เปิดตำนานร้านโหด!!! รวมสุดยอดร้านอาหารที่ได้ชื่อต้องกินก่อนตายของมหาลัยต่างๆ ไก่มะเร็ง น้ำมันพันปี 
ร้านไก่มะเร็ง น้ำมันพันปี ร้านนี้อยู่คู่กับ มศว.ประสานมิตรมาอย่างยาวนาน ละติจูดของร้านอยู่ตรง รร.สาธิตฝ่ายประถม ใครได้ลิ้มลองเป็นอันต้องร้อง บ้างก็ซี้ด บ้างก็อี๋ บ้างก็อึ่ม แล้วแต่ความคาดหวังของผู้ได้ชิม ฉายาไก่มะเร็งน้ำมันพันปีไม่ได้ได้มาจากโชคช่วยแน่นอน การบ่มน้ำมันที่เคี่ยวมาเป็นอย่างดีนับๆ แล้วผ่านฝนผ่านหนาวมาแล้วหลายพรรษา ทำให้ไก่มีรสชาติที่พิเศษ แปลกไปจากไก่ทอดทั่วๆ ไป ขนาดผู้พันแซนเดอร์ยังอาย ความกรอบนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย แทบไม่มี ไก่เหนียวยังกับยางในรถจักรยาน แต่ขอโทษสรรพคุณขนาดนี้ทางร้านก็ยังขายดีขนาดที่ว่าส่งลูกจบนอก ลึกๆ แล้วลุงแกอาจจะเป็นมาร์เก็ตติ้งที่สุดยอดหาตัวจับยากลองมองไปรอบๆสิ มีใครหน้าไหนสร้างชื่อเสียงของร้านตัวเองได้จากความไม่อร่อย ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาช้านาน ไม่ว่าเพื่อนคนไหนหวนกลับไปแถวมหา’ลัยอีกครายังคงถ่ายรูปกับลุงแกอยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่ไก่ทอดของลุงแกก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยน เหนียวนอก หนืดใน กลิ่นหืน ทอดอีก 10 รอบก็ไม่กรอบ เราอยากท้าให้คุณไปพิสูจน์ อร่อยให้ถีบ
ร้าน ข้าวตายาย เปิด ตี 2 ถึง 8 โมงเช้า ร้านตั้งอยู่ในซอยรังสิตภิรมย์ (ซอยหอข้างม.กรุงเทพ) ใต้หอ สกายวิว เป็นร้านข้าวแกงบรรยากาศบ้านๆ หนึ่งห้องเล็กๆ และที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านฝากท้องของเหล่านักท่องราตรีทั้งหลายที่หิวโซไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง จะต้องหิ้วท้องมาที่ร้านข้าวแกงตายายร้านนี้ เจ้าของร้านคือตายายคู่หนึ่ง ที่ทำข้าวแกงมาเป็นหม้อๆ มีกับข้าวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสะตอผัดพริก พะแนงหมู ไข่เจียวทรงเครื่อง ต้มจืด หมูกรอบ แต่ที่พิเศษสำหรับร้านนี้ คือคุณจะได้นั่งดูสาวๆ สวยๆ ออกอาการเมารั่วเป็นกับแกล้ม บางคนก็ออกลีลาเต้นยับเป็นหมูสะดุ้งหรือกุ้งเต้นในร้านข้าวแกง แต่ถ้าวันไหนคุณไปแล้วแจ๊คพ็อตจริงๆ คุณจะได้ดูกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนตีกันให้ดูแบบสดๆ แบบริงไซด์ภายในร้านแบบเต็มตายิ่งกว่า 40 Max เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้นและความเร้าใจ เชิญร้านข้าวแกงตายาย 
หนวดชวนชิม ร้านมิ่งหลี มหาวิทยาลัยศิลปากร (ท่าพระ) 
ร้านเลยประตูมมหา’ลัยไปสองสามสี่บล็อก เจ้าของเป็นคนจีนโบราณ เฮี้ยนมากเรื่องไม่สนลูกค้า บางทีโต๊ะว่างคาตา บอกเต็มแล้วสงสัยรวยไม่อยากได้เงิน เขาบอกต่อๆ กันมาว่าบางทีรับแต่คนรู้จัก โครตเชี่ยอ่ะ แต่พวกรุ่นพี่ อาจารย์มหา’ลัยก็ชอบมานั่งจิบเบียร์กัน การจะได้นั่งร้านเจ๊แกอันดับแรกเลยคือ ต้องแต่งตัวซกมกมอมๆ ‘ติสท์แตกยิ่งต้องรับเลยนะ แบบพวกขาจร คุณหนู คุณนาย บางทีอาจไม่ได้แดก หลังจากเสื้อผ้าหน้าผมผ่านแล้วไปถึงหน้าร้านต้องเล็งดีๆ ถ้ามีโต๊ะว่างให้รีบเข้าไปนั่งทันที ห้ามเหวอ หยิบเมนูแล้วสั่งเหมือนกูเคยกินกับเจ๊มานานเป็นขาประจำสั่งอะไรต้องให้แม่น ถ้าถามมากเจ๊จะเดินจากไปเลย หรือถ้าไม่อยากสนทนากับเจ๊แกมากก็ตรงเข้าไปหยิบกระดาษที่เขาวางไว้บนเคาน์เตอร์มาจดเลยนะ 
กฎเหล็กของร้านคือ มันจะมีโต๊ะหนึ่งในร้านที่มีป้ายเก่ามากเขียนว่า ‘จองแล้ว’ มาวางเป็นสิบชาติ ห้ามเสนอหน้าไปนั่งเลยนะ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะถามว่าทำไม ไม่งั้นมึงอาจจะกระเด็นออกมาอยู่นอกร้าน แต่เรื่องนี่ก็นานมาแล้วไม่รู้สมัยนี้นั่งได้หรือยัง อาหารเด็ดของเจ๊แกคือ สตูลิ้นวัว, เนื้อประเทือง, หมี่กรอบ, ท่องจำเอาไว้เลยนะเด็กๆ จะได้ไม่ต้องไปไฝ้กับเจ๊แก 
ชาบู โบราณ ธรรมศาสตร์รังสิต จะมีร้านหนึ่งชื่อร้านลุงเชี่ย นี่ชื่อร้านเขาจริงๆ คือลุงเป็นเชี่ยไรไม่รู้ ไม่ว่าวันนั้นจะมีสาวๆ เข้ามาร้านแกมากแค่ไหนแกก็จะขายของโดยไม่เคยใส่เสื้อดูแกภูมิใจกับ 1 Pack ของแกมาก ร้านนี้เหมาะมากกับวันที่ร้านเหล้าแถวม.มีตำรวจลง หรือไม่ก็คนเยอะมากจนไม่มีที่ไป วันเลือกตั้งหรือวันพระใหญ่ ลุงแกก็ไม่เคยสนใจเชี่ยอะไรเลย ตั้งหน้าตั้งตาขายเบียร์ พร้อมกับแกล้มอาหารป่าผสมหนวดแมลงสาบของลุงไป ร้านลุงแกปราบเซียนมาแล้วนักต่อนัก ใครได้เข้ามาไม่ว่าจะดื่มหรือไม่ เมื่อเข้าไปนั่งยังไงก็เมา สั่งของอะไรมาแดกก็หมดไม่รู้ด้วยรสชาติบรรยากาศหรืออะไร ใครอยากลองของแปลก เอ๊ย!! ของป่าเรียนเชิญได้ ร้านของลุงแกอยู่ใต้สะพานตรงข้ามม.ฝั่งเชียงราก ตัวร้านบรรยากาศเป็นกันเองไม่มีเพลงฟัง นั่งเศร้าๆ เคล้าไปกับแสงสลัวๆ ปนกับกลิ่นอับชื้นของร้าน เชี่ยกระทั่งชื่อขนาดนี้แต่ก็ยังมีคนมา ไม่รู้แกลงมนต์เสน่ห์อะไรไว้ ทอม ดอก มาม่าป้าเอม...มาม่าแห้งหน้าแปลกๆ แล้วราดซอสกับมายองเนสเยอะๆ ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่ในคณะวิศวกรรม ลาดกระบัง ด้วยความที่แต่ละคณะของลาดกระบังจะอยู่คนละที่กันเลยไม่ค่อยเดินข้ามคณะหากันสักเท่าไหร่ มันเลยไม่ถือเป็นร้านของมหาวิทยาลัย แบ่งเขตกันโดยสมบูรณ์ แต่กระนั้น...เด็กคณะอื่นก็ชอบมากินนะ แต่ต้องแลกกับการโดนสายตาวิศวะฯ เถื่อนๆ นับสิบจ้อง แซวและถามชื่อ ขอเบอร์ตามนิสัยประจำคณะ ตอนแรกๆ เข้ามาก็งงๆ รุ่นพี่บอกว่าเดี๋ยวพาไปเลี้ยง ‘มาม่าป้าเอม’ ก็งงๆ ว่ารุ่นพี่จะเลี้ยงทั้งที ขอดีกว่ามาม่าได้ไหววะ จริงๆ คือร้านป้าเขาดังมาก ทั้งชื่อและเสียงของป้า ป้าเอมเป็นอาเจ๊อวบๆ เสียงแหลมๆ ดังๆ ระดับเสียงขอใช้คำว่าตะโกนคุยกัน เมนูร้านป้าที่ดังๆ ก็ตามชื่อเลย...มาม่า แต่บางคนราดซอส...มะเขือเทศ พริก มายองเนส แล้วแบบว่า...เมิงเรียกว่าแดกซอสเถอะ อย่าเรียกว่ามาม่าเลย ที่วิศวะฯ ป้าแกตั้งชื่อเมนูตามภาควิชา มาม่าป้าแกก็เลยหลากหลายวาไรตี้สุดๆ เพราะลาดกระบังมีภาควิชาเป็นสิบ โดยเราสามารถเลือกรสได้ว่าจะเอามาม่ารถอะไร ป๊อปแบบเบสิกต้องมาม่ารสต้มยำกุ้ง ป๊อปแต่หมดเร็วก็รสหอยลายผัดฉ่า สรรพคุณที่โด่งดังกว่ามาม่าคือ ‘ความดุ’ (นี่พิมพ์ปุ๊บ ทั้งหน้าป้าทั้งเสียงป้าก็ลอยเข้ามาในหัวเลย) คือด้วยการที่ร้านเป็นซุ้มเล็กๆ ป้าเลยไม่ยอมให้ใครมายืนออหน้าร้าน ข้อควรจำคือ มาถึงหน้าร้านต้องสั่งเลย ยืนนิ่งๆ ปุ๊บป้าแกด่าทันที หึหึ... “นี่! เธอ! จะสั่งอะไร เร็วๆ เกะกะหน้าร้าน” ..เอ้า กูผิดเลย ขอเวลาสำนึกแป๊ปหนึ่งเวลาจะจ่ายตังค์ก็ต้องรีบเช่นกัน แต่ป้าแม่งก็ดันมีเมนูราคาแปลกๆ 12 บาท กว่า จะหาเศษ 2 บาทนี่โดนด่าไปแล้วแปดตลบ สั่งเสร็จแล้วต้องไปยืนรอไกลๆ ด้วยนะ เกะกะ ทำเสร็จแล้วเดี๋ยวป้าตะโกนบอก ถ้ากินที่ร้านก็ต้องไปล้างชามที่หลังร้านเอง ทั้งหมดนี้มีป้าย ‘วิธีปฏิบัติในการสั่งอาหาร’ บอกไว้ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วป้าแกก็ใจดีใครไม่มี 5 บาท ขอติดค่าน้ำกับป้าไว้ก่อนได้ หลังๆ ป้าแกเริ่มครีเอทหาอย่างอื่นมาขายเพิ่ม นอกจากเมนูมาม่า ก็มี...ซาลาเปา แซนด์วิชหมี่เกี๊ยว แต่แบบ...รอนานมากก ลูกค้าเยอะ แต่ป้าก็ ‘ติสท์แดก บอกว่ารอไม่ไหวให้ไปกินที่อื่น ถามว่ารอมั้ย... ก็รอ ป้าเอมมีเฟซบุ๊คของตัวเองด้วย ทุกคนก็ช่วยกันแชร์ถึงขั้นมีเพจป้าเอมให้ไปกดถูกใจ หลังๆ ป้าเริ่มมาโฆษณาเมนูในเฟซฯ พรุ่งนี้มีไข่ต้ม มีเมนูพิเศษ มีเล่นเกมกินฟรี 5 คน ว่างๆ ป้าก็มาเวิ่นอะไรไม่รู้ เอ๊ย บาปกินหัวไม่นินทาป้าละ...ปล.ตอนหลังด้วยภาควิชาที่มากขึ้นจนจะเป็น 20 อยู่ละ ป้าเลยมาโพสต์ในเพจว่า ภาคไหนไม่มีในชื่อเมนูมาม่า มาบอกป้า เดี๋ยวป้าจัดให้ 
Dukduy วิศวะฯ ลาดกระบัง จะว่าไปก็นานแล้วสมัยที่กูเรียนจุฬาฯ ที่โรงอาหารประจำคณะมีร้านข้าวอยู่ร้านหนึ่งที่โดดเด่นเป็นปัจเจกมากๆ ด้วยความที่ว่าฮวงจุ้ยร้านแกดี เดินเข้าโรงอาหารปุ๊บแม่งเจออยู่ตรงกลางทางเดินเด๊ะ แถมพี่คนขายแม่งก็มนุษยสัมพันธ์ดีสัส จำชื่อนิสิตได้ทุกคนอย่างกับมีข้อมูลจากทะเบียนคณะมาไว้ในสมอง ร้านแกจะขึ้นชื่ออยู่สองอย่าง หนึ่งคือเรื่องการ PR คนขายยิ้มแย้ม คุยเก่ง เป็นกันเอง สองคือ เรื่องของอุณหภูมิอาหาร ทุกเที่ยงเรามักชินกับเสียงแกที่ทักทายนิสิตที่เดินผ่านไปผ่านมา พร้อมกับพูดสโลแกนประจำร้านว่า “เข้ามาเลยค่า หยิบไปเลย เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ ทุนจานเลยค่า ร้อนทุกจานเลย” ครั้งแรกที่ไปกินร้านแก จับจานปุ๊บ เชี่ย แม่งร้อนจริงๆ ด้วย สรุปเลยจัดข้าวผัดอเมริกันหนึ่งจาน หน้าตาก็น่ากินดี ซื้อน้ำ หยิบช้อนส้อมปุ๊บ จั่วข้าวมาแดกคำแรก แม่ง เย็นสัส ของข้างในแม่งชืดหมดแล้ว ตอนแรกกูเสียอารมณ์มากๆ แต่มาคิดอีกที พี่แกก็ไม่ได้โกหกอะไรนี่หว่า ก็ร้อนทุกจานจริงๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ กูก็ยังแดกร้านเขาจนจบปีสี่นั่นแหละ คือถ้าไปรู้จักกันแล้ว ไม่ไปแดกมีงอนนะมึง แล้วขอคอนเฟิร์ม ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนจนจบ อาหารเขา ‘ร้อนทุกจาน’ จริงๆ 
ภิญญุดา ตันเจริญ
(2)
Share
damn
Keep by damn
1106
FOLLOWER

เปิดตำนานร้านโหด!!! รวมสุดยอดร้านอาหารที่ได้ชื่อต้องกินก่อนตายของมหาลัยต่างๆ

"ไก่มะเร็ง น้ำมันพันปี
ร้านไก่มะเร็ง น้ำมันพันปี ร้านนี้อยู่คู่กับ มศว.ประสานมิตรมาอย่างยาวนาน ละติจูดของร้านอยู่ตรง รร.สาธิตฝ่ายประถม ใครได้ลิ้มลองเป็นอันต้องร้อง บ้างก็ซี้ด บ้างก็อี๋ บ้างก็อึ่ม แล้วแต่ความคาดหวังของผู้ได้ชิม ฉายาไก่มะเร็งน้ำมันพันปีไม่ได้ได้มาจากโชคช่วยแน่นอน การบ่มน้ำมันที่เคี่ยวมาเป็นอย่างดีนับๆ แล้วผ่านฝนผ่านหนาวมาแล้วหลายพรรษา ทำให้ไก่มีรสชาติที่พิเศษ แปลกไปจากไก่ทอดทั่วๆ ไป ขนาดผู้พันแซนเดอร์ยังอาย ความกรอบนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย แทบไม่มี ไก่เหนียวยังกับยางในรถจักรยาน แต่ขอโทษสรรพคุณขนาดนี้ทางร้านก็ยังขายดีขนาดที่ว่าส่งลูกจบนอก ลึกๆ แล้วลุงแกอาจจะเป็นมาร์เก็ตติ้งที่สุดยอดหาตัวจับยากลองมองไปรอบๆสิ มีใครหน้าไหนสร้างชื่อเสียงของร้านตัวเองได้จากความไม่อร่อย ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาช้านาน ไม่ว่าเพื่อนคนไหนหวนกลับไปแถวมหา’ลัยอีกครายังคงถ่ายรูปกับลุงแกอยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่ไก่ทอดของลุงแกก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยน เหนียวนอก หนืดใน กลิ่นหืน ทอดอีก 10 รอบก็ไม่กรอบ เราอยากท้าให้คุณไปพิสูจน์ อร่อยให้ถีบ"
1 KEEP
damn
2 LOVES
poommarin
tleaha
COMMENT