แครมบรูเล่ไข่ขาวนมอัลมอนด์ ปกติแล้วแครมบรูเล่จะใส่ไข่แดง นม ครีม และน้ำตาลเป็นหลัก แต่สูตรนี้ปรับมาใช้ส่วนผสมที่ช่วยให้แครมบรูเล่ถ้วยนี้โลว์แคลอรีสุดๆ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ไข่ขาวแทนไข่แดง ใช้นมอัลมอนด์แทนนมสดและครีมโดยไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม เพราะจะได้รสหวานจากน้ำตาลหน้าขนมอยู่แล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) 
เตรียม 15 นาที ปรุง 35 นาที
ไข่ไก่เบอร์ 0 (เฉพาะไข่ขาว) 4 ฟอง
อัลมอนด์ดิบ 150 กรัม
น้ำเปล่า 11-2 ถ้วย
วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายไม่ฟอกสีสำหรับโรยหน้า
ราสป์เบอร์รี่สดและใบสะระแหน่สำหรับแต่งหน้า
ถ้วยเซรามิกชนิดเข้าเตาอบได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 - 4 นิ้ว
ถาดอบที่มีขอบสูงประมาณ 1 1/2 นิ้ว
กระชอนตาถี่
ผ้าขาวบาง

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบด้วยไฟบน – ล่างไว้ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ทำนมอัลมอนด์โดยปั่นอัลมอนด์กับน้ำให้ละเอียด กรองด้วยกระชอนตาถี่ ตวงให้ได้ 1 ถ้วย ผสมกับไข่ขาวแล้วคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน เติมวานิลลาลงไป คนเล็กน้อยนำไปตุ๋นบนน้ำเดือดให้ข้น ยกลงจากเตา
3. เทใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ นำไปเรียงใส่ถาดยกเข้าเตาอบ ก่อนปิดเตาเติมน้ำลงไปในถาดให้สูงครึ่งหนึ่งของถ้วย อบประมาณ 20 นาที พอหน้าขนมตึง ปิดเตา พักขนมไว้ในเตาให้คลายร้อนประมาณ 30 นาที
4. พอขนมเริ่มเย็น นำออกมาจากเตาโรยหน้าด้วยน้ำตาลไม่ฟอกสี นำเข้าอบด้วยไฟบนอีกครั้งให้น้ำตาลละลายจนเป็นสีเหลืองทอง แต่ถ้ามีเครื่องพ่นไฟ (Torch) สามารถใช้พ่นหน้าขนมแทนได้
5. พักให้หน้าขนมเย็นสักครู่ แล้วแต่งด้วยราสป์เบอร์รี่และใบสะระแหน่ ก่อนเสิร์ฟ

Tips
- วิธีการอบแบบหล่อน้ำจะช่วยให้ขนมไม่แห้งและไหม้
- หากเอาขนมออกมาจากเตาขณะร้อนจะทำให้ขนมหดตัวและหน้าแตก
เมื่อพูดถึงขนมหวาน ถ้าไม่หวานก็คงเรียกว่าขนมหวานได้ไม่เต็มปาก ผู้เขียนเองก็ไม่ปฏิเสธครับ แต่ด้วยปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการรับประทานหวานจนเกินพอดีในปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนสูญเสียหรือเริ่มสูญเสียอิสรภาพการกินรสหวานกันแล้ว

Dessert Lover ฉบับนี้จึงตั้งใจคิดสูตรปรุงขนมให้หวานน้อย แคลอรีต่ำ และดีต่อสุขภาพของผู้รับประทานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้(แต่ยังคงความอร่อยไว้)โดยนอกจากลดเลี่ยงการใช้น้ำตาลทรายแล้ว หันมาเลือกใช้ความหวานธรรมชาติจากน้ำอ้อย น้ำมะพร้าว หรือผักผลไม้ทดแทนแล้ว บางสูตรยังเลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับผู้ที่แพ้กลูเตนในแป้งสาลี แพ้โปรตีนในนมวัว ให้สามารถเลือกนำไปลองปรุงรับประทานได้อย่างสบายใจขึ้นอีกด้วย พุดดิ้งขนมปังหรือพุดดิ้งร้อน ปกติแล้วจะเสิร์ฟขนมปังอบกับผลไม้และครีมสดเป็นเมนูที่มากด้วยพลังงานจากแป้ง น้ำตาลและไขมัน เราเลยนำมาปรับเปลี่ยนวัตถุดิบให้ดีต่อสุขภาพโดยใช้ขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาวเพื่อเพิ่มเส้นใยอาหาร เปลี่ยนน้ำตาลที่ผัดกับผลไม้เป็นน้ำผลไม้และน้ำผึ้งใช้น้ำเต้าหู้แทนนมสดเพื่อลดพลังงาน แถมยังเปลี่ยนครีมสดรสหวานมันเป็นโยเกริต์ รสเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ช่วยย่อยอาหาร เพียงเท่านี้ก็ได้พุดดิ้งแสนอร่อยและดีต่อสุขภาพแล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 6 ที่)
เตรียม 20 นาที ปรุง 30 นาที
ขนมปังโฮลวีตหั่นชิ้นพอคำ 120 กรัม
ผลไม้อบแห้ง เช่น ลูกเกด เอพริคอต แครนเบอร์รี่ 15 กรัม
น้ำแอ๊ปเปิ้ล 150 มิลลิลิตร
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล 170 มิลลิลิตร
กล้วยหอมสุกหั่นแว่น 1 ลูก
น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดพร่องมันเนย 1 ถ้วย
ถาดสำหรับอบทำจากแก้วหรือเซรามิกมีขอบสูง ขนาด 6 x 8 นิ้ว

วิธีทำ
1. อุ่น เตาอบด้วยไฟบน - ล่างไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
2. ต้มผลไม้อบแห้งกับน้ำแอ๊ปเปิ้ลและน้ำผึ้งจนเดือด ลดไฟลง เคี่ยวต่อสักพัก ปิดไฟยกลง พักให้เย็น
3. ใส่ขนมปังลงในถาดอบ ตักผลไม้ที่ต้มไว้ใส่ลงไปให้ทั่วถาดพร้อมกับกล้วยหอม ราดด้วยน้ำเต้าหู้และโรยน้ำตาล
4. นำเข้าอบประมาณ 10 - 15 นาทีจนกระทั่งขนมปังเหลือง รับประทานคู่กับโยเกิร์ต

Tip - สามารถใช้ผลไม้อบแห้งชนิดอื่นๆ แทนได้ เครปเค้กสูตรนี้นำข้าวเม่าไทยกลิ่นหอมมาใช้แทนแป้งสาลี โดยมาบดผสมกับน้ำมะพร้าว นม และครีมไขมันต่ำ ทำเป็นแป้งเครปแผ่นบาง ผสานกับครีมข้าวตอกรสมันแต่ให้พลังงานต่ำ เพราะใช้น้ำเต้าหู้และข้าวตอกปั่น รวมกับน้ำมันรำข้าวแทนครีมสด แล้วเติมรสหวานด้วยข้าวหมากแทนน้ำตาล เครปเค้กข้าวเม่าครีมข้าวตอกชิ้นนี้รับประทานกับซอสสตรอว์เบอร์รี่สดรสเปรี้ยวอมหวาน หรือจะรับประทานกับไอศกรีมน้ำมะพร้าวอ่อนก็อร่อยชื่นใจ

ส่วนผสม 
(สำหรับเค้ก 2 ปอนด์ หรือ 10 ชิ้น)
เตรียม 40 นาที ปรุง 1 ชั่วโมงครึ่ง (ไม่รวมเวลาแช่ครีมและพักแป้ง)

- ส่วนผสมแป้งเครปข้าวเม่า
ไข่ไก่เบอร์ 2 6 ฟอง
นมสดพร่องมันเนย 2 ถ้วย
Half Cream 3-4 ถ้วย
น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย
ข้าวเม่าแห้ง 150 กรัม
เกลือเล็กน้อย

- ส่วนผสมครีมข้าวตอก
ข้าวตอก 30 กรัม
น้ำมันรำข้าว 1 ถ้วย
น้ำเต้าหู้รสจืด 1 ถ้วย
ข้าวหมาก 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือเล็กน้อย

- ส่วนผสมอื่น ๆ
สตรอว์เบอร์รี่บดละเอียดนำไปตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวสักครู่ให้ข้น สำหรับราดหน้าขนม
ไอศกรีมน้ำมะพร้าวอ่อน
ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ทำแป้งเครปโดยบดข้าวเม่าให้ละเอียดด้วยเครื่องบดของแห้ง ร่อนแผ่นตะแกรงร่อนแป้งตาถี่ ชั่งให้ได้ 125 กรัม เตรียมไว้
2. ผสมไข่ นม Half Cream น้ำมะพร้าวและเกลือให้เข้ากัน ใส่ข้าวเม่าบดลงไป คนให้เข้ากันด้วยพายยาง พักไว้สักครู่ให้ข้าวอืดน้ำ
3. ตั้งกระทะเทฟลอนบนไฟอ่อน พอร้อนตักแป้งที่ผสมไว้ใส่ลงไป กลอกให้แป้งทั่วกระทะและหนาสม่ำเสมอกัน
4. พอขอบแป้งเหลืองใช้มุมตะหลิวหรือสปาตูลายกริมแป้งขึ้น โดยใช้สองนิ้วจับแผ่นแป้งนำมาวางบนจาน พักให้เย็น ปิดด้วยกระดาษไข แล้วทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนแป้งหมด
5. ทำครีมข้าวตอกโดยบดข้าวตอกให้ละเอียดด้วยเครื่องบดของแห้ง ร่อนผ่านตะแกรงร่อนแป้งตาถี่ ชั่งให้ได้ 22 กรัม เตรียมไว้
6. ปั่นน้ำมันรำข้าว น้ำเต้าหู้ ข้าวหมากและเกลือให้ละเอียดเนียนเข้ากันด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เทใส่อ่างผสม เติมข้าวตอกลงไป ใช้พายยางคนให้เข้ากัน นำไปแช่เย็นพักไว้ให้ครีมเซตตัวประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาปาดเครปเค้ก
7. ประกอบเค้กโดยวางแป้งเครปลงบนจานปาดครีมข้าวตอกบาง ๆ ให้ทั่วทั่งแผ่น วางแป้งเครปอีกแผ่นทับลงไป ปาดครีมข้าวตอกอีกครั้ง ทำอย่างนี้จนหมดแป้ง (จะได้ชั้นเครปประมาณ 20 - 22 ชั้น) พักขนมไว้ในตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมงให้ขนมเซตตัว นำออกมาตัดเป็นชิ้น ราดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่ ตกแต่งด้วยครีมข้าวตอกและใบสะระแหน่ ก่อนเสิร์ฟ

Tips
- ครีมข้าวตอกทำแช่เย็นเก็บไว้ได้ไม่เกิน 3 วัน
- แป้งเครปควรทอดใหม่ทุกครั้งที่ทำไม่ควรทอดเตรียมไว้ข้ามวัน เพราะจะแฉะเละ
- หากประกอบเค้กแล้วยังไม่ตัดชิ้น สามารถนำไปแช่เย็นได้ไม่เกิน 3 วัน กากผักและผลไม้ที่เหลือจากการคั้นน้ำส่วนใหญ่เราจะทิ้งแบบไร้ค่า แต่รู้หรือไม่ว่ากากพวกนี้ นอกจากอุดมด้วยเส้นใยอาหารช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีแล้ว ยังมีความหวานหลงเหลืออยู่ เราจึงหยิบมาทำเบเกอรี่สุดฮิตอย่างคุกกี้ แล้วปรับส่วนผสมแป้งสาลีเป็นข้าวโอ๊ตรสมันกลิ่นหอมพร้อมไฟเบอร์สูงแทนคุกกี้นี้จึงมีรสหวาน ไร้กลูเตน โดยไม่ต้องใส่น้ำตาลแม้แต่เม็ดเดียว

ส่วนผสม (สำหรับ 48 ชิ้น)
เตรียม 20 นาที ปรุง 30 นาที

ข้าวโอ๊ตบดหยาบ 150 กรัม
ผงฟู 1-2 ช้อนชา
เนยจืดที่อุณหภูมิห้อง 100 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 2 1 ฟอง
กากแครอตและแอ๊ปเปิ้ลเขียวจากเครื่องปั่น
น้ำผลไม้แยกกากรวมกัน 250 กรัม
ลูกเกดขาวสับหยาบ 50 กรัม
อัลมอนด์ผ่าซีกสำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ
1. อ่นุ เตาอบด้วยไฟบน – ล่างไว้ที่อุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส และเตรียมถาดอบปูกระดาษไขรองไว้
2. ตีเนยด้วยความเร็วปานกลางให้ฟูเป็นครีมจากนั้นใส่ไข่ลงไปแล้วตีให้เข้ากันอีกครั้งปิดเครื่อง
3. เคล้าข้าวโอ๊ตกับผงฟูให้เข้ากัน ใส่ลงในส่วนผสมในข้อ 1 จากนั้นคนส่วนผสมด้วยพายยางทั้งหมดให้เข้ากัน
4. ใส่กากผักและผลไม้ที่เตรียมไว้ลงไปพร้อมกับลูกเกด เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง
5. ตักขนมเป็นก้อนกลมขนาดเท่า ๆ กันใส่ถาดที่เตรียมไว้ เว้นระยะห่างเล็กน้อยใช้ส้อมกดให้แบนลง แต่งหน้าด้วยอัลมอนด์นำไปอบประมาณ 1 นาทีจนกระทั่งสุกเหลืองปิดไฟ นำออกจากเตา พักให้เย็น ก่อนเสิร์ฟ

Tip
- คุกกี้สามารถแช่เย็นเก็บไว้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนรับประทานควรอุ่นให้ร้อน น้ำอ้อย เครื่องดื่มรสหอมหวานจากธรรมชาติ ที่นอกจากจะดื่มเย็นให้ชื่นใจแล้วยังนำรสหวานของน้ำอ้อยมาทำเยลลี่เนื้อนุ่มละมุนลิ้น กินคู่กับพานาคอตต้านมพร่องมันเนยแบบไม่ใส่น้ำตาล แล้วเติมความพิเศษด้วยน้ำอ้อยเย็น ๆ กับฟรุตสลัดเข้าไปอีกนิด เรียกความสดชื่นได้ดีทีเดียว

ส่วนผสมพานาคอตต้า (สำหรับ 8 ที่)
เตรียม 25 นาที ปรุง 40 นาที 
(ไม่รวมเวลาแช่เย็น)

นมสดพร่องมันเนย 1-2 ถ้วย
Half Cream 11-2 ถ้วย
ผงเจลาติน 2 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ

- ส่วนผสมเยลลี่น้ำอ้อย
น้ำอ้อย 2 ถ้วย
ผงเจลาติน 2 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ

- ส่วนผสมอื่น
มะละกอสุกหั่นชิ้นพอคำ
สับปะรดหั่นชิ้นพอคำ
น้ำอ้อย
ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง
แก้วสำหรับใส่ขนม

วิธีทำ
1. ทำเยลลี่น้ำอ้อยโดยแช่เจลาตินในน้ำเย็นให้พองตัว ใส่น้ำเดือดลงไปคนให้ละลาย เทผสมกับน้ำอ้อย คนให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่จะเสิร์ฟ 1-4 ส่วนของแก้ว นำไปแช่เย็นพอให้เซตตัว
2. ทำพานาคอตต้าโดยอุ่นนมและ Half Cream พอร้อน และแช่เจลาตินในน้ำเย็นให้พองตัว ใส่น้ำเดือดลงไป คนให้ละลาย เทผสมกับนมที่อุ่นไว้ คนให้เข้ากันพักให้ส่วนผสมเย็นสนิท
3. เทส่วนผสมข้อ 2 ใส่ลงไปในแก้วที่มีเยลลี่น้ำอ้อยในปริมาณเท่ากับเยลลี่ นำกลับไปแช่เย็นให้เซตตัวดีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
4. ได้พานาคอตต้าที่เซตตัวดีแล้ว ก่อนเสิร์ฟวางมะละกอและสับปะรดลงไปบนหน้าขนมราดน้ำอ้อยเล็กน้อย แล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่

Tips
- Half Cream เป็นวิปปิ้งครีมที่ผลิตจากนมวัวพร่องมันเนย หาซ้อื ได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป
- ผลไม้สดที่กินคู่กับพานาคอตต้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบ
(0)
Share
HealthCuisine
3055
FOLLOWER

แครมบรูเล่ไข่ขาวนมอัลมอนด์

"ปกติแล้วแครมบรูเล่จะใส่ไข่แดง นม ครีม และน้ำตาลเป็นหลัก แต่สูตรนี้ปรับมาใช้ส่วนผสมที่ช่วยให้แครมบรูเล่ถ้วยนี้โลว์แคลอรีสุดๆ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ไข่ขาวแทนไข่แดง ใช้นมอัลมอนด์แทนนมสดและครีมโดยไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม เพราะจะได้รสหวานจากน้ำตาลหน้าขนมอยู่แล้ว
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
เตรียม 15 นาที ปรุง 35 นาที
ไข่ไก่เบอร์ 0 (เฉพาะไข่ขาว) 4 ฟอง
อัลมอนด์ดิบ 150 กรัม
น้ำเปล่า 11-2 ถ้วย
วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายไม่ฟอกสีสำหรับโรยหน้า
ราสป์เบอร์รี่สดและใบสะระแหน่สำหรับแต่งหน้า
ถ้วยเซรามิกชนิดเข้าเตาอบได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 - 4 นิ้ว
ถาดอบที่มีขอบสูงประมาณ 1 1/2 นิ้ว
กระชอนตาถี่
ผ้าขาวบาง
วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบด้วยไฟบน – ล่างไว้ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ทำนมอัลมอนด์โดยปั่นอัลมอนด์กับน้ำให้ละเอียด กรองด้วยกระชอนตาถี่ ตวงให้ได้ 1 ถ้วย ผสมกับไข่ขาวแล้วคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน เติมวานิลลาลงไป คนเล็กน้อยนำไปตุ๋นบนน้ำเดือดให้ข้น ยกลงจากเตา
3. เทใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ นำไปเรียงใส่ถาดยกเข้าเตาอบ ก่อนปิดเตาเติมน้ำลงไปในถาดให้สูงครึ่งหนึ่งของถ้วย อบประมาณ 20 นาที พอหน้าขนมตึง ปิดเตา พักขนมไว้ในเตาให้คลายร้อนประมาณ 30 นาที
4. พอขนมเริ่มเย็น นำออกมาจากเตาโรยหน้าด้วยน้ำตาลไม่ฟอกสี นำเข้าอบด้วยไฟบนอีกครั้งให้น้ำตาลละลายจนเป็นสีเหลืองทอง แต่ถ้ามีเครื่องพ่นไฟ (Torch) สามารถใช้พ่นหน้าขนมแทนได้
5. พักให้หน้าขนมเย็นสักครู่ แล้วแต่งด้วยราสป์เบอร์รี่และใบสะระแหน่ ก่อนเสิร์ฟ
Tips
- วิธีการอบแบบหล่อน้ำจะช่วยให้ขนมไม่แห้งและไหม้
- หากเอาขนมออกมาจากเตาขณะร้อนจะทำให้ขนมหดตัวและหน้าแตก"
1 KEEP
HealthCuisine
0 LOVES
COMMENT