คุณทั้งคู่มีวิธีบาลานซ์ชีวิตครอบครัว ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัว อย่างไรให้ลงตัวคะ?  คุณทั้งคู่มีวิธีบาลานซ์ชีวิตครอบครัว ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัว อย่างไรให้ลงตัวคะ? 
คุณอิง : จริงๆ แล้วคุณตันจะหนักไปในเรื่องของการทำงาน บทบาทก็เยอะ ทั้งงานบริษัท และงานสังคม ส่วนอิงเองก็ทำงานบริษัทด้วย เลยเหมือนเป็นเพื่อนคู่คิด ทำให้ไม่ดูแตกแยก มีความคิดเดียวกัน แต่ส่วนอิงเองนอกจากหน้าที่การงานก็จะหนักไปในเรื่องของครอบครัว ถ้าเราคนเดียวคงทำไม่ได้ ต้องมีสองคนและบาลานซ์ให้เหมาะสม 
คุณตัน : ก็แบ่งน่ะครับ ทั้งงานและครอบครัว ส่วนเขาครอบครัวจะเยอะหน่อย ส่วนผมจะบอกว่าไม่มีงานสังคมเลยก็ไม่ได้ คือต้องมีภารกิจของบริษัท มีสังคม มีลูกน้อง มีงานส่วนตัวบางอย่าง ซึ่งจะให้เขาไปด้วยก็ได้ แต่เวลาที่จะมีให้ลูกก็จะน้อยลงไป คุณอิง : เราทำงานบริษัท แต่ก็ดูแลกันคนละแผนก คนละแบบ เราก็ดูแลภาพรวมให้เป็น picture เดียวกัน ส่วนครอบครัว อิงคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง 
คุณตัน : ครอบครัวไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างคือครอบครัว ถ้าครอบครัวไม่ดี ทุกอย่างก็พังหมด 
คุณอิง : ใช่ค่ะ ตรงนี้มัน sensitive ถ้าเราอยากจะให้มันดี เราก็ต้องใส่ใจและให้เวลากับมันพอสมควร ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นหลัก 
คุณตัน : ที่บ้านนี่ถ้าเช้าๆ เรามีโอกาส เราต้องกอดกัน หอมกัน จูบกัน มันก็จะทำให้เราใกล้ชิดและอบอุ่น ก่อนนอนก็ต้องกอดกันก่อนทุกคืน 
คุณอิง : อิงว่าการกอด การสัมผัสกัน มันมีพลังหลายๆ อย่าง ที่เราส่งผ่านถึงกัน มันทำให้รู้ว่าเรายังอยู่ข้างกัน
หากเอ่ยชื่อถึงนักธุรกิจใจกว้าง ชายที่ล้มลุกคลุกคลานกับวิกฤติต่างๆ มานับครั้งไม่ถ้วน ชายที่มีโลโก้เป็นรอยยิ้ม และหมวกกัปตันคู่ใจ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ตัน ภาสกรนที กับเส้นทางสายธุรกิจที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ที่มีเบื้องหลังความสำเร็จเป็นหลังบ้านคู่คิด มิตรคู่ใจ ที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาด้วยกันกว่า 20 ปี อิง ภาสกรนที หญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด ความรัก ความผูกพันที่ทั้งคู่มีให้กันนั้นจะลึกซึ้งและน่าประทับใจเพียงใด กุลสตรี ฉบับที่ 1000 พร้อมเสิร์ฟความหวานนุ่มๆ กรุ่นไอรัก เจือรอยยิ้ม เคล้าเสียงหัวเราะของทั้งคู่ผ่านบทสัมภาษณ์นี้ค่ะ
• มีช่วงเวลาใดที่คุณฝ่าฟันวิกฤตมาร่วมกัน และทำให้ประทับใจซึ่งกันและกันบ้างคะ? 
คุณตัน : ผมมีรอบหนึ่งที่โดนหนักมาก ครั้งเดียวถือว่าหนักที่สุดในชีวิตเลย ก็คือก่อนที่จะแต่งงาน ผมมีหนี้อยู่ 100 ล้านบาท ในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก โดยทั่วไปหน้าตาอย่างนี้เป็นหนี้ 100 ล้าน ผมว่าผู้หญิงคงหายหมดแน่ๆ แต่สุดท้ายเขาก็ขอออกมาจากบ้าน มาสร้างธุรกิจใหม่ด้วยกัน ผมว่าไม่ว่าชายหรือหญิง มันมีบทพิสูจน์อยู่อย่างหนึ่ง ตราบใดที่คุณยังดีอยู่ ดูไม่ออกหรอกว่าคนที่รักคุณนั้นรักคุณแค่ไหน แต่ถ้าวันใดที่คุณตาย ตาบอด พิการ หรือหมดสวย หมดหล่อแล้ว ของแท้มันจะออกมาทันที ตอนนั้นผมเลยเห็นความรักที่แท้จริงของเขา ผมเป็นหนี้แทนที่เขาจะชิ่ง แต่เขาก็ออกจากบ้านมาร่วมทำธุรกิจ สร้างครอบครัวกับเรา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็จะนึกถึงเหตุการณ์นี้ทุกครั้ง ว่าเราต้องเกรงใจ เอาใจเขาเยอะๆ 
คุณอิง : เห็นไหมคะ คุ้มค่ากับการลงทุน (หัวเราะ) ที่สุดแล้วความรักมันก็คือความรักน่ะค่ะ เรื่องเงินหรือเรื่องอะไร อิงคิดว่ามันไม่สำคัญเลย คุณทั้งคู่มีวิธีครองรักให้ยืนยาวอย่างไรคะ? 
คุณตัน : ไม่มีเทคนิคอะไรหรอกครับ ผมว่าทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้อภัย แต่ผมมีคาถาบูชาเมีย ที่ผู้ใหญ่ให้มา ‘รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย รักเมียต้องส่งเสีย อย่าให้เมียต้องสงสัย รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร รักเมียต้องเข้าใจ ถึงยังไงเธอก็เมีย’ คือถ้าเราให้เขาเป็นใหญ่ และให้เกียรติเขาอะไรๆ มันก็ผ่านไปได้ ชีวิตจริงมันอาจมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา ทำไม่ดีไปบ้าง แต่ถ้านึกถึงเมีย ทุกอย่างเราต้องยกเลิกหมด สิ่งที่เราทำให้เขาไม่สบายใจ เราก็พยายามหลีกเลี่ยง 
คุณอิง : คาถาบูชาเมียนี่ไม่ใช่ท่องอย่างเดียวนะ ต้องทำด้วย และต้องทำให้ครบ 
คุณตัน : ใช้คำว่าพยายามทำให้ครบ เพราะผมก็เป็นผู้ชาย ทุกคนก็มีโอกาสทำผิด หรือหลงทางบ้าง แต่ถ้าใจเรามีข้อนี้อยู่ เราก็จะรู้ว่าเมียต้องมาที่หนึ่ง คนเดียวเท่านั้น รักเธอคนเดียว จริงๆ ผมว่าชีวิตอย่าไปซีเรียส ถ้าเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน แล้วก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน ในสังคมต้องยอมรับข้อนี้ ในชีวิตคนเรามีโอกาสผิดพลาดได้ทั้งหญิงและชาย แต่ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราให้อภัยกัน ถ้าเกิดเรื่องอย่าไปซ้ำเติม ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าวันไหนผมทำผิดขึ้นมา ก็ขอให้ดึงผมกลับมา อย่าถีบออกไป บางทีไปหลงใครเข้าก็เขกกบาลแล้วดึงกลับมา
คุณอิง : คุณตันเขาจะเป็นคนน่ารัก ถ้าเรื่องไหนที่อิงห้าม แค่เอ่ยปากเขาจะหยุดทันที 
คุณตัน : เขาเป็นคนพูดน้อย ต่อยหนัก ดูไม่ดุ แต่ยิ่งกว่าดุเสียอีก ผมว่าผู้หญิงไม่ต้องเยอะครับ ไม่ต้องอาละวาด ถ้าเผื่อแฟนคุณทำอะไรไม่ดี ก็ให้เขาเกรงใจ ไม่ให้เขากลัว ถ้าเขากลัว พอหายแล้วก็ทำอีก แต่ถ้าเกรงใจ เขาก็จะเป็นของเรา สำหรับอิงคนนี้ต้องยกให้เลย เกรงใจมากกว่ากลัว 
คุณอิง : คุณตันเขาจะน่ารัก มีอะไรเขาจะคุกเข่าขอโทษไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ผิด ทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กให้กลายเป็นไม่มีเรื่องอะไรเลย ชีวิตคู่เราก็ต้องรู้จักเขา เราเองก็อย่าเยอะเกินไปด้วยค่ะ
(1)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

คุณทั้งคู่มีวิธีบาลานซ์ชีวิตครอบครัว ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัว อย่างไรให้ลงตัวคะ?

"คุณทั้งคู่มีวิธีบาลานซ์ชีวิตครอบครัว ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัว อย่างไรให้ลงตัวคะ?
คุณอิง : จริงๆ แล้วคุณตันจะหนักไปในเรื่องของการทำงาน บทบาทก็เยอะ ทั้งงานบริษัท และงานสังคม ส่วนอิงเองก็ทำงานบริษัทด้วย เลยเหมือนเป็นเพื่อนคู่คิด ทำให้ไม่ดูแตกแยก มีความคิดเดียวกัน แต่ส่วนอิงเองนอกจากหน้าที่การงานก็จะหนักไปในเรื่องของครอบครัว ถ้าเราคนเดียวคงทำไม่ได้ ต้องมีสองคนและบาลานซ์ให้เหมาะสม
คุณตัน : ก็แบ่งน่ะครับ ทั้งงานและครอบครัว ส่วนเขาครอบครัวจะเยอะหน่อย ส่วนผมจะบอกว่าไม่มีงานสังคมเลยก็ไม่ได้ คือต้องมีภารกิจของบริษัท มีสังคม มีลูกน้อง มีงานส่วนตัวบางอย่าง ซึ่งจะให้เขาไปด้วยก็ได้ แต่เวลาที่จะมีให้ลูกก็จะน้อยลงไป คุณอิง : เราทำงานบริษัท แต่ก็ดูแลกันคนละแผนก คนละแบบ เราก็ดูแลภาพรวมให้เป็น picture เดียวกัน ส่วนครอบครัว อิงคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง
คุณตัน : ครอบครัวไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างคือครอบครัว ถ้าครอบครัวไม่ดี ทุกอย่างก็พังหมด
คุณอิง : ใช่ค่ะ ตรงนี้มัน sensitive ถ้าเราอยากจะให้มันดี เราก็ต้องใส่ใจและให้เวลากับมันพอสมควร ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นหลัก
คุณตัน : ที่บ้านนี่ถ้าเช้าๆ เรามีโอกาส เราต้องกอดกัน หอมกัน จูบกัน มันก็จะทำให้เราใกล้ชิดและอบอุ่น ก่อนนอนก็ต้องกอดกันก่อนทุกคืน
คุณอิง : อิงว่าการกอด การสัมผัสกัน มันมีพลังหลายๆ อย่าง ที่เราส่งผ่านถึงกัน มันทำให้รู้ว่าเรายังอยู่ข้างกัน"
1 KEEP
Kullastree
1 LOVES
krusunee.tianpungwian
COMMENT