FINANCIERS พอนึกถึงปารีสทีไร กลิ่นหอมเนยในเนื้อแป้งเค้กผสมอัลมอนด์กับกาแฟร้อนๆ เป็นสิ่งที่เรานึกถึงก่อนหอไอเฟลเสียอีก และหลังจากลองทำเองครั้งแรก เราก็รู้ว่าขนมที่มีขายแทบทุกมุมถนนในปารีสนี้ทำง่ายมากจนไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารอไปชิมถึงแหล่งที่มาอีกแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อเราเริ่มทำขนมอบเป็นครั้งแรก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ความแปลกใจในความง่ายดาย แต่คือกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้านที่เสิร์ฟแกล้มไปพร้อมกับขนมร้อนๆเริ่มต้นด้วยแป้ง ไข่ นม น้ำตาล กับส่วนผสมอีกไม่กี่อย่างเตาอบเล็กๆ ในครัวของเรา และเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงช่วยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าขนมอบร้อนๆ รสชาติอร่อยไม่ได้ยากเย็นเกินกว่าจะลงมือเอง เชฟขนมหลายคนพูดเหมือนกันว่ามัฟฟินเป็นบทเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่จะสอนให้มือใหม่และเด็กๆ สนุกกับการทำขนม ถึงขนมอบก้อนแรกของเราจะไม่ใช่มัฟฟิน แต่เราก็รู้สึกอยู่ดีว่าความง่ายดายของมัฟฟินจะทำให้เบเคอร์มือสมัครเล่น หรือคนที่เกือบถอดใจกับการอบขนมไปแล้วจะมีกำลังใจอีกครั้ง จากแป้งมัฟฟินพื้นฐานนี้ เราสามารถดัดแปลงสูตรใหม่ๆ ได้มากมายตามความชอบ จากเริ่มลงมือจนได้มัฟฟินร้อนๆใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ลองชิม sunday-muffins ฝีมือตัวเองกันเลยดีกว่า • เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 ํC ทาเนยในพิมพ์มัฟฟินหรือรองด้วยถ้วยกระดาษ

• ร่อนแป้งในอ่าง เติมน้ำตาล ไข่ เนย และนม คนเล็กน้อยด้วยช้อนไม้พอเข้ากัน เราแยกแป้งออกเป็นสองส่วนและเติมส่วนผสมต่างรสชาติลงไป คนอีกสักนิด ทิปส์อย่างเดียวของมัฟฟินคืออย่าคนจนเนื้อแป้งเนียนเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อมัฟฟินแน่น

• ตักใส่พิมพ์หรือถ้วยกระดาษในปริมาณ3/4 ของถ้วย อบราว 20 นาที จิ้มด้วยไม้ตรงกลางถ้าแป้งไม่ติดไม้แปลว่าขนมสุก ทิ้งให้เย็นในพิมพ์ราว 10 นาทีก่อนยกวางบนตะแกรงและเสิร์ฟมัฟฟินจะอร่อยที่สุดในวันที่อบเสร็จ

มัฟฟินมีหลากหลายรสชาติสารพัดตามแต่ที่คุณจะจินตนาการ เราขอยกตัวอย่างรสชาติสุดโปรดของเรา เพียงแค่เพิ่มส่วนผสมเล็กน้อย ใส่บลูเบอร์รี่สด 100 กรัม และวานิลลาเอ็กซ์แทร็กซ์ 1 ช้อนชาในส่วนผสมแล้วคนเบาๆพอเข้ากัน เติมกล้วยหอมสุกงอมที่ยีด้วยส้อม 100 กรัม วอลนัทคั่ว 40 กรัม คนพอเข้ากันแล้วเทใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยวอลนัทคั่วเล็กน้อยตอนอบ ขนมปังขาวนุ่มทำอะไรได้มากกว่าและดูพิเศษกว่าขนมปังปิ้งราดเนยนม ทั้งที่มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นไม่มากเลย หลังจากเตรียมเสร็จทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือข้ามคืนเพื่อให้คัสตาร์ดซึมและชุ่มอยู่ในเนื้อขนมปัง อาจเพิ่มเรซิน ช็อกโกแลตลงไปด้วยถ้าชอบ แต่สำหรับเรา แค่ผิวส้มขูดราดด้วยวานิลลาซอสอุ่นๆ และสตรอเบอร์รี่ก็อร่อยมากแล้ว • ทำพุดดิ้ง เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 ํC ทาเนยให้ทั่วชามเซรามิกที่จะใช้อบ

• ตัดขอบขนมปัง หั่นให้ได้ขนาดพอดี วางเรียงในชาม

• เทวิปปิ้งครีม นม ไข่ น้ำตาลทราย และเกลือในอ่างตีให้เข้ากันด้วยส้อม เติมวานิลลาและผิวส้มแล้วคน ราดให้ชุ่มลงเนื้อขนมปังในชาม คลุมด้วยฟิล์มแล้วแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

• ทำวานิลลาซอสโดยใส่วิปปิ้งครีมน้ำตาล และผ่าฝักวานิลลาเอาเมล็ดเล็กๆ ข้างในใส่ลงไป ตั้งไฟอ่อนจนเดือด ยกลง พออุ่นใส่ไข่แดงคนจนเนียนเข้ากัน ใส่เนยตีให้เนียน พักไว้

• ยกชามที่ใส่ขนมปังและคัสตาร์ดใส่เตาอบจนหน้าพุดดิ้งเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ยกลง ตักใส่จาน ราดด้วยวานิลลาซอสหรือไอศครีมวานิลลา ถ้าจะดับเบิ้ลความอร่อยเพิ่มก็เติมสตรอเบอร์รี่ลงไปด้วย • เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200 ํC ทาเนยให้ทั่วในพิมพ์ (ฟินองซิเยร์ส่วนใหญ่จะใช้พิมพ์รูปวงรี หรือพิมพ์รียาวบางๆ) วางบนถาดที่ปูด้วยกระดาษไข

• ใส่เนยในกะทะตั้งไฟปานกลาง หมั่นคนด้วยไม้ จนเนยเหลวละลายเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายเมเปิ้ลไซรัป สังเกตว่ามีตะกอนเล็กๆ ติดอยู่ที่ก้นกะทะ ยกลงจากเตา สิ่งที่ได้นี้เรียกว่าบราวน์บัตเตอร์

• ผสมแป้ง น้ำตาล อัลมอนด์ป่น เกลือและผิวเลมอนขูดในอ่าง เทบราวน์บัตเตอร์ลงไประวังไม่ให้ตะกอนตกลงไปด้วยในอ่าง (แต่ถ้าติดไปด้วยนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร) เทไข่ขาวแล้วคนให้เนียนเข้ากันดีด้วยไม้พายยาง

• ตักแป้งใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้ อบจนสุกเป็นสีน้ำตาลทอง (ราว 12 นาที) ทิ้งไว้ให้เย็นราว 5 นาที แคะออกจากพิมพ์ ถ้าชอบโรยน้ำตาลไอซิ่ง เรารู้สึกว่ากินตอนยังอุ่นๆ อร่อยที่สุด ลงมือทำเอง อบเอง แล้วชิมฝีมือตัวเองตอนร้อนๆ คุณจะรู้ว่ามันมีความพิเศษบางอย่างที่บิสกิตที่หาซื้อได้ทั่วไปให้เราไม่ได้

• แป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม
• น้ำตาลทราย 75 กรัม
• เนยจืด 60 กรัม
• บัตเตอร์มิลค์ 75 มิลลิลิตร
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับโรยหน้าขนม)
• ผิวมะนาวขูด 1/2 ช้อนชา
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เกลือป่นเล็กน้อย
• แยมสตรอเบอร์รี่ • เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200 ํC รองกระดาษไขบนถาดสำหรับอบ

• เทแป้ง น้ำตาลทราย ผงฟู ผิวมะนาวขูดผงฟู และเกลือป่นในอ่าง คนพอเขากัน

• ตัดเนยจากตู้เย็นเป็นชิ้นเล็กๆ ใช้มือคลุกส่วนผสมทั้งหมดจนร่วนคล้ายขนมปังป่น

• ใส่บัตเตอร์มิลค์ลงไป นวดให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าแห้งเกินไปให้เติมบัตเตอร์มิลค์ลงไปอีกหน่อย นวดให้เป็นเนื้อแป้งเนียน นุ่มเข้ากันดี

• คลึงแป้งให้เป็นแผ่นหนาราว 1/3 นิ้วบนโต๊ะที่โรยด้วยแป้งอเนกประสงค์เล็กน้อย ใช้ที่ตัดแบบกลมขนาด 2.5 นิ้วหรือปากแก้วกดแผ่นแป้งวางเรียงในถาดอบเว้นระยะห่างกันพอประมาณ

• กดตรงกลางแผ่นแป้งแต่ละอันเป็นหลุมตีไข่ด้วยส้อม ทาบางๆ ทั่วด้านหน้าของแผ่นแป้งที่เรียงในถาด โรยน้ำตาลเล็กน้อย

• ใส่แยมสตรอเบอร์รี่ในหลุมที่ใช้นิ้วกดลงไป อบนาน 20 นาทีหรือจนขนมสุกเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล
(1)
Share
LIPSLOVE
Keep by LIPSLOVE
935
FOLLOWER

FINANCIERS

"พอนึกถึงปารีสทีไร กลิ่นหอมเนยในเนื้อแป้งเค้กผสมอัลมอนด์กับกาแฟร้อนๆ เป็นสิ่งที่เรานึกถึงก่อนหอไอเฟลเสียอีก และหลังจากลองทำเองครั้งแรก เราก็รู้ว่าขนมที่มีขายแทบทุกมุมถนนในปารีสนี้ทำง่ายมากจนไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารอไปชิมถึงแหล่งที่มาอีกแล้ว"
1 KEEP
LIPSLOVE
1 LOVES
nokda
COMMENT
SQUARE