จุดเริ่มต้นของการเป็นศิลปิน พอกลับมาที่เมืองไทยตอนอายุ 13 ช่วงนั้นเป็นช่วงเอเชียนเกมส์ครับได้มีโอกาสไปประกวดโครงการ JSL จะคัดเด็กสองคนไปร้องในพิธีเปิดเอเชียนเกมส์ครับพอดีผมฟลุคได้ (หัวเราะ) คงเพราะเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษแล้วเราร้องได้ด้วยหลังจากนั้นแกรมมี่ก็เรียกไปฝึกก็ได้เข้าไปฝึกเป็นศิลปินเราก็ไปกลับระหว่างประเทศอังกฤษกับประเทศไทยหลังจากนั้นก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับแกรมมี่มันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้วตอนนั้นไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่เราก็กลับไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วก็เจอเพื่อนๆที่เป็นคนไทยที่เรียนอังกฤษก็คือนาฑีกับนตมือกีตาร์และได้เกิดเป็นวงดนตรีเก็ตสึโนวาครับในช่วงปี 2006 ซึ่งตอนนั้นก็รู้จักแกรมมี่อยู่แล้วก็เลยลองติดต่อและส่งเพลงให้แต่เพลงตอนนั้นมันอินดี้มากก็เลยส่งไปอยู่กับป๋าเต็ด (ยุทธนา บุญอ้อม) โดยปีต่อมาเราก็ได้ออกผลงานเพลงเร็วเป็นเพลงแรกก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำวงดนตรีของพวกเราครับ
AMBITION LEADS THE WAY สู่ทางฝันบนถนนสายดนตรี เนม-ปราการไรวา
ทุกคนล้วนแล้วแต่มีทางเดินชีวิตเป็นของตัวเองไม่ว่าจะเป็นใครก็ต่างมีความฝันบางความฝันก็ดูเหมือนจะห่างไกล ความเป็นจริงบางความฝันก็กำลังยืนโบกมือทักทายและชักชวนให้เราเดินไปหามันเพียงแค่เรามีความมุ่งมั่นและไม่ละทิ้งความฝันนั้น เช่นเดียวกับเนม-ปราการไรวาทายาทเจ้าของบริษัทร้านอาหาร S&P หรือที่หลายคนรู้จักในฐานะนักร้องนำวงเก็ตสึโนวา (Getsunova) เจ้าของเพลงสุดฮิต “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ที่มีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแม้ว่าทุกอย่างอาจดูเหมือนง่ายสำหรับเขาในการที่จะทำตามความฝันบนถนนสายดนตรีแต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป คำว่า ‘เก็ตสึโนวา’ อยู่ดีๆก็เข้ามาในหัวจำได้แม่นว่าตอนนั้นอยู่ที่สปอร์ตคลับคือผมเป็นคนที่ชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นและมีจินตนาการที่สุดยอดบ้าการ์ตูนคำว่า ‘เก็ตสึ’ แปลว่า ‘พระจันทร์’ มันมาจากท่าไม้ตายพระเอกในการ์ตูนเรื่องบลีชส่วนคำว่า ‘โนวา’ แปลว่า ‘การระเบิดของดวงดาว’ มาจากคำว่า ‘ซูเปอร์โนวา’ ครับดังนั้นจึงรวมกันเป็น ‘พระจันทร์ระเบิด’ ก็กลายเป็นว่าวงของเรามีสองภาษารวมกันครับ คอนเซ็ปต์ผ้าคลุมหน้า 
แรกสุดมันมาจากการที่เราเป็นสไตลิสต์กันเองเพราะต่างคนต่างมีเสื้อผ้ากันเยอะมากครับ ตอนนั้นเราลองมาแต่งตัวกันในวงเพื่อนๆก็พูดขึ้นว่ามาลองเอาผ้าผูกหน้ากันเราก็เลยลองผูกดูแต่ผมไม่ได้ผูกเพราะร้องเพลงไม่ได้ครับ(หัวเราะ)ก็เลยปล่อยให้ทุกคนปิดหน้ากลายเป็นว่าคนจำได้มันก็เลยกลายเป็นจุดเด่นของเราไป ช่วงหนึ่งเนมได้หายไปจากการตามล่าหาฝันบนถนนสายดนตรีเพราะเขาต้องไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาในสาขา Fashion Journalism ที่ London College of Fashion จึงทำให้เขาเป็นนักร้องที่มีสไตล์การแต่งตัวและวิธีการพรีเซนต์ตัวเองอย่างชัดเจน

จริงๆแล้วการเรียนแฟชั่นมันก็คล้ายๆ กับหลักสูตรของนิเทศศาสตร์นะครับเป็นการรวมทุกอย่างเกี่ยวกับนิเทศศาสตร์มาอยู่ในคอร์สรวมถึงหลักการตลาดด้วยครับแต่หลักๆก็เกี่ยวกับนิเทศศาสตร์แต่มันก็เกี่ยวกับพวกแฟชั่นด้วยเหมือนกันผมว่าการเรียนแฟชั่นให้มุมมองในการเป็นศิลปินมากนะครับผมว่าแฟชั่นกับดนตรีไปด้วยกันนะเพราะพอมีเสียงเพลงก็ต้องมีภาพแล้วเราก็ต้องดูด้วยว่าศิลปินคนนี้แต่งตัวต้องการจะสื่ออะไรเหมาะสมกับเพลงไหมมันเหมือนเป็นการพรีเซนต์ตัวเองทางอ้อมน่ะครับว่าต้องการจะสื่ออะไรเพราะอะไร แตกต่างกันเยอะมากอย่างตอนการเป็นทายาทเราต้องโชว์ความเป็นผู้นำทำอย่างไรก็ได้ให้คนเชื่อว่านี่แหละเจ้านายของเราทำให้ทุกคนเป็นทีมเวิร์กซึ่งแตกต่างจากตอนเป็นศิลปินที่เราต้องนำเสนอแค่ตัวเองครับก่อนหน้าที่จะมาทำงานตรงนี้เนมก็เข้าไปช่วยงานที่บริษัทบ่อยนะครับได้ลองฝึกงานหลายๆ แผนกส่วนมากจะเป็นแผนกการตลาดครับ นอกจากนี้เราก็พยายามอัพเดตเรื่องที่บริษัทตลอดเวลาด้วยครับแต่ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัทเลยครับ อย่างแรกคืออย่าเลิกในสิ่งที่จะทำครับ ในตอนแรกเก็ตสึโนวาก็เกือบจะเลิกไปหลายครั้งอยู่เหมือนกันเพราะเราไม่รู้หรอกว่าบางอย่าง แค่เรานั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลงในห้องอัดธรรมดาอนาคตอาจจะมีคนชอบก็ได้พวกเราเองก็ตามหาตัวเองกันมาตั้ง 7 เพลงกว่าจะเป็นที่รู้จักไหนจะกระแสเรื่องการเป็นลูกไฮโซที่จะบอกว่าเรามาร้องเพลงกันเล่นๆร้องเพลงไม่ดีหรอกเดี๋ยวก็เบื่อกันไปเองแต่ผมอยากบอกให้ทุกคนเชื่อในตัวเองเชื่อว่าเราทำได้จริงถ้าเป็นสิ่งที่เรารักเราจะต้องไม่หยุดครับพยายามมีเอกลักษณ์ของตัวเองชอบใครก็อยากให้เป็นแค่ชอบอย่าไปเลียนแบบเป็นตัวของตัวเองค้นหาสไตล์ที่เป็นตัวเองจริงๆดีกว่าครับ

ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนทุกคนล้วนมีเป้าหมายในชีวิตด้วยกันทั้งนั้นแต่จะมีสักกี่คนที่ทำตามฝันของตัวเองได้สำเร็จคนส่วนใหญ่ เมื่อพบเจอปัญหาและอุปสรรคก็มักจะถอยห่างจากคำว่าความฝันไปทุกทีแต่อุปสรรคเป็นเพียงบททดสอบความแข็งแกร่งและความตั้งใจจริงถ้าเราอดทนรอถึงวันหนึ่งฝันก็จะกลายเป็นจริงอย่างแน่นอน
Board: Interview
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

จุดเริ่มต้นของการเป็นศิลปิน

"พอกลับมาที่เมืองไทยตอนอายุ 13 ช่วงนั้นเป็นช่วงเอเชียนเกมส์ครับได้มีโอกาสไปประกวดโครงการ JSL จะคัดเด็กสองคนไปร้องในพิธีเปิดเอเชียนเกมส์ครับพอดีผมฟลุคได้ (หัวเราะ) คงเพราะเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษแล้วเราร้องได้ด้วยหลังจากนั้นแกรมมี่ก็เรียกไปฝึกก็ได้เข้าไปฝึกเป็นศิลปินเราก็ไปกลับระหว่างประเทศอังกฤษกับประเทศไทยหลังจากนั้นก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับแกรมมี่มันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้วตอนนั้นไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่เราก็กลับไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วก็เจอเพื่อนๆที่เป็นคนไทยที่เรียนอังกฤษก็คือนาฑีกับนตมือกีตาร์และได้เกิดเป็นวงดนตรีเก็ตสึโนวาครับในช่วงปี 2006 ซึ่งตอนนั้นก็รู้จักแกรมมี่อยู่แล้วก็เลยลองติดต่อและส่งเพลงให้แต่เพลงตอนนั้นมันอินดี้มากก็เลยส่งไปอยู่กับป๋าเต็ด (ยุทธนา บุญอ้อม) โดยปีต่อมาเราก็ได้ออกผลงานเพลงเร็วเป็นเพลงแรกก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำวงดนตรีของพวกเราครับ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT