คุณอ้อม - ชรีนา ง่วนสำอาง เจ้าของและผู้ก่อตั้ง "ครัวใส่ใจ" จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ 
“เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เราก็ไปตรวจสุขภาพกันตามปกติ บังเอิญไปเจอก้อนเนื้อ ก้อนเท่าประมาณลูกเทนนิสอยู่ในท้องของสามี โดยที่ไม่ได้มีอาการอะไรมาก่อนเลย หมอก็แนะนำว่ายังไงก็ต้องผ่านะเพราะก้อนมันใหญ่มาก จะไปเบียดอวัยวะอื่น ก็ผ่าด้วยความรู้สึกที่ยอมรับว่าตกใจ เราไม่เคยนึกถึงคำว่ามะเร็ง จริงๆ แล้วคนใกล้ตัวเราก็ไม่มี พอผ่าไปแล้วหมอชักทำสีหน้าไม่ค่อยดี แล้วจึงเอาไปตรวจ สำหรับคนทั่วไปเวลาไปตรวจ 7 วันก็จะรู้แล้วว่าก้อนเนื้อก้อนนี้เป็นมะเร็งหรือก้อนเนื้อธรรมดา ปรากฏของเราได้รับคำตอบว่าฟันธงไม่ได้ขอเอาไปเทสต์อีก 7 วัน เราฟังอยู่อย่างนี้เกือบ 2 เดือน ส่งแล็บในเมืองไทย 7 แห่ง จริงๆ แล้วหมอทราบแล้วแหละว่าเป็นมะเร็งแน่ๆ แต่มารู้ว่าเป็นมะเร็งชนิดที่เมืองไทยไม่ค่อยพบ และทั้งโลกก็เพิ่งพบเมื่อไม่กี่ปีเท่านั้นเอง คือ มะเร็งต่อมไร้ท่อ” เมื่อบททดสอบสำคัญมาถึง เธอจึงต้องรับมืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการหันมาดูแลสุขภาพของสามีที่เธอรัก รวมไปถึงวิถีชีวิตของตัวเองและครอบครัวเสียใหม่ โดยบาลานซ์ชีวิตคนเมืองกับวิถีรักสุขภาพได้อย่างลงตัว
 ‘ครัวใส่ใจ’ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ หากมีคำถามหนึ่งคำถาม ว่าในหนึ่งชีวิตของคุณนั้น ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ จะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องชีวิตส่วนตัว คำตอบของแต่ละคนส่วนแตกต่างกันออกไป... แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่อาจละเลยหรือมองข้ามไปได้ นั่นก็คือ การให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต แต่ในสภาพสังคมปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการดำเนินชีวิต วิถีชีวิตที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบของการรับประทานอาหารที่ละเลยสุขภาพ รูปแบบของการใช้ชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วนส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายที่ซึ่งเป็นองค์รวมสำคัญที่เราไม่อาจละเลย กุลสตรีฉบับนี้ เรานำคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักทางเลือกใหม่ของการใส่ใจสุขภาพร่างกาย ที่ถึงแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราอยากเน้นย้ำให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณ จาก ‘ครัวใส่ใจ’ อาหารออร์แกนิกไร้สารพิษ สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กับ คุณอ้อม –ชรีนา ง่วนสำอาง เจ้าของและผู้ก่อตั้ง ‘ครัวใส่ใจ’ พื้นที่ใหม่ของคนรักสุขภาพ ก่อนจะมาเป็น ‘ครัวใส่ใจ’ คุณอ้อมเล่าถึงที่มาและจุดเริ่มต้นสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอและครอบครัวไปโดยสิ้นเชิง... ก่อนหน้านี้เธอคือคนเมืองโดยสมบูรณ์ เรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ใช้ชีวิตแบบคนเมืองโดยแท้ทำงานในองค์กรใหญ่ในตำแหน่ง Consultant ให้กับบริษัทต่างประเทศ มีชีวิตครอบครัวที่ดี ได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก ใช้ชีวิตเพื่อความเจริญก้าวหน้าในอนาคตเฉกเช่นคนเมืองทั่วไป แต่แล้วสัญญาณบอกเหตุแรกก็มาถึง... บาลานซ์ชีวิตให้ลงตัว 
“จริงๆ เวลาที่เราเป็นมะเร็ง ข้อมูลไหลมามากเลย ทั้งไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สมุนไพร ทุกสิ่งอย่าง แต่เราก็เลือกด้วยแบคกราวน์ที่เราคิดว่าวิทยาศาสตร์มันก็เมคเซนส์ แล้วมันก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากมากเกินไปในการใช้ชีวิต เพราะแฟนอ้อมก็น่ารัก เขามองโลกในแง่ดี คือถ้าจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตถึงขั้นว่าจะต้องไปอยู่ต่างจังหวัด กินแต่ผักแต่หญ้า ไม่พบปะผู้คน ไม่ทำอะไรเลย นั่นก็ไม่ใช่ชีวิต มันก็สร้างความเครียดอีกแบบหนึ่ง เรื่องงานจะไม่ทำงานประจำก็ได้ แต่การที่ไม่ทำงาน ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ได้สร้างคุณค่าให้ใครเลย สามีเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะอยู่แบบนี้ไปได้อีกหลายสิบปี เพราะอย่างนั้นมันก็คือการบาลานซ์ระหว่างการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่เราใช้มาตลอด 30 กว่าปี กับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นที่มาของใส่ใจ” จุดเริ่มต้น ‘ใส่ใจ’ 
“ใส่ใจเริ่มมาจากพอเราเริ่มต้นศึกษาว่าจะทำอย่างไร ใน 6 เดือนแรก ที่สามีเขาจะทานสตริคมากๆ เราจะตัดโปรตีนทุกอย่าง และผักต้องสะอาด ปลูกโดยไม่ใช้เคมีใดๆ ในทุกขั้นตอน แรกเริ่มเดิมทีคืออ้อมซื้อ โดยยึดคอนเซ็ปต์หยุดเอาพิษเข้าร่างกายก่อน ซึ่งก็หมายถึงการไม่ทานผักที่ปลูกกับสารเคมี พวกมีฮอร์โมนเร่งทั้งหลาย จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เป็นเรื่องเบสิกที่รู้กันอยู่แล้ว ความยากของมันคือ เราจะครีเอทเมนูอย่างไร ให้คนทานเขารู้สึกว่าเขาแฮปปี้ที่จะได้ทาน เราก็เริ่มมาจากการทำกับข้าวเอง แล้วอ้อมก็โชคดีที่มีแม่ครัวที่ใช้ได้แล้วอ้อมได้สอนเขา ให้เขาทำตามที่เราบอก จนมาถึงเราเริ่มสนุกกับการหาวัตถุดิบ เริ่มสนุกกับการคิดสูตรอาหาร” เมื่อสนุกกับการทำอาหารให้กับคนที่เธอรัก แต่มีข้อจำกัดด้านเวลาในการทำอาหารในช่วงกลางวัน คุณอ้อมจึงตัดสินใจเซ็ตครัวขึ้นมาในพื้นที่เล็กๆ ในซอยวิภาวดี 22 เพื่อทำอาหารสุขภาพเพื่อส่งไปที่ออฟฟิศของเธอที่อยู่ไม่ไกล และแทนที่จะทานกันสองคน เธอและสามี เพื่อนๆ ในออฟฟิศของเธอก็ได้ทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยเช่นกัน ประกับกับที่เธอได้มีโอกาสไปต่างจังหวัดในช่วงเสาร์ อาทิตย์ และรู้จักกับเครือข่ายเกษตรกรที่ปลูกพืชผักอินทรีย์ จึงได้วัตถุดิบปลอดสารพิษชั้นดีมาประกอบอาหาร ทำให้กลุ่มคนรักสุขภาพทั้งครอบครัวคนใกล้ตัว และเพื่อนๆ ของเธอนั้นขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใส่ใจวัตถุดิบ 
“เนื่องจากเราไม่ใช้ผักที่มีเคมีเลย เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถไปเร่งเขาได้ค่ะ ดังนั้น เราจะคุยกับเกษตรกรก่อนว่า ในเดือนหน้าเขาคิดว่าจะมีผักอะไรบ้าง แล้วเราก็จะเซ็ตเมนูตามนั้น ให้ลูกค้าทานของตามฤดูกาล อย่างเช่นฤดูหนาว ผักใบจะงาม ในฤดูฝนก็จะเป็นผักบุ้ง ผักปลัง ในขณะเดียวกัน พอเซ็ตเมนูไปแล้ว ถึงมันอาจจะไม่ได้มีหน้าตาอย่างที่เราคิดไว้ ยกตัวอย่างแกงส้ม เปิดมาอาจจะไม่เหมือนกันสักวัน อย่างเช่น บางวันเป็นแกงส้มมะละกอ แกงส้มมะรุม อย่างฤดูนี้จะเป็นแกงส้มสายบัว อย่างเวลาลูกค้าเดินเข้ามา เราไม่มีเมนูให้เลือก เราก็บอกว่าวันนี้มีอะไรบ้าง ถ้าทานไม่เป็น เราก็จะถามว่าทานอะไรได้บ้าง ถ้าอยากทานผัดผักก็ไปชี้ได้เลยว่าจะเอาต้นไหน” ใส่ใจคุณภาพ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 
“จริงๆ คอนเซ็ปต์ของใส่ใจ เราพยายามจะลิงค์เรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใส่ใจสุขภาพ และเรื่องของบุญกุศล เพราะอ้อมคิดว่า 3 อย่างนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้คนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เราทำจะอยู่ในคอนเซ็ปต์นี้ ถามว่าทำไมเราใช้ปิ่นโต ไม่ใส่กล่อง เพราะเรารู้สึกว่าเราต้องดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย กล่องโฟมนี่ไม่มีทางได้เห็นจากบ้านอ้อม ถ้าเกิดไปซื้อของแล้วมีกล่องโฟม เราเลือกที่จะไม่ทาน เราจะเอากล่อง เราถุงผ้าเราไปเอง ที่ร้านเราก็เช่นเดียวกัน คุณมาทานกับเราต้องมีปิ่นโตมา เรามีให้ยืม ให้เช่า คือเราทำแล้วต้องครบวงจร ขยะต้องแยก มีขยะสดต้องเอามาทำเป็นปุ๋ย พยายามทำให้เกิดขยะน้อยที่สุด” กิจกรรมบ้านเรียนรู้ใส่ใจ 
“นอกจากทำอาหารปิ่นโตส่ง อีกพาร์ทหนึ่งในช่วงเสาร์ อาทิตย์ อ้อมจะจัดเป็นกิจกรรมสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กในเมืองมีโอกาสสัมผัสกับชีวิตแบบนี้ กิจกรรมก็มีหลากหลายค่ะ ถ้ากลุ่มเด็กเล็ก ก็จะทำอย่างไรให้เขาสนุก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกม เรื่องของชื่อผัก ประโยชน์ของผัก เป็นศิลปะ ในการที่จะเอาธรรมชาติมาทำงานศิลปะ สีก็ใช้สีธรรมชาติ ถ้าเป็นในเรื่องของนิทาน เราก็เอานิทานเข้ามาจับ เป็นนิทานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ต้นไม้ พอเด็กโตขึ้นมาอีกนิด เราก็จะให้เขาได้เรียนรู้ และลงมือทำ อย่างกิจกรรมล่าสุด เราเรียกว่าเกษตรกรน้อยในเมือง ก็จะจำลองชีวิตว่าเกษตรกรจะต้องทำอะไรบ้าง ให้เด็กได้ปลูกผัก ดำนา โดยทำแปลงนาเล็กๆ ให้เขา แล้วนำผักที่ได้จากแปลงและไข่ที่ได้มาสร้างสรรค์เมนูในแบบของเขา แต่เราก็จะสอดแทรกวิถีชีวิตสมัยก่อนไปด้วย เช่น การจุดเตาถ่าน หุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ การทานข้าวในกระทงใบตอง หรือกิจกรรมตลาดน้อยพอเพียง ให้เขาเปลี่ยนมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า ขายของที่เขาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น ขนมครก ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ งานศิลปะจากใบลาน แล้วให้นำมาแลกเปลี่ยนกัน การขายของเราไม่ใช้เงินนะ เราใช้เบี้ย ทุกอย่างเราก็จะสอดแทรกวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนว่าต่างจากชีวิตในสมัยนี้ที่ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร” สำหรับท่านใดที่สนใจบริการ ‘ปิ่นโตใส่ใจ’ สามารถอ่านรายละเอียดของบริการได้ที่ www.saijaihealthyfood.com ซึ่งมีเมนูให้เลือกสรร ทั้งเมนูอาหารชุดเพื่อสุขภาพ เมนูเพื่อสุขภาพแบบจานเดียว และอาหารชุดลดโลก (โรค) ร้อน ซึ่งเป็นอาหารที่ปรับสมดุลร่างกายเพื่อบรรเทาโรคและลดอาการไม่สบายต่างๆ โดยคุณสามารถดาวน์โหลดรายการอาหารประจำเดือนได้จากเว็บไซต์ข้างต้น รวมทั้งสามารถสั่งอาหารได้ทั้งแบบรายเดือนและรายวัน ที่คุณสามารถนำภาชนะมาใส่อาหารเองได้ หรือสามารถเช่าปิ่นโตเก็บความร้อนที่ครัวใส่ใจมีบริการ แถมท้ายด้วยบริการรับจัดเลี้ยง และของว่างเป็นกล่อง ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งอาหารได้ที่ 0-2938-8534, 08-7915-3440
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

คุณอ้อม - ชรีนา ง่วนสำอาง เจ้าของและผู้ก่อตั้ง "ครัวใส่ใจ"

"จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
“เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เราก็ไปตรวจสุขภาพกันตามปกติ บังเอิญไปเจอก้อนเนื้อ ก้อนเท่าประมาณลูกเทนนิสอยู่ในท้องของสามี โดยที่ไม่ได้มีอาการอะไรมาก่อนเลย หมอก็แนะนำว่ายังไงก็ต้องผ่านะเพราะก้อนมันใหญ่มาก จะไปเบียดอวัยวะอื่น ก็ผ่าด้วยความรู้สึกที่ยอมรับว่าตกใจ เราไม่เคยนึกถึงคำว่ามะเร็ง จริงๆ แล้วคนใกล้ตัวเราก็ไม่มี พอผ่าไปแล้วหมอชักทำสีหน้าไม่ค่อยดี แล้วจึงเอาไปตรวจ สำหรับคนทั่วไปเวลาไปตรวจ 7 วันก็จะรู้แล้วว่าก้อนเนื้อก้อนนี้เป็นมะเร็งหรือก้อนเนื้อธรรมดา ปรากฏของเราได้รับคำตอบว่าฟันธงไม่ได้ขอเอาไปเทสต์อีก 7 วัน เราฟังอยู่อย่างนี้เกือบ 2 เดือน ส่งแล็บในเมืองไทย 7 แห่ง จริงๆ แล้วหมอทราบแล้วแหละว่าเป็นมะเร็งแน่ๆ แต่มารู้ว่าเป็นมะเร็งชนิดที่เมืองไทยไม่ค่อยพบ และทั้งโลกก็เพิ่งพบเมื่อไม่กี่ปีเท่านั้นเอง คือ มะเร็งต่อมไร้ท่อ” เมื่อบททดสอบสำคัญมาถึง เธอจึงต้องรับมืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการหันมาดูแลสุขภาพของสามีที่เธอรัก รวมไปถึงวิถีชีวิตของตัวเองและครอบครัวเสียใหม่ โดยบาลานซ์ชีวิตคนเมืองกับวิถีรักสุขภาพได้อย่างลงตัว"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT