6 วิธีกินโยเกิร์ตให้ผอมไว น้ำหนักลดไวทันใจได้ง่ายๆ หากรู้จักเคล็ดลับในการเลือกซื้อและวิธีกินโยเกิร์ตอย่างเหมาะสมดังนี้ค่ะ 

1. อ่านฉลาก ดูน้ำตาลก่อนกิน เพราะน้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ้วนก่อนซื้อโยเกิร์ตจึงควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลเป็นอันดับแรก 

2. เลือกโยเกิร์ตที่มีวิตามินดีสูง วิตามินดีสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียม ฉะนั้นหากโยเกิร์ตมีแคลเซียมสูง แต่ร่างกายได้รับวิตามินดีน้อยร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้และทำให้ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบเผาผลาญและลดน้ำหนัก 

3. เติมเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ในโยเกิร์ต เมล็ดแฟลกซ์หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอาหาร สุขภาพมีลักษณะคล้ายเมล็ดงามีใยอาหารสูง 1 ช้อนโต๊ะ มีใยอาหารมากถึง 2 กรัม คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการใน 1 วัน 

4. กินโยเกิร์ต 3 ถ้วย เน้นว่าควรกินโยเกิร์ตร่วมกับการควบคุมพลังงาน ในอาหารการลดน้ำหนักจึงจะประสบผลสำเร็จ นักวิจัยอธิบายว่าแคลเซียมและโปรตีนในโยเกิร์ต มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญและขจัดไขมันส่วนเกิน จึงช่วยลดน้ำหนักและไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย

5. กินโยเกิร์ตเป็นมื้อว่าง แม้อาหารว่างแต่ละชนิดให้พลังงานเท่ากัน แต่โยเกิร์ตชนิดถ้วยรสผลไม้ และโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสผลไม้ ช่วยให้อิ่มนานกว่า เมื่ออิ่มนานการกินระหว่างมื้อจะลดลง ส่งผลให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารขณะลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

6. อย่าไว้ใจโยเกิร์ตไขมันต่ำ ฉลากไขมันต่ำมีผลด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค เพราะคำว่า“ไขมันต่ำ” ทำให้รู้สึกว่าแม้จะกินมาก ก็ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม 

ทางที่ดีควรอ่านฉลากโภชนาการโดยเน้นปริมาณ น้ำตาลและพลังงานในโยเกิร์ตเป็นหลักหากต้อง เปรียบเทียบระหว่างสองผลิตภัณฑ์ควรอ่านจาก กรอบข้อมูลฉลากโภชนาการข้างถ้วยและเลือก ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลและพลังงานต่ำกว่า
ได้ยินได้ฟังกันมานานว่าโยเกิร์ตมีคุณสมบัติพิเศษช่วยลดน้ำหนักลดความอ้วน แต่หากให้ทดลองกินอย่างจริงจัง หลายคนอาจยังแคลงใจเพราะเกรงว่ากินๆ ไป อาจทำให้น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 
 
ปักษ์นี้จะมาไขความลับลดอ้วนที่ซ่อนอยู่ในโยเกิร์ตพร้อมแนะวิธีกินอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มทางเลือกในการลดน้ำหนักให้ทุกคนที่อยากมีหุ่นสวยอย่างยั่งยืนค่ะ โยเกิร์ตนับเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เหมาะสำหรับเป็นตัวช่วยในโปรแกรมลดน้ำหนัก โดยจากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรประเทศ สหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture) ระบุว่าโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้แคลเซียมมากถึง 488 มิลลิกรัม 

ฉะนั้นหากกินโยเกิร์ตวันละ 1 ถ้วย ร่างกายจะได้รับแคลเซียมเกินครึ่งหนึ่งของความต้องการในผู้ที่มีอายุ 19–50 ปี(ต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม) และเกือบครึ่งของความต้องการในผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป (ต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม) โยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้โปรตีน 14 กรัม คิดเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการใน 1 วัน โยเกิร์ตจึงเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงหากผนวกรวมไว้ในอาหารประจำวัน ที่มีโปรตีนสูงคาร์โบไฮเดรตต่ำและไขมันต่ำมีรายงาน การศึกษายืนยันว่าไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อในขณะที่มีการเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานอีกด้วย 

The American Journal of Clinical Nutrition ค้นพบว่าอาหารที่มีโปรตีนสูงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนาน ทำให้การควบคุมน้ำหนักง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรกินอาหารโปรตีนร่วมกับการออกกำลังกาย เพราะไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักยังทำให้ระดับไขมันร้ายใน เลือดลดลงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์สุขภาพทำหน้าที่ปรับสมดุลภายในระบบทางเดินอาหาร เมื่อมีจุลินทรีย์สุขภาพมากขึ้นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้จะไปเกาะติดผนังลำไส้ และแบ่งเซลล์เพิ่มขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ก่อโรคแทรกตัวมาเกาะติดผนังลำไส้ได้จึงช่วยลดความรุนแรงของอาการท้องเดินลดระยะเวลาของการเกิดโรคและช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 

โพรไบโอติกในโยเกิร์ตยังมีบทบาทสำคัญในการลดระดับไขมันร้ายในเลือดด้วย โดยงานวิจัยหนึ่งพบว่ากินโยเกิร์ตเป็นประจำช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ และลดระดับแอลดีแอลคอเลสเตอรอล (LDL-cholesterol) ถึง 5 เปอร์เซ็นต์

มีผู้ตั้งสมมติฐานว่าจุลินทรีย์สุขภาพในโยเกิร์ตมีส่วนช่วยสร้างเอนไซม์ ซึ่งจะไปจับกับน้ำดีทำให้น้ำดีถูกขับออกจากร่างกายพร้อมกับการขับถ่าย  

เนื่องจากน้ำดีสร้างจากคอเลสเตอรอลดังนั้นหากน้ำดีถูกขับออกจากร่างกายเพิ่มขึ้นคอเลสเตอรอลในเลือดจะถูกดึงมาใช้ในการสังเคราะห์น้ำดี ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง
(0)
Share
Cheewajit
Keep by Cheewajit
4318
FOLLOWER

6 วิธีกินโยเกิร์ตให้ผอมไว

"น้ำหนักลดไวทันใจได้ง่ายๆ หากรู้จักเคล็ดลับในการเลือกซื้อและวิธีกินโยเกิร์ตอย่างเหมาะสมดังนี้ค่ะ
1. อ่านฉลาก ดูน้ำตาลก่อนกิน เพราะน้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ้วนก่อนซื้อโยเกิร์ตจึงควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลเป็นอันดับแรก
2. เลือกโยเกิร์ตที่มีวิตามินดีสูง วิตามินดีสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียม ฉะนั้นหากโยเกิร์ตมีแคลเซียมสูง แต่ร่างกายได้รับวิตามินดีน้อยร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้และทำให้ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบเผาผลาญและลดน้ำหนัก
3. เติมเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ในโยเกิร์ต เมล็ดแฟลกซ์หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอาหาร สุขภาพมีลักษณะคล้ายเมล็ดงามีใยอาหารสูง 1 ช้อนโต๊ะ มีใยอาหารมากถึง 2 กรัม คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการใน 1 วัน
4. กินโยเกิร์ต 3 ถ้วย เน้นว่าควรกินโยเกิร์ตร่วมกับการควบคุมพลังงาน ในอาหารการลดน้ำหนักจึงจะประสบผลสำเร็จ นักวิจัยอธิบายว่าแคลเซียมและโปรตีนในโยเกิร์ต มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญและขจัดไขมันส่วนเกิน จึงช่วยลดน้ำหนักและไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย
5. กินโยเกิร์ตเป็นมื้อว่าง แม้อาหารว่างแต่ละชนิดให้พลังงานเท่ากัน แต่โยเกิร์ตชนิดถ้วยรสผลไม้ และโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสผลไม้ ช่วยให้อิ่มนานกว่า เมื่ออิ่มนานการกินระหว่างมื้อจะลดลง ส่งผลให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารขณะลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
6. อย่าไว้ใจโยเกิร์ตไขมันต่ำ ฉลากไขมันต่ำมีผลด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค เพราะคำว่า“ไขมันต่ำ” ทำให้รู้สึกว่าแม้จะกินมาก ก็ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม
ทางที่ดีควรอ่านฉลากโภชนาการโดยเน้นปริมาณ น้ำตาลและพลังงานในโยเกิร์ตเป็นหลักหากต้อง เปรียบเทียบระหว่างสองผลิตภัณฑ์ควรอ่านจาก กรอบข้อมูลฉลากโภชนาการข้างถ้วยและเลือก ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลและพลังงานต่ำกว่า"
1 KEEP
Cheewajit
0 LOVES
COMMENT