การกลับมาของ Realistic Situation มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? Realistic Situation กลับมาครั้งนี้ยังไม่มีบูติกเป็นของตัวเองจริงจัง แต่จะมีสเปซรวมอยู่ในโซน Designer Showcase ในห้างสรรพสินค้าพารากอนชั้น 1 รวมกับดีไซเนอร์ไทยอีกหลายท่าน อาทิ Munchu’s, Milin, ฯลฯ ผมถามต่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ลุคของแบรนด์ไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด ใหม่ตอบทันทีว่า “สิ่งที่จะเพิ่มเติมอย่างเห็นได้ชัดคือ เราจะเพิ่มไลน์ของแบรนด์เป็นสองไลน์ คือ Realistic Situation Signature และ Realistic Situation Day & Night ตัว Realistic Situation Signature จะเก็บคาแร็คเตอร์เก่าๆ ของแบรนด์ไว้ครบถ้วน ทั้งบอมเบอร์แจ๊คเก็ต แจ๊คเก็ตหนังโค้ต มีครบ ส่วน Realistic Situation Day & Night จะเน้นความเป็นสตรีตที่ใส่ง่ายขึ้น ราคาถูกลง เข้าถึงได้ง่ายกว่า”
VERY REALISTIC

เมื่อแฟชั่นมีคอลเล็คชั่นใหญ่ๆ อยู่ปีละสองครั้ง ในเดือนนี้ก็เหมาะที่จะนำเสนอคอลเล็คชั่นใหม่ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง - หนาว 2013 ของแบรนด์กระแสหลัก และสำหรับแบรนด์ไทย จริงๆ attitude ก็ต้องตาต้องใจอยู่หลายแบรนด์ แต่ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัด เราจึงเลือกเฉพาะไฮไลต์สำคัญๆ มาสัมภาษณ์เป็นกรณีพิเศษ และแบรนด์เดียวที่เราเลือกมาในฤดูกาลนี้ก็คือ Realistic Situation ของใหม่ - พลัฏฐ์ พลาฎิ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่หวนคืนสู่วงการแฟชั่นไทยอีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปเกือบ 3 ปี

หลายคนคงอุทานว่า “อ้าว นึกว่าย้ายไปปักหลักที่ 4x4 MAN อย่างถาวรเสียแล้ว” นั่นก็ไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะในการสร้างแบรนด์ 4x4 MAN นั้น ใหม่คือมือปืนรับจ้างที่มีความสำคัญกับแบรนด์อย่างยิ่งยวด ทั้งคิดคอนเซปต์ วางแนวทางของแบรนด์ ตลอดจนเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟให้กับแบรนด์ ในช่วงสามปีที่ผ่านมาตลาดแฟชั่นในบ้านเราค่อนข้างจะโตขึ้นมาก เพราะมีแบรนด์ไทยเกิดใหม่ แถมด้วยแบรนด์นอกที่ดาหน้ากันเข้ามาเป็นกองทัพ ใหม่มองปรากฏการณ์นี้ว่า “แบรนด์ใหม่เยอะมาก (เน้นเสียงสูง) น่าจะในช่วง 5 ที่ผ่านมาด้วยซ้ำ แล้วแนวทางในการทำเสื้อก็หลากหลายขึ้น แบรนด์นอกก็เยอะมาก แต่มันดีสำหรับผู้บริโภคนะ เพราะทำให้พวกเขามีทางเลือกในการแต่งตัวมากขึ้น แม้การแข่งจะสูงเป็นเงาตามตัว แต่ดีไซเนอร์ที่ทำแบรนด์เองก็ต้องพัฒนาแนวทางให้ชัดเจน มีความเป็น Unique มากขึ้น เพราะนอกจากความหลากหลายของแบรนด์แล้ว สิ่งหนึ่งที่มันตามมาก็คือเรื่องราคาและวัสดุที่ดีมากขึ้น อย่างแบรนด์ Zara เขาเข้ามาพร้อมราคาที่ถูกลง วัสดุก็ดีด้วย ฉะนั้น ถ้าดีไซเนอร์ไม่ทำงานมากขึ้น ผู้บริโภคก็ไม่จำเป็นต้องมาซื้อเสื้อของเรา เขาใส่ Zara ก็ได้ ถูกกว่าด้วย เพราะอย่าลืมว่า ข้อเสียเปรียบของแบรนด์ไทยคือ เราไม่ได้ตัดเย็บในปริมาณสูงๆ ที่จะทำให้สามารถตั้งราคาที่ถูกได้ เรื่อง Pricing และ Price Range จึงเป็นสมการที่ดีไซเนอร์ไทยต้องทำการบ้านหนักพอๆ กับการสร้าง Uniqueness ให้กับแบรนด์ตัวเอง เพราะลูกค้าต้องการตรงนั้น” อะไรคือปัญหาของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในปัจจุบัน 
“เรื่องราคาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่คนไทยบ่นว่าแบรนด์ไทยทำไมถึงแพง” ใหม่เกริ่นความ “แต่เราต้องเข้าใจว่า แบรนด์เราไม่ได้ใหญ่อย่าง Zara ที่ผลิตทีเป็นแสนๆ ตัวขายทั่วโลก หลายแบบเราผลิตได้ 10 - 12 ตัวเท่านั้น ฉะนั้น จำนวนคนใส่มันก็แค่นั้น โอกาสจะไปเดินชนกันมันก็น้อย อยากให้เข้าใจตรงนี้ แต่สิ่งที่คิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ก็คือช่างฝีมือมากกว่า เพราะประเทศของเราไม่ให้ความสำคัญกับอาชีพพวกนี้ ทั้งๆ ที่มันสำคัญมาก ช่างเย็บเสื้อเนี่ย ถ้าแบรนด์ไหนได้ช่างดีถือว่าโชคดีมาก แล้วคนเก่งๆ ก็อายุมากขึ้น คนรุ่นใหม่ก็ไม่หันมาทำงานด้านนี้ ต่อไปมีปัญหาแน่นอน จริงๆ ในต่างประเทศ เขาทรีตช่างฝีมือพวกนี้มาก เพราะเขาถือว่าเป็นตัวจักรสำคัญในการทำงานเลยล่ะ แต่เราไม่ค่อยเห็นคุณค่า แล้วก็ไม่ใช่แต่ช่างเย็บเสื้อนะ ช่างปูน ช่างไม้ อะไรพวกนี้ คนฝีมือดีๆ ทำงานปูนเนี้ยบๆ ก็แก่กันหมด คนรุ่นใหม่ก็ไม่สนใจ ต่อไปมันจะเป็นปัญหานะ อันนี้บอกได้เลย” ปัจจุบันแบรนด์ในยุโรปหลายแบรนด์ มักจะมีโปรเจกต์พิเศษที่เรียกว่า Collaboration ระหว่างแบรนด์ Realistic Situation จะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ แบบนี้หรือไม่ “มีครับ” ใหม่ตอบ “มีโปรเจกต์ใหญ่ๆ อยู่สองอัน อันแรกจะทำกับ Bazaar เป็น Art and Fashion ที่เขาเลือกดีไซเนอร์ 4 ท่านมาจับคู่กับศิลปินเพื่อทำผลงานพิเศษ ส่วนอีกชิ้นหนึ่งจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำกับศิลปินญี่ปุ่น คือเขาจะคัดเลือกศิลปินไทยต่างสาขาจำนวน 20 คน มาทำนิตยสาร ZINE ในแบบของตัวเอง ไทย 20 ญี่ปุ่น 20 แล้วก็จะจัดนิทรรศการในเดือนนี้ (ตุลาคม) ที่ร้าน Next to Normal แล้วพอถึงเดือนธันวาคมก็จะเอานิทรรศการนี้ย้ายไปจัดที่โตเกียว” 

อยากให้ทิ้งท้ายกับน้องรุ่นใหม่ที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเองสักนิด “อืม บอกตรงๆ นะว่าการสร้างแบรนด์ก็เหมือนกับการมีลูก เหมือนที่บอกไปแล้วเมื่อกี้ แล้วคุณก็ต้องคิดต่อด้วยว่าแบรนด์มันเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้ มีขึ้น มีลง พอมีแบรนด์ใหม่มาคนก็อาจจะแห่ไปชื่นชมแบรนด์นั้น เพราะฉะนั้น แนวทางต้องชัด คาแร็คเตอร์ต้องชัด วัสดุที่ใช้ต้องจริงใจกับผู้บริโภค และต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา” ใหม่ปิดท้าย
Board: FEATURE
(0)
Share
attitude
Keep by attitude
3179
FOLLOWER

การกลับมาของ Realistic Situation มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

"Realistic Situation กลับมาครั้งนี้ยังไม่มีบูติกเป็นของตัวเองจริงจัง แต่จะมีสเปซรวมอยู่ในโซน Designer Showcase ในห้างสรรพสินค้าพารากอนชั้น 1 รวมกับดีไซเนอร์ไทยอีกหลายท่าน อาทิ Munchu’s, Milin, ฯลฯ ผมถามต่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ลุคของแบรนด์ไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด ใหม่ตอบทันทีว่า “สิ่งที่จะเพิ่มเติมอย่างเห็นได้ชัดคือ เราจะเพิ่มไลน์ของแบรนด์เป็นสองไลน์ คือ Realistic Situation Signature และ Realistic Situation Day & Night ตัว Realistic Situation Signature จะเก็บคาแร็คเตอร์เก่าๆ ของแบรนด์ไว้ครบถ้วน ทั้งบอมเบอร์แจ๊คเก็ต แจ๊คเก็ตหนังโค้ต มีครบ ส่วน Realistic Situation Day & Night จะเน้นความเป็นสตรีตที่ใส่ง่ายขึ้น ราคาถูกลง เข้าถึงได้ง่ายกว่า”"
1 KEEP
attitude
0 LOVES
COMMENT
SQUARE