสิ่งไม่ดีก็ต้องได้รับผลกรรม เราต้องเป็นตัวอย่างที่สะท้อนมุมของสังคมเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม สร้างข่าวจากเรื่องจริงเพื่อให้คนได้เรียนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น นั่นคือมิติการทำข่าวบันเทิงของนุ้ย”
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ดีเจนุ้ย อีเอฟเอ็ม จากเด็กฝึกงานสู่นักข่าวซูเปอร์สตาร์

"พลิกผันสู่บ้านเอไทม์
“วันดีคืนดีเอไทม์ก็เรียกเราเข้าไปเพราะยื่นใบสมัครไว้ และจับพลัดจับพลูได้เป็นนักข่าวบันเทิงอีกครั้ง ก็เข้าไปเริ่มต้นทำข่าวบันเทิง โชคดีของนุ้ยที่ได้สายงานที่ไปทำเกี่ยวกับอีเวนต์ นอกจากนั้นก็ทำข่าว โรงพัก โรงพยาบาล ศาล วัด อันนี้คือสายเรา อย่างหลังนี่คือตั้งมาเอง คืองานโรงพักก็ต้องเป็นนุ้ย ดาราโดนจับก็ต้องเป็นนุ้ย ดาราเสียชีวิตก็ต้องเป็นนุ้ย สายศาล ดาราคนไหนขึ้นศาลก็ต้องเป็นนุ้ย ทำงานสายศาลเลยทำให้นุ้ยมีความเข้าใจด้านกฎหมาย รู้ว่าการฟ้องกันมันเป็นอย่างนี้ การยอมความกัน ไกล่เกลี่ยกัน มันต้องเข้าสู่กระบวนการศาลอย่างไรบ้าง แต่ว่าสายนี้นานๆ จะเจอข่าวที แต่ว่าเจอทีมันหนักซึ่งเหล่านี้ถามว่าคนปกติอยากเข้าไหม คงไม่อยากเข้า แต่ตอนนั้นเราก็ทำไปตอนที่ไฟยังมีอยู่ ยิ่งรู้สึกสนุกสนาน” "
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT