ความประทับใจในงาน Paris Fashion Week 2013 “สนุกดีนะ เป็นประสบการณ์ที่ดี ชมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่บ้านก็เปิดบล็อกอ่านดูอิดิเตอร์คนนั้น คนนี้พอมาเห็นตัวจริง นี่เหรอ ตัวเป็นๆ มันก็ตื่นตาตื่นใจดีแต่เสียดายว่าเราได้ดูแค่โชว์เดียว ด้วยเรื่องเวลามันก็ไม่ได้ และชมไปกับทางปราด้า ถ้าจะแวะไปดูโชว์อื่นมันก็จะเสียมารยาทน่ะค่ะ”
 ไม่ว่าเธอจะหักโหมทำงานหนักมากขนาดไหนแต่สิ่งหนึ่งที่สาวชมต้องคอยดูแลรักษาให้ดีที่สุดก็คือร่างกาย เพราะเธอเชื่อว่าสุขภาพที่ดีนั้นสร้างได้
หากพูดถึงดาราสาวแถวหน้าของวงการ ชื่อของ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ตจะต้องเป็นหนึ่งในท็อปไฟว์อย่างแน่นอนเพราะไม่ว่าเธอจะหยิบจับทำอะไร ก็มีแต่คนให้ความสนใจ ทั้งงานแสดงละครที่ไม่ว่าจะเล่นบทบาทไหน แฟนๆ ละครก็อินไปตามๆกัน งานพิธีกรก็แซบสมชื่อรายการ และยังเป็นอีกหนึ่งคนที่ถือว่าเป็นเจ้าแม่แฟชั่นซึ่งล่าสุดเธอได้มีชื่ออยู่ใน เอ ลิสต์มีโอกาสได้นั่งฟรอนท์โรว์ ร่วมกับเซเลบคนดังระดับโลก ในงานParis Fashion Week 2013ซึ่งกุลสตรีฉบับครบรอบนี้ นอกจากจะได้สาวชมพู่มาเป็นตัวแทนของสาว 4 ยุคแล้ว เรายังได้มีโอกาสพูดคุยกับเธออีกด้วย ไปดูกันสิว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่มาร่วมอัพเดตไปพร้อมกันค่ะ “ถามแบบนี้ชมดีใจนะ เพราะทุกๆ ครั้งสำหรับชมเมื่อได้โจทย์ใหม่เราก็จะตั้งโจทย์ของเราเองเลยว่าทำอย่างไรให้เป็นอีกคนหนึ่ง ให้ลืมว่าเราเป็นใครมาบ้าง หนึ่งคือเราก็ต้องบอกตัวเราเองก่อนเลยว่า อย่าไปติดหรืออย่าทำอะไรด้วยวิธีเดิมๆ อย่าตีความแบบเดิมๆ การอ่านนิยาย และบทอย่างละเอียด ก็ช่วยได้ในส่วนหนึ่ง วันที่ชมอยู่กอง ถ้าสังเกตชมจะไม่ค่อยรับอะไรข้างนอก ก็คือจะให้เป็นวันของตัวละครนั้นไป โทรศัพท์ไม่ค่อยเล่น ใครโทร.มาก็ไม่ค่อยอยากรับ คือโฟกัสทำทีละอย่าง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเคร่งเครียด แต่ว่ามันต้องมีสมาธิ ถ่ายไปได้สักพักเปิดกล้องไปได้สักพัก บรรยากาศอะไรพวกนี้ เวลาใส่เสื้อผ้าเขา พออยู่ในบรรยากาศกอง อยู่ในเซ็ต เจอตัวละครตัวนี้ที่เราเชื่อว่าเป็นคนคนนี้สักพักเมื่อมันปรับตัวได้ มันก็จะไปเอง ช่วงแรกๆ เราต้องให้เวลาให้สมาธิ
  “อย่างตอนที่ชมถ่ายละครเพลง ชมก็ไม่ได้ไปเรียนอะไรจริงจังแค่เวลาเข้าห้องอัด ครูเพลงก็จะสอนแบบบรีฟเรา โชคดีก็คือ แม่ชมเป็นคนอีสาน ชมก็ค่อนข้างคุ้นกับสำเนียงพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ให้พูดเองอาจจะมีเพี้ยน มีเหน่ออะไรบ้าง ต้องฟังเขาและจับสำเนียง บางทีครูก็จะพูดกรอก ร้องกรอก แล้วอัดเลย ก็จะเป็นวิธีแบบนั้น คือมาเรียนร้องเพลงจริงจังตอนเล่นละครเวที ‘เรยา เดอะ มิวสิคัล’ ต้องเรียนเรื่องการใช้เสียง” “จริงๆ แล้วชมกับหุ้นส่วนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยบดินทร์ฯ แล้วค่ะแล้วพอมาเรียนที่ ม.รังสิต ก็มาเรียนด้วยกันอีก เรียนคณะเดียวกัน สนิทกันประมาณหนึ่ง อัพเดตชีวิตเรื่องราวกันตลอด ชมก็ทำงาน ส่วนคุณอาร์ตหุ้นส่วนก็ไปเรียนที่นั่นที่นี่ คือเราก็เห็นความเป็นไปเป็นมาในชีวิตเขาตลอด จนเขามาทำงาน เขาก็มาเล่าให้ฟังว่ามีโปรเจ็กต์นั้นโปรเจ็กต์นี้นะจนมาถึงตัวเต้าหู้กระป๋อง ซึ่งทางบ้านคุณอาร์ตทำธุรกิจเกี่ยวกับเต้าหู้อยู่แล้ว ก็คือเต้าหู้ตรานางพยาบาล คือทำตรงนี้มาประมาณ 40 กว่าปีแล้ววันหนึ่งเขามีครอบครัว อยากจะแยกออกมา เขาก็เลยคิดไลน์โปรดักต์นี้ขึ้นมา เขาก็มาเล่าให้ชมฟัง ก็แชร์ไอเดียกันด้วย คือเหมือนกับว่าช่วง 2 ปีหลัง ก็รักษาสุขภาพมากขึ้น คุยกันไปคุยกันมา ก็ค่อยๆ พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยกลายมาเป็นตัวนี้
  “จริงๆ ตอนแรกเราก็คิดกันหลายรสนะคะ เราทดลองแต่ละสูตรเป็นปีเลย แต่ว่าเอาที่มันชัวร์ที่สุดก่อน คิดว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน ก็คือสูตรเต้าหู้ไข่ผัดกะเพรากับเต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง ถ้าถามว่าต่อไปจะทำอะไรคือตั้งใจจะเป็นแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพร้อมทานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคงต้องมีออกมาเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่ได้ต้องออกมาปีละตัว เราคิดว่าจะปล่อยออกมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ใช่เต้าหู้พร้อมทาน อาจจะเป็นอย่างอื่น แต่ภายใต้คอนเซ็ปต์อาหารสุขภาพที่ทานง่าย ทานได้เลยเป็น Ready to Eat และเป็น Healthy Food”
  ชมพู่ถือเป็นแฟชั่นนิสต้าคนหนึ่งในวงการ หลายๆ เทรนด์ที่เราเห็นสาวๆ ฮิตกันอยู่นี้ ก็เพราะมีเธอเป็นต้นแบบ! “ชมเริ่มชอบแฟชั่นตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกันนะ คุณแม่ชมเป็นช่างตัดเสื้อ อย่างตอนเด็กๆ ช่วงหน้าหนาว แม่ก็จะถักเสื้อให้ใส่ คือชมจะรู้สึกภูมิใจที่เรามีอะไรใช้ไม่เหมือนคนอื่น และแม่ก็จะปลูกฝังการตัดเย็บที่เนี้ยบ คือเขาไม่รู้หรอกว่าแฟชั่นคืออะไร อะไรมา อะไรไป แต่จะบอกเราได้ว่าอันนี้สวยนะ อันนี้โก้นะ มันก็ค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ พอเรามาทำงานก็ได้เจอพี่ๆ สไตลิสต์คนนู้นคนนี้ มันก็เหมือนกับเป็นการเปิดหูเปิดตาสะสมมาเรื่อยๆ” “คือพูดได้เลยว่า ห้ามป่วย แต่ก็กลายเป็นว่าตั้งแต่วันนั้น ชมไม่เคยป่วยเลย แต่เราก็ต้องบาลานซ์ตัวเองให้ดีด้วย คือถ้าเรารู้ว่าเราโหมงานแบบนี้ ไลฟ์สไตล์อย่างอื่น เราต้องยอมตัดไปบ้าง เสร็จงานก็คือกลับบ้าน ทำธุระของเราแค่นั้น เรื่องสังคมก็ให้มันน้อยลง เพื่อนชวนไปไหน เราก็ต้องรู้ตัวเรา พรุ่งนี้มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบ คือมันต้องแลกกัน พอภาระมันเยอะ เราต้องรู้ว่าเรารับผิดชอบงาน พอกลับมาบ้านเราก็ต้องมารับผิดชอบรักษาร่างกายด้วย
  “จริงๆ สำหรับปีนี้ก็ดีขึ้น ตั้งใจจะจัดการชีวิตส่วนตัวกับชีวิตงานให้ดีขึ้น ชมคุยกับผู้จัดการว่า ต้องมีเวลาให้ฉันออกกำลังกาย ฉันขอนอน 7 ชั่วโมงอะไรแบบนี้ ในสัปดาห์หนึ่งอาจจะมีวันที่ขรุขระบ้างแต่ก็ต้องไม่ใช่ทุกวัน ซึ่งปีนี้ชมรู้สึกว่า มีความสุขขึ้นกับชีวิต เราก็คงต้องยอมงานบ้าง แต่อาจจะต้องลดปริมาณลง ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้ชีวิตแบบนี้ ปีที่แล้วชมรับงานทุกอย่าง แต่ปีนี้อย่างงานอีเวนต์ก็จะเบาลงให้หายใจหายคอได้ ไม่ใช่วันหนึ่งวิ่ง 4-5 งาน สุดท้ายมันไม่ได้คุณภาพสักอย่าง
  “ส่วนเรื่องออกกำลังกาย ปีนี้เป็นปีแรกในชีวิตที่ได้ออกกำลังกาย เมื่อก่อนชมไม่ทำอะไรเลย จนรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว หนึ่งคือแก่ สองคือเหนื่อย สามคือเราใช้ชีวิตแบบไม่ถูกต้อง ร่างกายของเราก็ควรจะกลับมาดูแลเขา และที่สำคัญที่บ้านมีคนป่วย คุณพ่อเป็นมะเร็ง ก็เลยหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น”
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

ความประทับใจในงาน Paris Fashion Week 2013

"“สนุกดีนะ เป็นประสบการณ์ที่ดี ชมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่บ้านก็เปิดบล็อกอ่านดูอิดิเตอร์คนนั้น คนนี้พอมาเห็นตัวจริง นี่เหรอ ตัวเป็นๆ มันก็ตื่นตาตื่นใจดีแต่เสียดายว่าเราได้ดูแค่โชว์เดียว ด้วยเรื่องเวลามันก็ไม่ได้ และชมไปกับทางปราด้า ถ้าจะแวะไปดูโชว์อื่นมันก็จะเสียมารยาทน่ะค่ะ”
ไม่ว่าเธอจะหักโหมทำงานหนักมากขนาดไหนแต่สิ่งหนึ่งที่สาวชมต้องคอยดูแลรักษาให้ดีที่สุดก็คือร่างกาย เพราะเธอเชื่อว่าสุขภาพที่ดีนั้นสร้างได้"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT