หมีพูห์และผองเพื่อน  ‘พูห์’ และ ‘อิยอร์ ’ ต่างแบกรับปมปัญหาจำเพาะแห่งชะตากรรมของตน ซึ่งล้วนต่างเป็นความขาดหาย...ที่สุดเจ้าสัตว์ทั้งสองจึงได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าพึ่งเจ้านกฮูก ‘อาว์ล’ และ ‘คริสโตเฟอร์ โรบิน’ ที่อยู่ในฐานะมนุษย์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับบรรดาเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย...มนุษย์ในนามของผู้มีใจ เช่น ‘คริสโตเฟอร์’ ได้ให้ความช่วยเหลือ ‘อิยอร์’ ในการตามหาหางของเขาอย่างเต็มที่...กิจกรรมต่าง ๆ ที่ ‘คริสโตเฟอร์’ ได้คิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการตามหาหางของ ‘อิยอร์’ ให้พบ ล้วนเป็นการออกแบบทางความคิด ที่ทำให้หนังดูมีมิติแห่งความเพลิดเพลินที่ชวนติดตามและน่าขบคิดโดยตลอด สำหรับ ‘พูห์’ ในฐานะสัตว์ที่มีด้านหนึ่ง เป็นความดุร้าย...ส่วนอีกด้านหนึ่งมีรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและ น่ารัก...เขาแทบจะลืมการตามหา ‘น้ำผึ้ง’ ซึ่งเป็นอาหารจำเป็นแห่งชีวิตของตนไป...การช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งมีความจำเป็นมากกว่า นับเป็นพันธะหน้าที่ ซึ่งสื่อสะท้อนและตอกย้ำถึงความงดงามแห่งจิตใจด้วยน้ำใจที่หาได้ยากเต็มทีในโลกยุคปัจจุบัน...นี่คือภาพเปรียบเทียบภาวะแห่งความมีความเป็นของสัตว์โลก ในวิถีแห่งการดำรงอยู่ร่วมกัน ซึ่งดูเหมือนเป็นของง่าย แต่ก็หาผู้ปฏิบัติที่จริงจังและจริงใจได้ยาก... ‘เรื่องของเรื่อง’ มาสนุกสนานตามแบบฉบับที่พลิกผันของนิทานสำหรับเด็ก เมื่อ ‘พูห์’ ได้แวะไปหา ‘คริสโตเฟอร์’
“โลกของการ์ตูนเป็นโลกแห่งความหมายเฉพาะ ในวิถีของความเป็นชีวิต เป็นโลกที่เคลื่อนไหวไปด้วยนัยอันละเมียดละไมและมีชีวิตชีวาต่อการรับรู้ทางอารมณ์ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย แต่กลับ เต็มไปด้วยแง่คิดอันลึกซึ้ง...ปฏิกิริยาต่อโลก ดังกล่าวนี้ของชาวโลก จึงดำเนินไปในร่องรอยของความทรงจำในจิตใจของทุกคนเสมอ ผ่านสาระเนื้อหา...ผ่านเจตจำนงอันบริสุทธิ์ กระทั่งกลายเป็น ภาพประทับใจที่ เกิดขึ้นและดำรงอยู่ตลอดไป โดยไม่มีการลืมเลือน” ผมคิดถึงประเด็นแห่งผัสสะเบื้องต้น... ด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอม หลังจากที่ได้ดูหนังการ์ตูนเรื่องโปรดจบลง...มันคือความทรงจำในเบื้องลึกที่ปรากฏอยู่เสมอในอารมณ์ที่อ่อนเยาว์ของตัวตน ‘Winnie the Pooh’ คือหนังการ์ตูน แห่งเรื่องราวที่จับใจผมเสมอ...นับแต่เมื่ออยู่ในรูปรอยของวรรณกรรมเยาวชนจนถูกนำมาสร้างเป็นตอน ๆ ให้เด็ก ๆ ในรุ่นของผมได้เสพความบันเทิง อันมีความหมายต่อความเติบใหญ่ทางจิตวิญญาณ . . . เรื่องราวของ ‘หมีพูห์’... ‘ตุ๊กตาหมีพูห์’ กลายเป็นประดิฐกรรมแห่งความประทับใจ...ที่หลาย ๆ คนต่างมีไว้เป็นเจ้าของ ในรูปรอยแห่งสัมพันธภาพที่แตกต่างกันออกไป สำหรับผม... ‘หมีพูห์’ คือต้นแบบของความอบอุ่นแห่งมิตรไมตรีที่เชื่อมโยงกันด้วยความรักและความผูกพันอันล้ำลึก...เช่นเดียวกับที่ปรากฏเป็นเนื้อหาสาระ ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้...จากนิทานสำหรับเด็ก ‘Winnie the Pooh’ ยังคงถูกรักษาความคลาสสิกของต้นฉบับ ด้วยงานสร้างสรรค์ ภาพวาดที่วาดด้วยมือ โดยไม่ได้ใช้เทคนิคพิเศษที่เร้าตาเร้าใจประเภท 3 มิติ...4 มิติ...เหมือนการ์ตูนแอนนิเมชั่นในโลกยุคใหม่ แต่อย่างใด...ผลจากการคัดเลือกรูปแห่งแบบในการสร้างสรรค์ลักษณะนี้ ทำให้จิตวิญญาณที่เกี่ยวเนื่องถึงกันด้วยรสชาติของชีวิตและศิลปะ สามารถดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ด้วยอารมณ์ร่วมแห่งความทรงจำที่ยั่งยืนและมีคุณค่าของอดีต.. ผมถือว่านี่คือความงดงามที่จริงใจ ซึ่งกลุ่มงานสร้างของ ‘วอล์ท ดิสนีย์’ ได้เลือกสรรและถ่ายทอด เรื่องราวของ ‘หมีพูห์’ ออกมาด้วยบริบทของความเข้าใจในเนื้อแท้แห่งปรารถนาของผู้ที่รักในนิทานสำหรับเด็กเรื่องนี้‘สตีเฟน เจ. แฮนเดอร์สัน’ ในฐานะผู้กำกับการแสดงผูกเรื่องให้หมีพูห์ต้องตื่นตระหนกหลังจากที่ตื่นมาในเช้าวันหนึ่ง เมื่ออาหารโปรดของเขาคือ ‘น้ำผึ้ง’ ได้หมดลง...เป็นการเริ่มต้นด้วยปัญหาพื้นฐาน แต่นับเป็นความจำเป็นของชีวิต...แน่นอนว่านั่นย่อมเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวิถีชีวิตของหมี...เขาต้องออกเสาะหาน้ำผึ้งในป่าใหญ่...ด้วยนัยที่ว่า...สัตว์โลกทุกชนิดย่อมมีอาหารเฉพาะ เพื่อกายและใจ อันเหมาะสมและเป็นดุลยภาพอันจำเป็นแก่ชีวิตเสมอ...และเราจะมีชีวิตอยู่อย่างมั่นคงไม่ได้เมื่อขาดมันไป...ระหว่าง การเดินทางเพื่อเสาะหาอาหารของชีวิต ‘พูห์’ ก็ได้มีโอกาสพบกับ ‘อิยอร์’ ซึ่งเป็นลา...สัตว์ที่ถูกตีค่าว่าโง่เง่าและน่าสงสาร... ‘อิยอร์’ กำลังประสบกับปัญหาอันใหญ่หลวงของชีวิต...เมื่อจู่ ๆ หางของมัน ได้หายไป...บางทีสิ่งบางสิ่งที่ติดแน่นเป็นสัญญะความหมายของตัวตน ก็สามารถหายไปจากกายและใจของเราได้อย่างไร้ร่องรอย... มันคืออุบัติการณ์ที่พลิกผันและซ่อนเงื่อนปมของชะตากรรม...มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และอะไรที่ทำให้มันเกิดขึ้น...นั่นคือปริศนาอันชวนขบคิด...เป็นปมปัญหาที่ชีวิตทุกชีวิตต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้อย่างมีสติมากกว่าจะตีอกชกหัวและฟูมฟายไปกับสิ่งที่บังเกิดขึ้นอันเหนือความคาดคิดนี้
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2584
FOLLOWER

หมีพูห์และผองเพื่อน

" ‘พูห์’ และ ‘อิยอร์ ’ ต่างแบกรับปมปัญหาจำเพาะแห่งชะตากรรมของตน ซึ่งล้วนต่างเป็นความขาดหาย...ที่สุดเจ้าสัตว์ทั้งสองจึงได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าพึ่งเจ้านกฮูก ‘อาว์ล’ และ ‘คริสโตเฟอร์ โรบิน’ ที่อยู่ในฐานะมนุษย์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับบรรดาเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย...มนุษย์ในนามของผู้มีใจ เช่น ‘คริสโตเฟอร์’ ได้ให้ความช่วยเหลือ ‘อิยอร์’ ในการตามหาหางของเขาอย่างเต็มที่...กิจกรรมต่าง ๆ ที่ ‘คริสโตเฟอร์’ ได้คิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการตามหาหางของ ‘อิยอร์’ ให้พบ ล้วนเป็นการออกแบบทางความคิด ที่ทำให้หนังดูมีมิติแห่งความเพลิดเพลินที่ชวนติดตามและน่าขบคิดโดยตลอด สำหรับ ‘พูห์’ ในฐานะสัตว์ที่มีด้านหนึ่ง เป็นความดุร้าย...ส่วนอีกด้านหนึ่งมีรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและ น่ารัก...เขาแทบจะลืมการตามหา ‘น้ำผึ้ง’ ซึ่งเป็นอาหารจำเป็นแห่งชีวิตของตนไป...การช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งมีความจำเป็นมากกว่า นับเป็นพันธะหน้าที่ ซึ่งสื่อสะท้อนและตอกย้ำถึงความงดงามแห่งจิตใจด้วยน้ำใจที่หาได้ยากเต็มทีในโลกยุคปัจจุบัน...นี่คือภาพเปรียบเทียบภาวะแห่งความมีความเป็นของสัตว์โลก ในวิถีแห่งการดำรงอยู่ร่วมกัน ซึ่งดูเหมือนเป็นของง่าย แต่ก็หาผู้ปฏิบัติที่จริงจังและจริงใจได้ยาก... ‘เรื่องของเรื่อง’ มาสนุกสนานตามแบบฉบับที่พลิกผันของนิทานสำหรับเด็ก เมื่อ ‘พูห์’ ได้แวะไปหา ‘คริสโตเฟอร์’"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT