โยเกิร์ตฟักทอง ส่วนผสม 
ฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด 1ถ้วย
โยเกิร์ตไร้ไขมันรสธรรมชาติ 1 - 4 ถ้วย 
น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ 
น้ำมะนาว  1-2 ช้อนชา 
โยเกิร์ตรสธรรมชาติสำหรับแต่งหน้า
ฟักทองต้มสุกหั่นเป็นชิ้นยาวและใบสะระแหน่

วิธีทำ
1.แบ่งฟักทองบด 1 - 2 ถ้วย ผสมน้ำผึ้งคนให้เข้ากัน เทใส่แก้วพักไว้ 
2.ผสมโยเกิร์ตฟักทองบดที่เหลือน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน เทใส่แก้วในข้อ 1
3.นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที
4.นำออกจากตู้เย็นหยอดโยเกิร์ตลงด้านบน ตกแต่งด้วยฟักทองชิ้นและใบสะระแหน่ให้สวยงาม
ฟันถือเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ เพราะต้องทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารทุกวัน

คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าพฤติกรรมการกินโดยเฉพาะการกินแป้งขัดขาวมากเกินไปกินขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม หรือดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฟันเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นฟันคุด ฟันสึก หรือฟันร้าว

ข้อมูลจากหนังสือโรคของช่องปากและฟันของศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงพวงทองไกรพิบูลย์สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพแนะนำว่า 

“การดูแลฟันให้สุขภาพแข็งแรงทำได้โดยกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน เพิ่มผักและผลไม้ให้มากขึ้น ทั้งนี้เพราะฟันเป็นเนื้อเยื่อเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อทุกชนิดของร่างกายที่ต้องการได้อาหารครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อการเจริญเติบโต และเพื่อความแข็งแรง” 

ชีวจิต+ ปักษ์นี้จึงคัดเลือกอาหารบำรุงฟันมานำเสนอ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับมื้ออาหาร วันนี้มีอะไรบ้างไปดูกันครับ ผลไม้อบแห้งที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงเพราะ อุดมด้วยโพแทสเซียมซึ่งช่วยป้องกันโรคเส้นเลือด ในสมองแตกความดันโลหิตสูง 
 
นอกจากนี้ลูกเกดยังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงฟัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ชิคาโก ประเทศ สหรัฐอเมริกาอธิบายว่าเนื้อลูกเกดมีกรดโอลีโนลิก (Oleanolic Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก 

กรดโอลีโนอิกที่มีความเข้มข้นระดับ 31 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร จะช่วยป้องกันแบคทีเรียไม่ให้เกาะบริเวณผิวฟัน และหากเพิ่มความเข้มข้นถึงระดับ 62 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร จะหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคซึ่งก่อให้เกิดอาการเหงือกอักเสบ
 
เลือกซื้อลูกเกดอย่างไรดี
ควรเลือกลูกเกดที่มีสีและกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ไร้สารปรุงแต่งนอกจากนี้กระบวนการเก็บเกี่ยว และอบแห้งควรมีคุณภาพและอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ชาวจีนและญี่ปุ่นนิยมกินเห็ดหอมกันมายาวนานหลายศตวรรษ จากการวิจัยค้นคว้าระหว่างสถาบันมะเร็งแห่งชาติของญี่ปุ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยในรัฐเซาท์แคโรไลนาประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าเห็ดหอมมีสารอาหารหลายชนิด เช่น เลนติแนน (Lentinan) อีริทาดีนิน(Eritadenine) และเอซี-ทูพี (AC-2P) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต่อต้านมะเร็ง เชื้อไวรัสบางชนิด ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แก้อาการหวัด

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลงานวิจัยของสถาบันทันตแพทย์นานาชาติระบุว่าเห็ดหอมมีประโยชน์ช่วยบำรุงฟันลดแบคทีเรียในช่องปากป้องกันอาการเหงือกอักเสบ

เห็นสรรพคุณมากมายเช่นนี้ชีวจิตเลยแนะนำเมนูอร่อยจากเห็ดหอมให้ลองไปทำกินกันครับ ส่วนผสม 
มะระจีนหั่นเป็นท่อน 1 ลูก 
เนื้อกุ้งสับ 2 ขีด 
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ (หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก) 3ดอก 
รากผักชีหั่นหยาบ 2 ราก
กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
เกลือ 1 - 2 ช้อนชา 
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ 
น้ำซุปผัก 4 ถ้วย

วิธีทำ
1.โขลกรากผักชีกระเทียมพริกไทยเข้าด้วยกันพักไว้
2.ผสมเนื้อกุ้งเห็ดหอมและส่วนผสมในข้อ1เข้าด้วยกัน ใส่ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ลงไปผสม
3.ใส่ไส้กุ้งที่ผสมไว้ในมะระแล้วนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 15 นาทีรอให้เนื้อกุ้งสุกยกลงพักให้เย็น
4.ตั้งน้ำซุปผักให้เดือดปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
5.ใส่มะระที่นึ่งไว้ลงในน้ำซุปต้มด้วยความแรงไฟปานกลาง รอจนเดือด ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ หนุ่มสาวหลายคนอาจเข้าใจว่า โยเกิร์ตมีประโยชน์เฉพาะแค่ช่วยบำรุงผิวพรรณ คุมน้ำหนักแต่ความจริงแล้ว หากกินโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยบำรุงฟัน ลดการอักเสบของเหงือก และ เนื้อเยื่อในช่องปากได้ เพราะในโยเกิร์ตมีสารอาหารสำคัญที่ชื่อ โพรไบโอติก(Probiobic) 

ข้อมูลจากหนังสือรู้คุณรู้โทษโภชนาการสำนักพิมพ์ รีดเดอร์สไดเจสท์(ประเทศไทย)ระบุว่าโยเกิร์ตเป็นแหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทั้งยังมีโปรตีนและวิตามินบีโดยเฉพาะบี 2 ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายในการดูดซึมพลังงาน และวิตามินบี 12 ช่วยในการ บำรุงระบบประสาท 

นอกจากนี้ยังช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย แต่การกินโยเกิร์ตธรรมดาอาจน่าเบื่อเรามีเมนูอร่อยจากโยเกิร์ตมาฝากครับ ผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเนื้อหวานกรอบอุดมด้วย เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอลความดันโลหิตและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 

นอกจากนี้ ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ในบทความหนึ่งว่า แอ๊ปเปิ้ล เป็นผลไม้มีใยอาหารสูง ช่วยทำหน้าที่ในการขัดฟันให้ขาวสะอาดกำจัดแบคทีเรียและคราบที่เกาะตามไรฟัน เพราะการเคี้ยวเนื้อแอ๊ปเปิ้ลต้องใช้ระยะเวลานาน จึงช่วยเร่งการผลิตน้ำลาย เพื่อขจัดคราบสกปรกออกจากช่องปากได้อีกทางหนึ่ง 

ขอแนะนำประโยชน์อื่นๆ จากแอ๊ปเปิ้ลแต่ละสีเพิ่มเติมดังนี้ครับ 

- แอ๊ปเปิ้ลแดง มีสารแอนติออกซิแดนต์ มากสุดและคอลลาเจนซึ่งช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณ

- แอ๊ปเปิ้ลเขียว ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ผิวพรรณยืดหยุ่นแข็งแรง

- แอ๊ปเปิ้ลเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งโรคหัวใจ 

- แอ๊ปเปิ้ลสีชมพู ช่วยชะลอความแก่ ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง 

กินอาหาร 4 ชนิด ดังที่แนะนำนี้ นอกจากสุขภาพร่างกายจะเปี่ยมล้นด้วยพลังดูกระชุ่มกระชวยแถมอ่อนกว่าวัยแล้ว รับรองว่า สุขภาพฟันจะแข็งแรง ยิ้มได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องอายใครแน่นอนครับ ข้อมูลจากหนังสือโรคของช่องปากและฟันของศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ แนะนำว่า ควรเลือกหัวแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มผิวเรียบไม่ควรแปรงแรงจนเกินไป เพราะอาจเกิดการบาดเจ็บต่อเคลือบฟันและเหงือก และการแปรงฟันแต่ละครั้งควรใช้เวลาประมาณ 2 นาที
(2)
Share
Cheewajit
Keep by Cheewajit
4319
FOLLOWER

โยเกิร์ตฟักทอง

"ส่วนผสม
ฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด 1ถ้วย
โยเกิร์ตไร้ไขมันรสธรรมชาติ 1 - 4 ถ้วย
น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1-2 ช้อนชา
โยเกิร์ตรสธรรมชาติสำหรับแต่งหน้า
ฟักทองต้มสุกหั่นเป็นชิ้นยาวและใบสะระแหน่
วิธีทำ
1.แบ่งฟักทองบด 1 - 2 ถ้วย ผสมน้ำผึ้งคนให้เข้ากัน เทใส่แก้วพักไว้
2.ผสมโยเกิร์ตฟักทองบดที่เหลือน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน เทใส่แก้วในข้อ 1
3.นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที
4.นำออกจากตู้เย็นหยอดโยเกิร์ตลงด้านบน ตกแต่งด้วยฟักทองชิ้นและใบสะระแหน่ให้สวยงาม"
2 KEEP
Cheewajit
nipaporn.peshdee
2 LOVES
poommarin
krusunee.tianpungwian
COMMENT