ความยากลำบากสมัยเริ่มต้นเข้ามาต่อสู้ดิ้นรนอยู่เมืองกรุง เป็นเรื่องที่เมื่อนำมาเล่าสู่ในวันนี้...คือประสบการณ์และบทเรียนสำคัญบทเรียนหนึ่งของชีวิต “ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมยังพูดอีสานอยู่เลยครับ พูดกลางไม่คล่อง อาศัยดูทีวี ดูหนังและฝึกฝนกับเพื่อนๆ ตอนแรกยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ชีวิตมาพลิกตรงที่ร้านอาหารนั้นมีฝรั่งมากินเยอะ จึงได้ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง ทำให้พูดภาษาอังกฤษคล่องไปพร้อมๆ กับภาษากลางที่พูดได้ชัดขึ้น
“จุดเปลี่ยนสำคัญอีกช่วงหนึ่งของผมคือการตัดสินใจลาออกจากงานร้านอาหารไปเป็นหนุ่มโรงงานแถวบางบอน"
“สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ เวลาไปแคสต์งานจึงต้องให้เบอร์โทร. ที่ร้านอาหารไว้ จะติดต่อหรือทำงานแต่ละทีค่อนข้างลำบาก พอเปลี่ยนไปทำงานโรงงาน งานถ่ายแบบถ่ายโฆษณาจึงต้องฝากเบอร์โทร. ไว้กับร้านตัดเสื้อผ้าที่พี่สาวทำงานอยู่ให้ช่วยเป็นธุระแจ้งข่าว"
“ตื่นแต่เช้าตี 4 ขึ้นรถเมล์สาย 8 ไปลงสะพานพุทธ และต่อมินิบัสสาย 43 ไปตลาดกิ่งทอง เดินเข้าโรงงาน เป็นโรงงานผลิตรองเท้ารีบอคกับคอนเวิร์ส ผมมีหน้าที่เข้าเครื่อง เอาหน้ารองเท้ามาติดกาว ซึ่งต้องทำทีละข้าง ได้เงินวันละ 50 บาท ทำงานโรงงานอยู่นานเกือบ 2 ปี รู้สึกสนุกเพราะมีเพื่อนกลุ่มใหญ่ และทุกคนพูดภาษาอีสานกับผมหมดเลย"
“ระหว่างนั้นก็ยังมีคนชวนไปถ่ายแบบอยู่นะครับ บางคนเจอผมบนรถเมล์ และพี่สาวส่งรูปถ่ายผมไปที่หนังสือวัยน่ารัก ถ่ายแบบครั้งแรกให้ร้านเสื้อแมงมุมกับคุณแอน-สิเรียม (ภักดีดำรงค์ฤทธิ์) ได้เสื้อผ้ามาใส่ 3 ชุด ไม่ได้ค่าตัว"
“รับงานถ่ายแบบหนังสือในวันหยุด แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นเมื่อหนังสือออก เพราะพนักงานในโรงงานไม่เป็นอันทำงาน ตามกันมาดูตัวจริงนายแบบ ผู้จัดการจึงเรียกไปพูดคุยว่าคุณต้องตัดสินใจแล้วละว่าจะเลือกทำงานนี้หรือไปทำงานวงการบันเทิง แต่ถ้าทำที่นี่จะโปรโมทให้เป็นหัวหน้า ได้เงินเดือน 2,200 บาท”
คำตอบคือ...เขาปฏิเสธหัวหน้าและเลือกเดินบนเส้นทางอิสระ ทั้งที่ไม่มีความมั่นคงเท่า
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้ชื่นชอบ ‘เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข’
Volume ขอแนะนำให้รู้จักกับผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กหนุ่มวัย 19 ที่ใครๆ ก็หลงรัก...คุณปิ๊ก-ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ผู้พลิกดินเป็นดาว กับปรากฏการณ์ซุป’ตาร์สายฟ้าแลบครั้งสำคัญของวงการบันเทิงไทย ผมไม่ได้กล่าวคำโตกว่าที่ควร--ใช่ไหมครับ
	เรากับคุณปิ๊กรู้จักและคุ้นเคยกันดี เขาไม่ใช่ผู้จัดการดาราหน้าใหม่ ทว่าเคยสร้างชื่อและปั้นดาวประดับฟ้ามาแล้วหลายต่อหลายดวง ไม่ว่าจะเป็น นิธิ สมุทรโคจร ดอม เหตระกูล รวิชญ์ เทิดวงส์ ดอน ธีระธาดา เคลลี่ ธนะพัฒน์ แดน สมุทรโคจร สุนิสา เจทท์ วิริฒิพา ภักดีประสงค์ อุษามณี ไวทยานนท์ ฯลฯ
	กับที่มากไปกว่านั้น ชีวิต วิธีและแนวคิดในการปั้นดาวของเขาเป็น ‘สุภาพบุรุษ’ ที่มีเกียรติ ควรนำไปเป็นแบบอย่าง
	“ตอนเด็กผมเป็นคนมีจินตนาการสูง พอตกเย็นจะชอบกางผ้าขาวม้า มีไฟฉายอยู่อันหนึ่ง ตัดก้านกล้วยเอามาเชิดเป็นหุ่น จับเด็กๆ แถวบ้านมาดู บางทีก็เกณฑ์พวกเขามาเป็นหางเครื่องเพลงลูกทุ่ง เต้นเพลงของสายัณห์ สัญญา ยอดรัก สลักใจ ส่วนตัวผมเป็นผู้จัดการวง จัดแจงการแสดงมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนชอบวางแผนแต่ไม่เคยมีภาพตัวเองอยู่ข้างหน้า” ก็เห็นว่าเขาจมูกโด่ง หน้าฝรั่ง ฟันสวย แขนขายาวและเล่นกล้าม จึงทำทุกทางที่จะติดต่อ แต่เขาไม่ตอบกลับ
“รู้แค่ว่าเขากำลังจะเรียนจบ ม.6 จากโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม จะทำอย่างไรดี ผมอยากได้เด็กคนนี้มาทำงานด้วยมากๆ จึงให้พี่ที่มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีติดต่อผ่านผอ.โรงเรียน และต่อไปยังอาจารย์ประจำชั้น"
“เขาให้โทร. หาพ่อเจมส์ แต่เผอิญพ่อเปลี่ยนเบอร์ จึงไปติดที่เบอร์โทร. เพื่อนข้างบ้าน เขาก็ใจดีเอาโทรศัพท์มาให้พ่อ พ่อบอกว่าหลังสงกรานต์ค่อยมาเจอกันได้ไหม แต่ผมบอกเลยว่าจะเดินทางไปพบในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 8 เมษายน จำได้แม่น"
“พอไปถึงก็ชวนคุยกันเรื่องการบ้านการเมือง จนพ่อไว้ใจและเล่าให้ฟังว่ามีคนมาหาเขาเยอะมาก บ้างก็บอกว่าจะให้ไปอยู่ช่อง 7 บางคนเอาสัญญามาให้พ่อเซ็น พ่อเขาเกรงใจเลยตอบกลับไปแบบประนีประนอมว่าอีก 3 เดือนค่อยว่ากัน"
“พ่อถามผมคำถามหนึ่งว่าวางแผนอนาคตของน้องไว้อย่างไร ผมบอกว่าผมอยากจะโตไปพร้อมกับน้อง ผมหายจากวงการบันเทิงไปทำงานการเมืองนานหลายปี และตอนนี้ผมอยากจะกลับมาพร้อมกับเจมส์" “ในฐานะที่ผมทำงานในวงการนี้มา 20 กว่าปี เทรนด์ของรูปร่างหน้าตาดาราที่แจ้งเกิดในฐานะพระเอก-นางเอก จะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจและบริบททางสังคม สมัยหนึ่งสถานการณ์บ้านเมืองปกติ ทุกคนอยู่ดีกินดี เราจะหันมองไปที่คนเมือง หรือผู้ดีเก่า เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าสังคมไทยเรามีการแบ่งชนชั้นอยู่กลายๆ ผู้ดีเก่าเขามีกฎ มีระเบียบ และน่ามอง พวกเรายกย่องเขา"
“แต่พอถึงช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เราจะมองและดึงเงินออกจากกระเป๋ากลุ่มเศรษฐีใหม่ คนพวกนี้จะมีลุคเอเชีย เชื้อจีน ผิวขาว ขณะที่เด็กลูกครึ่งยูโรเปี้ยนจะมาทุกยุค เพราะเราเทิดทูนความงามแบบตะวันตกมาโดยตลอด"
“ปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี คนส่วนใหญ่ฐานะยากจน สังเกตว่าดาราจะมาจากต่างจังหวัด อย่างณเดชน์ (คูกิมิยะ) อย่างเวียร์ (ศุกลวัฒน์ คณารศ) หรือโฬม (พัชฏะ นามปาน) เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนต่างจังหวัด จับต้องได้ พวกเขาอยากชื่นชมใครสักคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัว ต้องการใครสักคนที่ลุกขึ้นมาแสดงออกทางความคิดที่แตกต่าง ความสำเร็จของรายการเรียลิตี้โชว์นั่นเป็นข้อยืนยันได้ดี"
“คนที่จะเป็นดาวได้ต้องสมบูรณ์แบบ ทักษะแน่น คือนอกจากรูปร่างหน้าตาดีแล้ว ยังต้องแสดงได้ ร้องเพลงได้ คนที่เต้นได้-ร้องได้ จะไปได้ไกลเหมือนอย่างณเดชน์กับญาญ่า”
Board: VOICE
(0)
Share
Volume
Keep by Volume
2876
FOLLOWER

ความยากลำบากสมัยเริ่มต้นเข้ามาต่อสู้ดิ้นรนอยู่เมืองกรุง เป็นเรื่องที่เมื่อนำมาเล่าสู่ในวันนี้...คือประสบการณ์และบทเรียนสำคัญบทเรียนหนึ่งของชีวิต

"“ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมยังพูดอีสานอยู่เลยครับ พูดกลางไม่คล่อง อาศัยดูทีวี ดูหนังและฝึกฝนกับเพื่อนๆ ตอนแรกยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ชีวิตมาพลิกตรงที่ร้านอาหารนั้นมีฝรั่งมากินเยอะ จึงได้ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง ทำให้พูดภาษาอังกฤษคล่องไปพร้อมๆ กับภาษากลางที่พูดได้ชัดขึ้น
“จุดเปลี่ยนสำคัญอีกช่วงหนึ่งของผมคือการตัดสินใจลาออกจากงานร้านอาหารไปเป็นหนุ่มโรงงานแถวบางบอน"
“สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ เวลาไปแคสต์งานจึงต้องให้เบอร์โทร. ที่ร้านอาหารไว้ จะติดต่อหรือทำงานแต่ละทีค่อนข้างลำบาก พอเปลี่ยนไปทำงานโรงงาน งานถ่ายแบบถ่ายโฆษณาจึงต้องฝากเบอร์โทร. ไว้กับร้านตัดเสื้อผ้าที่พี่สาวทำงานอยู่ให้ช่วยเป็นธุระแจ้งข่าว"
“ตื่นแต่เช้าตี 4 ขึ้นรถเมล์สาย 8 ไปลงสะพานพุทธ และต่อมินิบัสสาย 43 ไปตลาดกิ่งทอง เดินเข้าโรงงาน เป็นโรงงานผลิตรองเท้ารีบอคกับคอนเวิร์ส ผมมีหน้าที่เข้าเครื่อง เอาหน้ารองเท้ามาติดกาว ซึ่งต้องทำทีละข้าง ได้เงินวันละ 50 บาท ทำงานโรงงานอยู่นานเกือบ 2 ปี รู้สึกสนุกเพราะมีเพื่อนกลุ่มใหญ่ และทุกคนพูดภาษาอีสานกับผมหมดเลย"
“ระหว่างนั้นก็ยังมีคนชวนไปถ่ายแบบอยู่นะครับ บางคนเจอผมบนรถเมล์ และพี่สาวส่งรูปถ่ายผมไปที่หนังสือวัยน่ารัก ถ่ายแบบครั้งแรกให้ร้านเสื้อแมงมุมกับคุณแอน-สิเรียม (ภักดีดำรงค์ฤทธิ์) ได้เสื้อผ้ามาใส่ 3 ชุด ไม่ได้ค่าตัว"
“รับงานถ่ายแบบหนังสือในวันหยุด แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นเมื่อหนังสือออก เพราะพนักงานในโรงงานไม่เป็นอันทำงาน ตามกันมาดูตัวจริงนายแบบ ผู้จัดการจึงเรียกไปพูดคุยว่าคุณต้องตัดสินใจแล้วละว่าจะเลือกทำงานนี้หรือไปทำงานวงการบันเทิง แต่ถ้าทำที่นี่จะโปรโมทให้เป็นหัวหน้า ได้เงินเดือน 2,200 บาท”
คำตอบคือ...เขาปฏิเสธหัวหน้าและเลือกเดินบนเส้นทางอิสระ ทั้งที่ไม่มีความมั่นคงเท่า "
1 KEEP
Volume
0 LOVES
COMMENT