แค่เธอก็พอ...เรื่องราวความรักดีๆ จากแม่ผู้มีแต่ให้คนนี้ คุณส้ม-ณัชพร สายบัว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Volume มีโอกาสสัมภาษณ์สาวเก่งสุดแซบ คุณส้ม-ณัชพร สายบัว ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทวู้ดดี้เวิลด์ ในครั้งนั้นเธอมาในบทหญิงแกร่งสุดเซี้ยวต่างกับครั้งนี้ที่มาในบทบาท ‘แม่’ ผู้มีแต่ให้

ขอเกริ่นเรื่องราวชีวิตรักของคุณส้มจากบทสัมภาษณ์คราวก่อนสักนิดเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ง่ายขึ้น คุณส้มคบกับคุณโจ-ฐิติกร พนาวิวัฒนาการ หนุ่มหล่ออายุอ่อนกว่าหลายปีในฐานะคู่ชีวิต โดยมีหนูน้อยเจล่า พนาวิวัฒนาการ มาเติมเต็มคำว่าครอบครัว และแม้ว่าเจล่าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณส้ม แต่เธอก็ทำหน้าที่แม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“เจล่ากับส้มนิสัยคล้ายกันมากค่ะ เขามาอยู่กับส้มตั้งแต่ขวบครึ่งตอนแรกๆ ไม่เหมือนกันนะ แต่อยู่ไปอยู่มาเขาก๊อปปี้เราไปเต็มๆ เริ่มเฮฮา ไม่กลัวคน ชอบเต้น กล้าแสดงออก นี่พ่อเอาลูกไปทำทรงผมไถข้าง เลยเหมือนแม่เข้าไปอีก (หัวเราะ)”

แต่กว่าสองสาวจะเข้าขากันได้ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะคุณส้มที่ยอมรับว่าเคยเกลียดเด็กเข้าไส้

“จริงๆ ส้มไม่ชอบเด็ก พูดได้เลยว่ารำคาญเพราะส้มเป็นลูกคนเดียว ไม่เคยเลี้ยงใครและไม่เคยเอาใจใคร ส้มอยากมีแค่แฟนเพราะถ้ามีลูกห้อยกระเตงไปด้วยคงจะเหนื่อย มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปเที่ยวเสม็ดด้วยกัน 3 คนซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่ได้เจอเจล่า เขามานอนคั่นระหว่างส้มกับโจ ส้มหงุดหงิดมากว่ามาคั่นทำไม แล้วเขาก็งอแงเพราะยังไม่คุ้นเคยกับเรา กลับจากทริปนั้นส้มคิดเลยว่าจะเลิกกับโจ แต่สุดท้ายไม่พูดเพราะเจล่าเขาเป็นเด็ก เราต้องมีความเมตตา นานไปก็ลืมความขุ่นเคืองนั้น”

แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทำให้คุณส้มรักและตั้งใจดูแลเจล่าไปตลอดชีวิต

“วันนั้นพ่อลูกมานอนที่บ้านส้ม คือสัปดาห์หนึ่งเขาจะมาอยู่ด้วย 2-3 วัน พอเช้ามาโจจะพาลูกกลับ เจล่าไม่ยอม ดิ้นใหญ่เลย ร้องกรี๊ดจะอยู่กับส้ม แล้วก็ตะโกนเรียกส้มว่า‘แม่!’ซึ่งเขาไม่เคยเรียกมาก่อน คำนี้แหละทำให้ส้มตั้งใจจะเป็นแม่ให้เจล่า เด็กเขาบริสุทธิ์เราต้องให้ความเมตตามากๆ ส้มถือว่าโชคดีที่ได้เจอเขา ได้สร้างอนาคตให้เขา”

ส่วนด้านการศึกษา คุณส้มยกให้เป็นหน้าที่ของคุณโจในการตัดสินใจ

“ผมจะดูว่าลูกชอบอะไรและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ อยากให้เขาเก่งด้านใดด้านหนึ่งไปเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นด้านวิชาการ เพราะการได้เกรด A ไม่ได้หมายความว่าคุณเก่งหรือฉลาด ผมแค่อยากให้เขาหาความรู้ได้ด้วยตนเองครับ และสำหรับเรื่องโรงเรียน ผมอยากให้เรียนทั้งไทยและอินเตอร์ฯ นะ แต่ช่วงแรกอยากให้เรียนโรงเรียนไทยก่อน พออายุ 5-6 ขวบค่อยย้ายระหว่างนี้ผมก็พูดภาษาอังกฤษกับลูกอยู่เรื่อยๆ”

“อยากมีลูกอีกคนเหมือนกันค่ะ อยากท้องเองด้วย เพราะเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างนิหน่า-สุฐิตา หรือบี-ปิติภัทร พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวินาทีที่คลอดลูกมันมหัศจรรย์มาก ส้มอยากสัมผัสตรงนั้น แล้วถ้าส้มท้องส้มจะนั่งสมาธิ เพราะอยากรู้ว่าเด็กที่เกิดจากแม่ที่นั่งสมาธิจะเป็นอย่างไร และใจลึกๆ อยากได้ลูกชาย เพราะอยากให้เขาบวชเป็นพระ ถ้าลูกได้ยีนส้มเขาต้องมาทางนี้แน่นอน”

เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของคุณส้มเวลาพูดถึงลูกแล้วรู้สึกได้เลยว่าเธอมีความสุขมากที่สุดที่จะได้สร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“แต่ก่อนส้มเคยคิดจะครองความโสดจนตายนะคะ แต่พอได้มาเจอกับโจและเจล่า ส้มมีความสุขมากกว่าเดิมหลายเท่า ส้มบอกเลยว่าผู้ชาย...วันหนึ่งเขาอาจไปรักคนอื่นได้ แต่ลูก...รักเราจนตายค่ะ”
Board: LOVE
(0)
Share
Volume
Keep by Volume
2876
FOLLOWER

แค่เธอก็พอ...เรื่องราวความรักดีๆ จากแม่ผู้มีแต่ให้คนนี้ คุณส้ม-ณัชพร สายบัว

"เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Volume มีโอกาสสัมภาษณ์สาวเก่งสุดแซบ คุณส้ม-ณัชพร สายบัว ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทวู้ดดี้เวิลด์ ในครั้งนั้นเธอมาในบทหญิงแกร่งสุดเซี้ยวต่างกับครั้งนี้ที่มาในบทบาท ‘แม่’ ผู้มีแต่ให้
ขอเกริ่นเรื่องราวชีวิตรักของคุณส้มจากบทสัมภาษณ์คราวก่อนสักนิดเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ง่ายขึ้น คุณส้มคบกับคุณโจ-ฐิติกร พนาวิวัฒนาการ หนุ่มหล่ออายุอ่อนกว่าหลายปีในฐานะคู่ชีวิต โดยมีหนูน้อยเจล่า พนาวิวัฒนาการ มาเติมเต็มคำว่าครอบครัว และแม้ว่าเจล่าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณส้ม แต่เธอก็ทำหน้าที่แม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เจล่ากับส้มนิสัยคล้ายกันมากค่ะ เขามาอยู่กับส้มตั้งแต่ขวบครึ่งตอนแรกๆ ไม่เหมือนกันนะ แต่อยู่ไปอยู่มาเขาก๊อปปี้เราไปเต็มๆ เริ่มเฮฮา ไม่กลัวคน ชอบเต้น กล้าแสดงออก นี่พ่อเอาลูกไปทำทรงผมไถข้าง เลยเหมือนแม่เข้าไปอีก (หัวเราะ)”
แต่กว่าสองสาวจะเข้าขากันได้ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะคุณส้มที่ยอมรับว่าเคยเกลียดเด็กเข้าไส้
“จริงๆ ส้มไม่ชอบเด็ก พูดได้เลยว่ารำคาญเพราะส้มเป็นลูกคนเดียว ไม่เคยเลี้ยงใครและไม่เคยเอาใจใคร ส้มอยากมีแค่แฟนเพราะถ้ามีลูกห้อยกระเตงไปด้วยคงจะเหนื่อย มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปเที่ยวเสม็ดด้วยกัน 3 คนซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่ได้เจอเจล่า เขามานอนคั่นระหว่างส้มกับโจ ส้มหงุดหงิดมากว่ามาคั่นทำไม แล้วเขาก็งอแงเพราะยังไม่คุ้นเคยกับเรา กลับจากทริปนั้นส้มคิดเลยว่าจะเลิกกับโจ แต่สุดท้ายไม่พูดเพราะเจล่าเขาเป็นเด็ก เราต้องมีความเมตตา นานไปก็ลืมความขุ่นเคืองนั้น”
แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทำให้คุณส้มรักและตั้งใจดูแลเจล่าไปตลอดชีวิต
“วันนั้นพ่อลูกมานอนที่บ้านส้ม คือสัปดาห์หนึ่งเขาจะมาอยู่ด้วย 2-3 วัน พอเช้ามาโจจะพาลูกกลับ เจล่าไม่ยอม ดิ้นใหญ่เลย ร้องกรี๊ดจะอยู่กับส้ม แล้วก็ตะโกนเรียกส้มว่า‘แม่!’ซึ่งเขาไม่เคยเรียกมาก่อน คำนี้แหละทำให้ส้มตั้งใจจะเป็นแม่ให้เจล่า เด็กเขาบริสุทธิ์เราต้องให้ความเมตตามากๆ ส้มถือว่าโชคดีที่ได้เจอเขา ได้สร้างอนาคตให้เขา”
ส่วนด้านการศึกษา คุณส้มยกให้เป็นหน้าที่ของคุณโจในการตัดสินใจ
“ผมจะดูว่าลูกชอบอะไรและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ อยากให้เขาเก่งด้านใดด้านหนึ่งไปเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นด้านวิชาการ เพราะการได้เกรด A ไม่ได้หมายความว่าคุณเก่งหรือฉลาด ผมแค่อยากให้เขาหาความรู้ได้ด้วยตนเองครับ และสำหรับเรื่องโรงเรียน ผมอยากให้เรียนทั้งไทยและอินเตอร์ฯ นะ แต่ช่วงแรกอยากให้เรียนโรงเรียนไทยก่อน พออายุ 5-6 ขวบค่อยย้ายระหว่างนี้ผมก็พูดภาษาอังกฤษกับลูกอยู่เรื่อยๆ”
“อยากมีลูกอีกคนเหมือนกันค่ะ อยากท้องเองด้วย เพราะเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างนิหน่า-สุฐิตา หรือบี-ปิติภัทร พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวินาทีที่คลอดลูกมันมหัศจรรย์มาก ส้มอยากสัมผัสตรงนั้น แล้วถ้าส้มท้องส้มจะนั่งสมาธิ เพราะอยากรู้ว่าเด็กที่เกิดจากแม่ที่นั่งสมาธิจะเป็นอย่างไร และใจลึกๆ อยากได้ลูกชาย เพราะอยากให้เขาบวชเป็นพระ ถ้าลูกได้ยีนส้มเขาต้องมาทางนี้แน่นอน”
เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของคุณส้มเวลาพูดถึงลูกแล้วรู้สึกได้เลยว่าเธอมีความสุขมากที่สุดที่จะได้สร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
“แต่ก่อนส้มเคยคิดจะครองความโสดจนตายนะคะ แต่พอได้มาเจอกับโจและเจล่า ส้มมีความสุขมากกว่าเดิมหลายเท่า ส้มบอกเลยว่าผู้ชาย...วันหนึ่งเขาอาจไปรักคนอื่นได้ แต่ลูก...รักเราจนตายค่ะ”"
1 KEEP
Volume
0 LOVES
COMMENT