จุดเริ่มต้นของ เอ ไทม์ ทราเวิลเลอร์ จุดเริ่มต้นของ “เอ ไทม์ ทราเวิลเลอร์” เริ่มต้นมาจากตรงไหนค่ะ

พี่ฉอด : พี่เริ่มจากการจัดทัวร์แบบทริปชวนคนฟังไปเที่ยว  ของแต่ละคลื่นวิทยุในเครือเอไทม์มีเดียปีละหลายครั้ง เข้าไปวุ่นวายในรายละเอียดการทำงานกับทัวร์อยู่ระยะหนึ่ง จนรู้สึกว่าเราก็คือ คนทำทัวร์ที่น่าจะดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งการจัดทริปพิเศษแบบนี้ ก็ต้องมาพร้อมคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ ทำให้คนที่ไปด้วยแฮปปี้ ถึงขั้นหลังๆมีคนโทรมาขอไปด้วย ยอมจ่ายสตางค์เอง ทำให้เริ่มเห็นสตางค์อยู่นะ (หัวเราะ) ซึ่งนั่นเป็นที่มาของ เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ค่ะ

เอส : เรากำลังเข้าปีที่ 4 ซึ่งปีแรกๆนี่แทบจะไม่ได้นับ เพราะเป็นช่วงเวลาของการค้นหา Positioning ของตัวเอง ลองผิดลองถูก ตอนแรกไม่ได้มองเป็นธุรกิจบริษัททัวร์ซะทีเดียว แต่อยากให้เป็นการต่อยอดทางธุรกิจของ เอ-ไทม์ มีเดียมากกว่า แต่ว่าเมื่อเปิดตัวแล้วผลตอบรับกลับเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงตัวเอง และสามารถขยายฐานให้กับองค์กรได้
ยกให้ “เอ ไทม์ ทราเวิลเลอร์” เป็นบริษัทนำเที่ยวใหม่ล่ามาแรงของวงการท่องเที่ยวไทยในขณะนี้  โดยการนำของ 2 หัวเรือใหญ่ คือ “พี่ฉอด” สายทิพย์  มนตรีกุล ณ อยุธยา และ “เอส”  วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย  กับเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่บริษัททัวร์ หากแต่เป็น Creative Travel Agency ที่ยากจะลอกเลียนแบบกันได้ง่ายๆ

ทริปสร้างชื่อของ เอ -ไทม์ ทราเวิลเลอร์ คือทริปไหนค่ะ

พี่ฉอด : แพ็กเกจที่ขึ้นชื่อว่า ถ้าจะไปก็ต้องไปกับเอไทม์ คือ ทัวร์พม่าไหว้พระขอพร พี่ไปเซอร์เวย์ทุกอาทิตย์ ได้ไปรู้จักอะไรมาเยอะ รู้วิธีการไหว้พระ พิธีกรรมต่างๆ แม้กระทั่งการเลือกดอกไม้ ไหว้พระสวดมนต์บทไหนกับตรงไหน จะอธิษฐานขออะไร พระองค์นี้ศักดิ์สิทธ์ถ้าจะขออะไร เดี๋ยวเราจะพาไปสักการะให้ถูกที่ จนคนเดี๋ยวนี้บอกถ้าไปพม่าต้องไปกับเอ – ไทม์ ทราเวิลเลอร์ เพราะดีเทลเราลงลึกกว่า พอกลับมาก็เลยพูดกันปากต่อปาก

คุณเอส : กระทั่งหัวหน้าทัวร์นี่คุณก็ต้องผ่านการ approve มานะแทบจะเรียกว่าสอบเลย มันไม่ใช่ใครนำไปก็ได้ แต่คุณต้องมีข้อมูลพอที่จะตอบคำถามลูกค้าของเรา หรือคุณต้องมีรายละเอียดในสิ่งที่เราต้องการให้ลูกค้าของเราได้รู้ ดังนั้นคนที่มาเป็นหัวหน้าทัวร์ให้เราก็จะเกร็ง ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะมีไม่กี่คนหรอกครับที่เรากรองมาแล้ว

พี่ฉอด : หลายคนที่กลับมาแล้วบอกว่า เข้าใจแล้วละว่าทำไม เอไทม์ จึงแตกต่าง เพราะมันเป็นเรื่องของการใส่ใจ การลงรายละเอียด การคิดมาเผื่อ คิดมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แค่ไหน อย่างการไปยุโรปจะต้องมีน้ำจิ้ม ซึ่งสำหรับเราในมื้อนั้นๆ เราต้องรู้ว่าอาหารเป็นไร จับคู่กับน้ำจิ้มให้ถูก เลยทำให้คนประทับใจว่า ขนาดเรื่องแค่นี้คุณยังใส่ใจเลย แนวคิดการต่อยอดธุรกิจและการสร้างคนของพี่ฉอด 

พี่ฉอด : นี่เป็นเรื่องเดียวกันจนไม่สามารถแยกชัดได้ เราทำธุรกิจเยอะถ้าไม่มีบุคลากรก็ไปไม่รอด ไม่มีทางที่จะไปรอดคนเดียว จะสร้างงานใหม่ก็ต้องสร้างคนด้วย ถ้าไม่มีคน ไม่มีความพร้อม พี่จะไม่ค่อยก้าวไป สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับงานวิทยุ กว่าจะมาเป็นบริษัททัวร์ได้ พี่ทำกรีนเวฟมา 20 ปี 
มีทริปทุกปี กว่าจะมั่นใจว่าทำบริษัททัวร์ได้ ซึ่งระยะเวลาเหล่านั้นเราก็ได้สร้างคนขึ้นมาด้วย เป็นคนที่ทำงานมาด้วยกัน และเมื่อถึงเวลาที่น้องจะเติบโตก็คือดึงขึ้นมาและให้เขาดูแลไป ก็เลยเทียบยากว่าอันไหนยากง่าย เพราะไม่มีทางที่เราจะเปิดธุรกิจใหม่ได้โดยที่เราไม่มีคนที่แข็งแรงและไว้ใจได้ เรามีบริษัททัวร์ที่อยู่กับเรามา 20 ปี มีคุณเอส มีฟังก์ชั่นอื่นเสริมเลยมั่นใจ ไม่งั้นไม่กล้ามาถึงวันนี้
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

จุดเริ่มต้นของ เอ ไทม์ ทราเวิลเลอร์

"จุดเริ่มต้นของ “เอ ไทม์ ทราเวิลเลอร์” เริ่มต้นมาจากตรงไหนค่ะ
พี่ฉอด : พี่เริ่มจากการจัดทัวร์แบบทริปชวนคนฟังไปเที่ยว ของแต่ละคลื่นวิทยุในเครือเอไทม์มีเดียปีละหลายครั้ง เข้าไปวุ่นวายในรายละเอียดการทำงานกับทัวร์อยู่ระยะหนึ่ง จนรู้สึกว่าเราก็คือ คนทำทัวร์ที่น่าจะดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งการจัดทริปพิเศษแบบนี้ ก็ต้องมาพร้อมคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ ทำให้คนที่ไปด้วยแฮปปี้ ถึงขั้นหลังๆมีคนโทรมาขอไปด้วย ยอมจ่ายสตางค์เอง ทำให้เริ่มเห็นสตางค์อยู่นะ (หัวเราะ) ซึ่งนั่นเป็นที่มาของ เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ค่ะ
เอส : เรากำลังเข้าปีที่ 4 ซึ่งปีแรกๆนี่แทบจะไม่ได้นับ เพราะเป็นช่วงเวลาของการค้นหา Positioning ของตัวเอง ลองผิดลองถูก ตอนแรกไม่ได้มองเป็นธุรกิจบริษัททัวร์ซะทีเดียว แต่อยากให้เป็นการต่อยอดทางธุรกิจของ เอ-ไทม์ มีเดียมากกว่า แต่ว่าเมื่อเปิดตัวแล้วผลตอบรับกลับเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงตัวเอง และสามารถขยายฐานให้กับองค์กรได้"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT