ความงามครั้งสุดท้าย... ด้วยหัวใจจิตอาสา สิ่งที่ได้รับจากการแต่งหน้าศพที่เหนือความคาดหมาย 
“คนเราทุกคนถ้าได้มาสัมผัสสิ่งแบบนี้ในโลกใบนี้แล้ว สิ่งแบบนี้เป็นกัลยาณมิตรที่บ่มสอนเราให้รู้จักคำว่าพอ ให้รู้จักคำว่าใช่หรือไม่ อะไรจะเป็นของเราก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เกิดมาทุกคนก็ต้องตาย ฉะนั้นถ้าเราดิ้นรนมากไปก็ไม่ใช่ สุดท้ายตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างหนึ่ง แต่ถามว่าการอยู่ตรงนี้จะอยู่อย่างไรให้คนรักเรา อยู่อย่างไรให้มีความสุข อยู่อย่างไรที่ไม่ต้องเบียดเบียนคนอื่น และเราก็ต้องการไม่ให้เขามาเบียดเบียน พอเรามานั่งตรงนี้ เรารู้เลยว่าบุญธรรมกรรมแต่งมันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ พี่รู้อย่างเดียวว่า ในเมื่อเวลาพี่มาอยู่กับสิ่งที่ดับไปแล้ว เราจะรู้สึกทันทีว่าเราไม่ต้องไปแข่งกับใคร ไม่ต้องไปแข่งกับเวลา แข่งกับงาน แต่เรารู้อยู่อย่างเดียวว่า เราแข่งกับตัวเอง ถ้าวันหนึ่งมาแต่งหน้าตรงนี้ เราทำได้กี่ศพ เราจะทำให้เขามีความสุขไหม “อย่างพี่ถามอาจารย์ อาจารย์ก็จะบอกว่าทุกศพที่ตายไปแล้ว บางทีเขาไม่เคยยิ้มเลยบนโลกใบนี้ ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยยิ้ม แต่เวลาตายไปแล้ว เราก็จะแต่งให้เขาสวยยิ้ม พอพ่อแม่มาเห็น เขาก็จะตกใจ ก็เป็นวิธีการของอาจารย์ที่ทำให้ชีวิตสุดท้ายของเขาได้ยิ้มสักครั้งหนึ่งเถอะ บางครอบครัวก็ไม่ยอม ขอให้ลูกกลับไปเป็นหน้าเหมือนเดิม คือเขาแยกโลกกันอยู่ ในเมื่อลูกเขาเสียชีวิตไปแล้วก็ขอให้ได้ยิ้มสักครั้ง เขาก็ไม่ยอมที่จะรับความจริง เพราะฉะนั้นอาจารย์จะเจอหลายเคส หลายๆ แบบที่เจอแบบนี้ บางครั้งที่แต่งก็จะเห็นน้ำตาไหล เหมือนจะขอบคุณ บางครั้งเป็นกระแสจิตจากเราที่ส่งถึง พอมือจะไปหยิบเครื่องสำอาง สายตาเราก็เหมือนจะมองเห็นมือเขายกขึ้นมาเป็นช็อต ช็อต เหมือนกำลังทักทาย พี่ก็ตกใจ ขนลุกซู่ แล้วเรียกพี่ๆ เขามาอยู่เป็นเพื่อน แต่สักพักก็ทำใจได้ ก็คุยกับเขา บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ จิ๊กตั้งใจจะทำให้พี่ พี่ไม่ต้องคิดมากนะคะ ก็พูดไป
สกู๊ปพิเศษฉบับนี้ เราได้รับเกียรติจาก ‘ผู้ให้’ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากับเธอเป็นอย่างดี บุคคลที่ด้านหนึ่งนั้นมีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะฉาบอยู่เบื้องหน้า ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมทั้งในจอแก้วและจอเงินมากว่า 30 ปี แต่อีกด้านหนึ่งเธอคือนางฟ้าแห่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยด้วยใจจิตอาสา และอุทิศเวลาให้กับงานอาสาที่น้อยคนนักเลือกที่จะทำ นั่นคือการ ‘แต่งหน้าศพ’ …อะไรเป็นสิ่งดลใจให้เธอเลือกทำจิตอาสาด้านนี้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน สิ่งใดคือผลแห่งความดีงามที่เธอได้กระทำและความดีงามเหล่านี้ถูกส่งต่อสู่สังคมอย่างไร สกู๊ปพิเศษฉบับนี้เราขอยกให้กับนางฟ้าคนนี้ที่ชื่อ จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
จุดเริ่มต้นของการแต่งหน้าศพ 
“พี่เดินผ่านหน้าห้องนี้ตอนจะไปกินข้าวกับพี่พยาบาล แล้วก็ถามพี่พยาบาลว่าห้องอะไร พี่เขาก็บอกว่าห้องดับจิต แล้วพี่ก็ผลักประตูเข้าไป เห็นศพวางอยู่ พี่เห็นก็ตกใจ แล้วก็คิดว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร พอเดินตามพี่พยาบาลไป แต่ใจก็คิดอยู่นั่น แม้แต่ทานข้าวก็ทานไม่ลง ในเมื่อเราช่วยคนเป็น ช่วยสร้างรอยยิ้ม แต่คนตายก็สำคัญ แล้วอีกวันสองวันก็กลับมาหาอาจารย์ มาปรึกษาว่าจะช่วย จะทำอะไรได้ ท่านก็บอกว่าจะมาก็มาทำแต่งหน้า แต่งอย่างนี้ๆ พอแกบอกเราก็รู้เลยว่าต้องแต่งอย่างไรบ้าง”
(1)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

ความงามครั้งสุดท้าย... ด้วยหัวใจจิตอาสา

"สิ่งที่ได้รับจากการแต่งหน้าศพที่เหนือความคาดหมาย
“คนเราทุกคนถ้าได้มาสัมผัสสิ่งแบบนี้ในโลกใบนี้แล้ว สิ่งแบบนี้เป็นกัลยาณมิตรที่บ่มสอนเราให้รู้จักคำว่าพอ ให้รู้จักคำว่าใช่หรือไม่ อะไรจะเป็นของเราก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เกิดมาทุกคนก็ต้องตาย ฉะนั้นถ้าเราดิ้นรนมากไปก็ไม่ใช่ สุดท้ายตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างหนึ่ง แต่ถามว่าการอยู่ตรงนี้จะอยู่อย่างไรให้คนรักเรา อยู่อย่างไรให้มีความสุข อยู่อย่างไรที่ไม่ต้องเบียดเบียนคนอื่น และเราก็ต้องการไม่ให้เขามาเบียดเบียน พอเรามานั่งตรงนี้ เรารู้เลยว่าบุญธรรมกรรมแต่งมันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ พี่รู้อย่างเดียวว่า ในเมื่อเวลาพี่มาอยู่กับสิ่งที่ดับไปแล้ว เราจะรู้สึกทันทีว่าเราไม่ต้องไปแข่งกับใคร ไม่ต้องไปแข่งกับเวลา แข่งกับงาน แต่เรารู้อยู่อย่างเดียวว่า เราแข่งกับตัวเอง ถ้าวันหนึ่งมาแต่งหน้าตรงนี้ เราทำได้กี่ศพ เราจะทำให้เขามีความสุขไหม “อย่างพี่ถามอาจารย์ อาจารย์ก็จะบอกว่าทุกศพที่ตายไปแล้ว บางทีเขาไม่เคยยิ้มเลยบนโลกใบนี้ ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยยิ้ม แต่เวลาตายไปแล้ว เราก็จะแต่งให้เขาสวยยิ้ม พอพ่อแม่มาเห็น เขาก็จะตกใจ ก็เป็นวิธีการของอาจารย์ที่ทำให้ชีวิตสุดท้ายของเขาได้ยิ้มสักครั้งหนึ่งเถอะ บางครอบครัวก็ไม่ยอม ขอให้ลูกกลับไปเป็นหน้าเหมือนเดิม คือเขาแยกโลกกันอยู่ ในเมื่อลูกเขาเสียชีวิตไปแล้วก็ขอให้ได้ยิ้มสักครั้ง เขาก็ไม่ยอมที่จะรับความจริง เพราะฉะนั้นอาจารย์จะเจอหลายเคส หลายๆ แบบที่เจอแบบนี้ บางครั้งที่แต่งก็จะเห็นน้ำตาไหล เหมือนจะขอบคุณ บางครั้งเป็นกระแสจิตจากเราที่ส่งถึง พอมือจะไปหยิบเครื่องสำอาง สายตาเราก็เหมือนจะมองเห็นมือเขายกขึ้นมาเป็นช็อต ช็อต เหมือนกำลังทักทาย พี่ก็ตกใจ ขนลุกซู่ แล้วเรียกพี่ๆ เขามาอยู่เป็นเพื่อน แต่สักพักก็ทำใจได้ ก็คุยกับเขา บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ จิ๊กตั้งใจจะทำให้พี่ พี่ไม่ต้องคิดมากนะคะ ก็พูดไป"
1 KEEP
Kullastree
1 LOVES
atcharawee
COMMENT