ขั้นตอนสุดท้าย นึ่งปั้นขลิบให้สุก ก็พร้อมเสิร์ฟ เมื่อทำตัวขนมเสร็จหมดแล้ว นำใบตองมาฉีกเป็นร่องตรงกลางใบโดยไม่ขาดออกจากกัน วางรองลงบนลังถึง ทาน้ำมันบนใบตองให้ทั่ว วางชิ้นปั้นขลิบเรียงลงไปพรมตัวขนมด้วยน้ำเปล่าเล็กน้อย ก่อนนำไปนึ่งไฟกลางราว 15 นาทีจนขนมสุกจึงปิดไฟ พรมน้ำบนตัวขนมที่นึ่งสุกแล้วอีกครั้ง ก่อนใช้พู่ใบตองจุ่มน้ำมันพรมลงบนขนมบาง ๆ ให้ทั่ว จัดเรียงใส่จานให้สวยงามพร้อมด้วยผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูเท่านี้ก็เสร็จสิ้นพร้อมรับประทานแล้วค่ะแต่ก่อนจะไปลิ้มลองของอร่อยกัน ดิฉันขอฝากสักนิดว่า นับจากนี้ต่อไปกรุณาช่วยเรียกชื่ออาหารว่างไทยชนิดนี้ให้ถูกต้องกันด้วยนะคะว่า “ปั้นขลิบ”
เคยมีคนถามดิฉันบ่อยครั้งค่ะ ว่าตกลงอาหารว่างชนิดนี้เรียกปั้นขลิบ แป้งสิบ หรือปั้นสิบกันแน่ ซึ่งดิฉันก็ตอบกลับไปอย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งว่า “ปั้นขลิบ” แน่นอน เพราะคำว่า “ขลิบ” ในที่นี้หมายถึงขั้นตอนการจีบชายแป้งของอาหารดังกล่าวให้ติดกันสนิทและสวยงาม จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะเรียกเป็นชื่ออื่นไปได้เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น ดิฉันและคุณกิติภูมิเลยถือโอกาสสอนคุณทำ “ปั้นขลิบไส้ปลานึ่ง” ชิมไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ แป้งของปั้นขลิบนั้น ได้จากการผสม แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย แป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะแป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ แป้งมันสำปะหลัง 3 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ถ้วย ผสมเข้าด้วยกันจนละลายดี จึงเทใส่กระทะทองเหลือง แล้วกวนด้วยไฟกลางให้แป้งสุกเกาะกันเป็นก้อนและล่อนออกจากกระทะเล็กน้อย ลองใช้มือทาแป้งมันสำปะหลังบาง ๆ แล้วหยิบแป้งมาปั้นดู หากปั้นได้โดยไม่ติดมือถือว่าใช้ได้ ปิดไฟ ตักแป้งใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะมีฝาปิดสนิท พักไว้ ซึ่งสมัยโบราณใช้เนื้อปลาช่อนสดนำไปย่างค่ะ แต่สูตรนี้คุณกิติภูมิและดิฉันขอแนะนำให้คุณใช้ “ปลาสำลี” แทน เพราะคาวน้อยกว่าและเนื้อนุ่มฟูอร่อยเป็นพิเศษ ขั้นตอนการทำเริ่มจาก นำปลาสำลีสดมาย่างจนสุกพอดี ระวังอย่าให้เนื้อปลาแห้งเกินไป เมื่อนำไปผัดไส้ขนมจะไม่อร่อย ได้ที่แล้วนำปลามาแกะเอาแต่เนื้อแล้วโขลกในครกให้ฟู ให้ได้ปริมาณ 2 ถ้วย ตักขึ้นพักไว้ ส่วนผสมอื่น ๆ ได้แก่ รากผักชีซอย 10 รากกระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 5 กลีบ พริกไทยขาวคั่ว 1 ช้อนชา โขลกรวมกันให้ละเอียดหอมและกระเทียมเจียวสับละเอียดชนิดละ 1 ½ ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ เตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ

เมื่อเครื่องครบแล้ว เริ่มผัดไส้ปั้นขลิบ โดยผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาวที่โขลกรวมกันไว้กับน้ำมันให้หอม ใส่น้ำตาลปึกและน้ำตาลทรายลงไปผัดให้ละลาย เติมซีอิ๊วขาว จากนั้นใส่เนื้อปลาลงไปผัดพร้อมกับหอมและกระเทียมเจียวที่สับไว้ ระวังอย่าผัดไส้ขนมให้แห้งเกินไปเพราะจะรับประทานไม่อร่อย ชิมรสดูให้มีรสเค็มหวานเข้มข้นสักหน่อย เวลารับประทานกับแป้งจะพอดี เมื่อได้ที่แล้วปิดไฟ ตักส่วนผสมไส้ใส่ภาชนะพักให้เย็นก่อนนำไปใช้ หากไส้ขนมร้อนเมื่อนำไปห่อด้วยแป้งจะเกิดไอน้ำทำให้แป้งเละ เริ่มห่อปั้นขลิบโดยโรยแป้งนวลซึ่งทำจากแป้งมันสำปะหลังลงบนโต๊ะหรือเขียงรองคลึงแป้งวางแป้งปั้นขลิบที่กวนไว้ลงบนแป้งนวล ทาไม้คลึงแป้งด้วยแป้งนวลก่อนคลึงให้เป็นแผ่นบางแต่อย่าให้บางมากนัก เพราะเมื่อนำมาห่อไส้แป้งจะฉีกขาด จากนั้นใช้พิมพ์วงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว กดลงบนแป้งให้เป็นแผ่นกลม เมื่อได้แผ่นแป้งแล้วปั้นไส้ขนมด้วยมือให้เป็นรูปทรงรีวางลงตรงกลางแผ่นแป้ง ใช้นิ้วจุ่มน้ำแล้วทารอบ ๆ ขอบแป้งด้านในก่อนพับชายแป้งให้ติดกัน ตอนนี้ขนมในมือคุณจะมีรูปทรงเป็นครึ่งวงกลม เมื่อทำได้เช่นนี้แล้วต่อไปก็ถึงขั้นตอนสำคัญ คือการ “ขลิบ” ชายแป้ง โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ค่อย ๆ จับชายแป้งจากส่วนหัวของขนม บีบให้ติดกันแล้วพับกลับเข้ามาที่ตัวขนม ขยับทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนสุดปลายขนมอีกด้าน
(0)
Share
HealthCuisine
3055
FOLLOWER

ขั้นตอนสุดท้าย นึ่งปั้นขลิบให้สุก ก็พร้อมเสิร์ฟ

"เมื่อทำตัวขนมเสร็จหมดแล้ว นำใบตองมาฉีกเป็นร่องตรงกลางใบโดยไม่ขาดออกจากกัน วางรองลงบนลังถึง ทาน้ำมันบนใบตองให้ทั่ว วางชิ้นปั้นขลิบเรียงลงไปพรมตัวขนมด้วยน้ำเปล่าเล็กน้อย ก่อนนำไปนึ่งไฟกลางราว 15 นาทีจนขนมสุกจึงปิดไฟ พรมน้ำบนตัวขนมที่นึ่งสุกแล้วอีกครั้ง ก่อนใช้พู่ใบตองจุ่มน้ำมันพรมลงบนขนมบาง ๆ ให้ทั่ว จัดเรียงใส่จานให้สวยงามพร้อมด้วยผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูเท่านี้ก็เสร็จสิ้นพร้อมรับประทานแล้วค่ะแต่ก่อนจะไปลิ้มลองของอร่อยกัน ดิฉันขอฝากสักนิดว่า นับจากนี้ต่อไปกรุณาช่วยเรียกชื่ออาหารว่างไทยชนิดนี้ให้ถูกต้องกันด้วยนะคะว่า “ปั้นขลิบ”"
1 KEEP
HealthCuisine
0 LOVES
COMMENT