เราเปลี่ยนพัฒนาการที่สมวัยนี้เป็นคำว่า “ดื้อ”  ตั้งแต่เมื่อไรกัน เราเลิกมองลูกน่ารัก เหมือนเมื่อครั้ง 2-3 ขวบตั้งแต่เมื่อไรกัน เราควรถามตัวเองให้มากเป็นอย่างแรก

หลังจาก 3 ขวบโดยประมาณ เด็กพบว่าเขามีความสามารถสารพัด มือ เท้า ปาก ใช้งานได้อย่างสนุกสนาน นี่คือช่วงอายุที่เขาจะเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางไปอีกพักใหญ่ จนกว่าจะเข้าสู่ระบบโรงเรียนแล้วไปพบเพื่อนๆ อีกเป็นโขยงที่คิดว่าตนเองก็เป็นศูนย์กลางเหมือนๆ กัน เขาจึงจะได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่ากูไม่ได้ใหญ่ดังที่คิดแฮะ แต่ว่าเขาก็ได้ค้นพบโลกใบใหม่และกิจกรรมใหม่ๆ อีกมากที่น่าทำด้วย งานบ้านนั้นน่าเบื่อจะตายและไม่ท้าทายอะไรอีกแล้ว ก็ทำได้หมดแล้วนี่

ความคิดที่ว่าตนเองทำได้ ตนเองเป็นศูนย์กลางจะยังอยู่กับลูกของเราอีกพักหนึ่งพร้อมๆ กับพัฒนาการทางสังคมที่ได้พบเพื่อนๆ จำนวนมากที่โรงเรียน ดังนั้น เด็กเล็กทุกคนจึงยังคงทดสอบพ่อแม่ ครู และเพื่อนๆ ต่อไปว่าอะไรที่ทำได้และอะไร ที่ทำไม่ได้ เด็กโตและวัยรุ่นก็เช่นกัน

ทั้งหมดนี้เป็นพัฒนาการปกติของมนุษย์คนหนึ่ง ลูกของเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ว่าเขาจะทดสอบพวกเราเสมอว่าอะไรให้ทำและอะไรไม่ให้ทำ อะไรที่ทำแล้วพ่อแม่จะให้รางวัล อะไรที่ทำแล้วพ่อแม่จะทำโทษ

แทนที่เราจะรู้สึกว่าเขาดื้อ เรากลับควรดีใจที่เขาแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองเรามีหน้าที่บอกเขาว่าอะไรได้ อะไรไม่ได้ อะไรที่เราชอบ อะไรที่เราไม่ชอบ เขาก็จะค่อยๆ เรียนรู้เอาเอง แน่นอนว่าบางคนเรียนรู้ง่ายและเร็ว บางคนเรียนรู้ยากและช้า เราก็มีหน้าที่บอกซ้ำๆ และทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ อย่าคาดหวังว่าพูดคำเดียวจะรู้เรื่อง
ลูกชายกำลังจะครบ 10 เดือนแล้วค่ะ ฟันกำลังขึ้น เขาจะตื่นคืนละหลายๆ ครั้ง พอตื่นก็หลับต่อไม่ได้ ร้องไห้งอแงเป็นชั่วโมง คุณแม่คาดว่าลูกคงเจ็บเหงือก รู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิด จะแก้อาการนี้อย่างไรดีคะ แม่เองไปทำงานแบบอ่อนเพลียมากเพราะแทบไม่ได้นอนเลย ฟันขึ้นเป็นเรื่องปกติของการเจริญเติบโต แต่เด็กบางคนอาจมีอาการไม่สุขสบายเนื่องจากอาการปวด ทำให้งอแงและตื่นบ่อยตอนกลางคืนได้ คุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดี  ที่ไม่คิดว่าลูกตื่นกลางดึกบ่อยเพราะนมแม่ไม่พอ แล้วรีบร้อนเสริมนมผง เพราะไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุแท้จริง
    
หมอมีคำแนะนำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาตอนฟันขึ้น ดังนี้ค่ะ 

-เช็ดหน้าลูกเบาๆ ด้วยผ้านุ่มๆ เพื่อไม่ให้คราบน้ำลายไหลจากฟันขึ้นใบหน้าทำให้ผื่นขึ้น 

-ให้ลูกกัดของเล่นกัดแก้ปวดฟันแช่เย็นที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษและติดคอลูก 

-นวดเบาๆ ที่เหงือกลูกบ่อยๆ 

-หากยังไม่ดีขึ้นด้วยวิธีข้างต้นให้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ค่ะ - ฝันร้าย หรือเล่นมากไป หรือขาดแบบแผนการนอน ขาดระบบระเบียบในชีวิตประจำวัน การปล่อยให้ลูกเล่นมากไป โดยไม่ได้นอนกลางวันเพราะคิดว่าถึงเวลากลางคืนจะได้หลับเต็มที่อาจได้ผลตรงกันข้ามคือ ลูกหลับไม่สนิทและตื่นบ่อย วิธีแก้ไข คือ อย่าให้ลูกเหนื่อยเกินไป จัดเวลานอนกลางวันให้เหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป ช่วงก่อนนอนให้ทำกิจกรรมที่ไม่โลดโผนตื่นเต้น 

- การเจ็บป่วย เช่น เป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้ ทำให้คัดจมูกหายใจไม่ออก หมอเคยเจอคนไข้หลายคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีอาการคัดจมูกหายใจไม่ออกหรือคันตามผิวหนัง ทำให้นอนหลับไม่ดี ตื่นบ่อยๆ วิธีแก้ไขโดยให้ยาที่ช่วยอาการคัดจมูกหรือรักษาอาการภูมิแพ้ โรคหูชั้นกลางอักเสบ แก้ไขโดยให้ยาแก้ปวดและพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา 

- ปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย หรือแพ้อาหารบางอย่าง คุณแม่ต้องสังเกตว่าวันที่มีอาการเป็นเพราะลูกกินอะไรแปลกๆ ที่ไม่เคยกิน แก้ไขโดยหลีกเลี่ยงอาหารที่สงสัย 

- ตื่นแล้วหลับเองไม่เป็น เด็กแทบทุกคนมีการตื่นกลางดึก บางคนหลับต่อเองได้แต่บางคนหลับเองไม่ได้ อาจเป็นเพราะไม่ได้ถูกฝึกให้หลับเองตั้งแต่เล็ก เคยชินกับการที่คุณแม่อุ้มจนหลับคามือหรือหลับคาเต้า ไม่ได้ปล่อยเขาลงเตียงขณะที่ยังรู้สึกตัวเคลิ้มๆ เพื่อให้ลูกหลับต่อได้เอง ทำให้ลูกไม่ชินกับการหลับด้วยตัวเอง ต้องอาศัยคนอุ้มหรือเข้าเต้าหรือดูดขวดนม(เวลาที่เหมาะสมในการฝึก คือตอนอายุ  4-5 เดือน) หรือบางคนเคยหลับได้ตลอดคืน แต่มีเหตุบางอย่างทำให้ตื่นกลางดึก เช่น ไม่สบาย แล้วได้รางวัล เช่น ได้เล่นกับพ่อแม่รอบดึก ได้ดูดนม เลยติดใจตื่นทุกคืนเลย วิธีแก้ไข คือ เลิกทำสิ่งที่ลูกต้องการ เขาก็จะกลับไปนอนยาวได้ตลอดคืน คุณแม่ฝึกลูกกินข้าว แต่งตัว เข้าห้องน้ำ เข้านอน-ตื่นนอนเป็นเวลา และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือดูแลตัวเองตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แต่พอลูกเข้าวัยเรียนกลับยิ่งดื้อ หรือยิ่งต่อต้าน สิ่งที่ฝึกไปก็ทำบ้าง (พอจะทำก็ต้องแบบเดิมเท่านั้น ปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นไม่ได้)ไม่ทำบ้าง (ไม่ยอมทำเลย)เป็นเพราะอะไรคะ 
หากเขาดื้อไม่เป็นเลย ผมว่าคุณพ่อ คุณแม่จะต้องเสียใจมากกว่านี้  

เมื่อทารกเกิดใหม่ ในใจของเขาไม่มีอะไรที่เรียกว่าพ่อแม่ ไม่มีอะไรที่เรียกว่าตัวเองและไม่มีอะไรที่เรียกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก เขาเป็นชีวิตหน่วยเดียวกันกับแม่(หรือคนดูแลหลักในกรณีไม่มีแม่หรือพ่อหรือไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่)ลองเป็นหน่วยชีวิตเดียวกันเสียแล้วย่อมไม่มีคำว่าดื้อ เพราะเป็นวันเวลาที่เขาทำอะไรคล้อยตามเราทุกประการ 

แล้ววันหนึ่งเขาก็กลั้นปัสสาวะเป็น ตามด้วยกลั้นอุจจาระเป็น นั่นเป็นเวลาประมาณ 2 ขวบ เขาพบว่าเขาทำบางอย่างได้ หลังจากนี้ไม่นานเขาใช้มือปัดขวดนมออกเป็น ใช้มือปัดถ้วยอาหารออกเป็น ที่จริงเขาดื้อเป็นแล้วแต่เราไม่เห็นเองเพราะมัวแต่ดีใจว่าเขาพัฒนาสมวัย

แล้วอีกไม่นานหลังจากนั้นเขาจะพูดเป็น ตอนพูดได้ 1-2 คำ เขาพูดว่า “ไม่” หรือ “ไม่กิน” เป็น ยาวกว่านั้นเขาจะเริ่มพูดว่า “ไม่เอาดีกว่า” หรือ “ไม่ทำดีกว่า” และไม่นานหลังจากนี้เขาจะเสนอทางเลือกอื่นให้พ่อ แม่เป็น “ไปเที่ยวกันดีกว่า” ตามด้วยการเจรจาต่อรองเป็น ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นขั้นเป็นตอน และพวกเราก็ดีใจว่าเขาพัฒนาสมวัย
(0)
Share
RealParenting
858
FOLLOWER

เราเปลี่ยนพัฒนาการที่สมวัยนี้เป็นคำว่า “ดื้อ” ตั้งแต่เมื่อไรกัน

"เราเลิกมองลูกน่ารัก เหมือนเมื่อครั้ง 2-3 ขวบตั้งแต่เมื่อไรกัน เราควรถามตัวเองให้มากเป็นอย่างแรก
หลังจาก 3 ขวบโดยประมาณ เด็กพบว่าเขามีความสามารถสารพัด มือ เท้า ปาก ใช้งานได้อย่างสนุกสนาน นี่คือช่วงอายุที่เขาจะเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางไปอีกพักใหญ่ จนกว่าจะเข้าสู่ระบบโรงเรียนแล้วไปพบเพื่อนๆ อีกเป็นโขยงที่คิดว่าตนเองก็เป็นศูนย์กลางเหมือนๆ กัน เขาจึงจะได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่ากูไม่ได้ใหญ่ดังที่คิดแฮะ แต่ว่าเขาก็ได้ค้นพบโลกใบใหม่และกิจกรรมใหม่ๆ อีกมากที่น่าทำด้วย งานบ้านนั้นน่าเบื่อจะตายและไม่ท้าทายอะไรอีกแล้ว ก็ทำได้หมดแล้วนี่
ความคิดที่ว่าตนเองทำได้ ตนเองเป็นศูนย์กลางจะยังอยู่กับลูกของเราอีกพักหนึ่งพร้อมๆ กับพัฒนาการทางสังคมที่ได้พบเพื่อนๆ จำนวนมากที่โรงเรียน ดังนั้น เด็กเล็กทุกคนจึงยังคงทดสอบพ่อแม่ ครู และเพื่อนๆ ต่อไปว่าอะไรที่ทำได้และอะไร ที่ทำไม่ได้ เด็กโตและวัยรุ่นก็เช่นกัน
ทั้งหมดนี้เป็นพัฒนาการปกติของมนุษย์คนหนึ่ง ลูกของเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ว่าเขาจะทดสอบพวกเราเสมอว่าอะไรให้ทำและอะไรไม่ให้ทำ อะไรที่ทำแล้วพ่อแม่จะให้รางวัล อะไรที่ทำแล้วพ่อแม่จะทำโทษ
แทนที่เราจะรู้สึกว่าเขาดื้อ เรากลับควรดีใจที่เขาแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองเรามีหน้าที่บอกเขาว่าอะไรได้ อะไรไม่ได้ อะไรที่เราชอบ อะไรที่เราไม่ชอบ เขาก็จะค่อยๆ เรียนรู้เอาเอง แน่นอนว่าบางคนเรียนรู้ง่ายและเร็ว บางคนเรียนรู้ยากและช้า เราก็มีหน้าที่บอกซ้ำๆ และทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ อย่าคาดหวังว่าพูดคำเดียวจะรู้เรื่อง"
1 KEEP
RealParenting
0 LOVES
COMMENT