ฉันมีความสุขที่เป็นมะเร็ง   ฉันมีความสุขที่เป็นมะเร็ง ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโททางด้าน Design Management ที่นิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษเพียงอาทิตย์เดียว ไอรีล ไตรสารศรี สาวน้อยวัย 28 ปีค้นพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งทรวงอกระยะที่ 3 โดยบังเอิญ และหลังจากวันนั้น เธอได้ใช้ชีวิตทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าเพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะมีแรงทำได้ สิ่งที่ตอบแทนกลับมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่า การใช้ชีวิตเพื่อตัวเองก่อนหน้านี้
 เธอได้สร้างเว็บเพจ facebook.com/ART.for.CANCERbycomeonireal เพื่อหาเงินจากการนำงานศิลปะฝีมือตัวเอง เพื่อนๆ พี่น้องที่คณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร แล้วนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ตามโรงพยาบาลรัฐ “ตอนไปทำเคมีบำบัดที่ โรงพยาบาลศิริราช ยอมรับว่าเกิดมาไม่เคยเข้าโรงพยาบาล รัฐบาล ได้เห็นคนไข้เยอะแยะมารอคิว เราชอบนั่งมองคน ก็ได้เห็นว่าบางคนไม่มีเงิน คนเป็นมะเร็งต้องใช้เงินในการรักษาตัวค่อนข้างสูงทั้งค่าผ่าตัด ค่าคีโม ค่าฉายแสง แล้วยังจะค่ายาอีก คนไข้มะเร็งบางคนเพิ่งให้คีโมมาส่วนตัวมีงานศิลปะที่ทำเก็บไว้และคิดว่าน่าจะเอาออกมาสร้างคุณค่าได้ แล้วยังมีของเพื่อนๆ ที่วางไว้เฉยๆ เราก็เอาอันนั้นออกมาแปรให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น หรือเพื่อนคนไหนอยากจะทำงานใหม่ขึ้นมาก็ได้ แต่หลักๆ ไม่อยากให้ใครลงทุนใหม่ อยากให้เอาของที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่า “โปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นตามกำลังของตัวเอง คือด้วยข้อจำกัดว่าตัวเองยังรักษาตัวอยู่ เลย คิดว่าการทำเว็บเพจน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เริ่มต้นจากทำอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองก่อน พึ่งคนอื่นน้อยที่สุด ถ้าเรามีจุดยืน พอบางคนเขาเห็นสิ่งที่เราทำ เขาจะเข้ามาเอง ส่วนคนที่เขาให้ ก็ไปคุยกับพี่สาว พี่บอกว่ามันต้องอาศัยความเชื่อใจ เราก็ลงมือทำเลย ไม่อยากรอแล้วก็ไม่ได้มีเฉพาะงานวาดเท่านั้น แต่เป็นศิลปะสร้างสรรค์ทุกอย่างที่คนทำยินดีทำให้เพราะอยากช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง ช่วงหลังเพื่อนที่เป็นนักเขียนก็จะพิมพ์หนังสือเพิ่มเป็น limited edition ให้แฟนๆ ของเขามาร่วมสั่ง จองทำบุญด้วยกัน บางคนไม่มีงานศิลปะ แต่มี ความคิดสร้างสรรค์อย่างอื่น เช่น เพื่อนบางคนช่วยโปรโมตเว็บเพจ โดยวิธีถ่ายรูปถือโลโก้ Art for Cancer ตามสถานที่ต่างๆ แค่นี้ก็ถือว่าได้ช่วยกันแล้ว เว็บนี้ก็อาศัยเพื่อนๆ บอกกันปากต่อปาก เราก็บอกเพื่อนตรงๆ ว่า ชีวิตตัวเองที่เหลืออยู่ ไม่รู้จะเหลือถึงเมื่อไร แต่เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าเราไม่รู้ อนาคตเราไม่รู้เลย เราก็เลยทำปัจจุบันให้ดี ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น คิดแค่นี้ก็มีความสุขดี ร่างกายโทรมมาก แต่ก็ต้องมานั่งรอคิว เรารู้สึกว่าตัวเองยังโชคดี ถึงเป็นมะเร็ง แต่โชคดีกว่าเขาเยอะที่เราไม่มีอาการแพ้ตอนให้คีโม แล้วเราก็ยังพอมีกำลังเงิน แม้ตอนแรกที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง ทั้งเราและครอบครัวจะใจหายก็ตาม ทุกอย่างที่เห็นมันกระทบใจเราอย่างรุนแรง แล้วค่อยๆ ซึมซับทุกวันที่ไปเห็น อีกอย่างที่รู้สึกมาตั้งแต่ตัวเองเป็นมะเร็งคือ ความไม่แน่นอนในชีวิต วินาทีนั้นเรารู้สึกว่าเราอยากใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่า “Art for Cancer จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยเลือกให้ศิลปะเป็นสื่อกลางระหว่างคนอยากทำบุญ  เราก็ไม่ได้คาดหวัง เพราะเราก็เข้าใจ เมื่อก่อนเราก็ไม่อิน ใครจะมาเข้าใจผู้ป่วยมะเร็งเท่ากับตัวเราเองที่ป่วยเป็นมะเร็ง หลังจากนั้นก็ได้อาศัยความร่วมมือจากเพื่อนๆ พี่ๆ ให้เขาถ่ายรูปงานส่งมาทางเมล เราลงให้ในเว็บเพจ แต่ก็คุยเงื่อนไขกันก่อนว่า ถ้ามีคน สนใจ นัดส่งผลงานสะดวกไหม จะหักค่าใช้จ่ายการขนส่งก็หักจากเงินทำบุญ แต่ส่วนใหญ่ ศิลปินทุกคน พอมีคนซื้องานก็ดีใจ ค่าส่งก็ไม่คิด รวมเป็นเงินทำบุญไป “ก่อนลงมือทำก็แอบคิดไม่ได้ว่าแล้วจะมีคนมาซื้อไหม เขาจะไว้ใจเราไหม เพราะเราใช้ วิธีให้เขาโอนเงินมาแล้วให้ศิลปินส่งผลงานไปฉันทำด้วยใจนะ ช่วยแชร์กันหน่อย มันก็กระจายไปเรื่อยๆ วันนี้มีคนคลิกไลค์กว่า 300 คนแล้ว (ยิ้ม) “ความจริงถ้าไปเจอเพื่อนๆ แล้วบอกเขาว่าเดี๋ยวจะไปทำบุญ จะฝากเงินไหม เพื่อนๆ ก็จะฝากมาคนละร้อยสองร้อย ถ้ารุ่นพี่ผู้ใหญ่หน่อยอาจจะเป็นพัน แต่เราทำโปรเจ็กต์นี้ขึ้ึนมา เพราะอยากให้ทุกคนได้ในเรื่องของจิตใจ ศิลปินที่เขาเอางานเข้ามาร่วมกับเราก็มีความภูมิใจใน สิ่งที่เขาทำ คนทำบุญนอกจากจะชื่นใจที่ได้ช่วยผู้ป่วยแล้ว ก็จะได้งานศิลปะเป็นของแถม เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากคนใจบุญอีกคนแล้วคนป่วยก็จะได้เงินที่ช่วยกันทำบุญนี้ “เชื่อไหมว่า ตอนนี้รู้สึกว่าชีวิตมันมีคุณค่ามากขึ้น เคยตกใจตัวเองที่แบบว่า ไปๆ มาๆ เราคิดว่าทำไมฉันมีความสุขทั้งที่ฉันเป็นมะเร็ง เราเองก็ตกใจที่คิดอย่างนี้ แล้วก็มานั่งคิดว่าทำไมเราคิดแบบนี้ การเป็นมะเร็งคือสัญญาณเตือนเรื่องความไม่แน่นอน การที่เรายังมีลมหายใจอยู่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดแล้ว ตอนที่เราเป็นมะเร็ง เรากลัวว่าจะตาย ตอนนี้เรายังไม่ตาย เราน่าจะดีใจ การที่เราได้ทำ โปรเจ็กต์นี้ขึ้นมาด้วย พูดจริงๆ ถ้าไม่ได้เป็นมะเร็ง อาจจะไม่ได้ทำ ตอนนี้อาจจะไปเรียนต่อแล้วยุ่งกับเรื่องของตัวเอง การได้ทำโปรเจ็กต์นี้ มันได้เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต ชีวิตตัวเองที่เหลืออยู่ ไม่รู้จะเหลือถึงเมื่อไร แต่เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าเราไม่รู้ อนาคตเรา ไม่รู้เลย เราก็เลยทำปัจจุบันให้ดี ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น คิดแค่นี้ก็มีความสุขดี อีกอย่างสาเหตุที่ลงมือทำโปรเจ็กต์นี้คือ อยากกระตุ้นให้คนรอบตัวเรา อย่างครอบครัวและเพื่อนๆ ให้ลองทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง เพราะอย่างที่บอกว่าชีวิตเรามันสั้น แล้วมันก็มีคุณค่าถ้าเราใช้ทำประโยชน์ให้คนอื่น”
Board: My Moment
(3)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ฉันมีความสุขที่เป็นมะเร็ง

" ฉันมีความสุขที่เป็นมะเร็ง ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโททางด้าน Design Management ที่นิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษเพียงอาทิตย์เดียว ไอรีล ไตรสารศรี สาวน้อยวัย 28 ปีค้นพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งทรวงอกระยะที่ 3 โดยบังเอิญ และหลังจากวันนั้น เธอได้ใช้ชีวิตทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าเพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะมีแรงทำได้ สิ่งที่ตอบแทนกลับมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่า การใช้ชีวิตเพื่อตัวเองก่อนหน้านี้"
1 KEEP
Kullastree
3 LOVES
Waleekh
bank
dejyothin.praty
COMMENT