หย่อนสมรรถภาพ ทางเพศ ตลกร้ายของคนมีรัก  ว่ากันว่าเพศชายเป็นเพศที่กล้าแกร่ง 
สามารถเผชิญหน้าและยอมรับความจริงได้ทุกเรื่อง 
แต่ติดอยู่ก็เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คือปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ 
หรือเรียกให้ดูน่ารักหน่อย ก็คืออาการ ‘นกเขาไม่ขัน’ นั่นแล 
เพราะเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่หลายคนจะทำใจยอมรับได้ 
หากไม่ใช่ผู้ที่มีประสบการณ์ตรง หรือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง คงมองเป็นเรื่องตลก 
แต่ที่จริงแล้วมันเป็นตลกร้าย ที่ใครพบเจอเป็นต้องขำไม่ออกกันทุกคน 

 อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) ในผู้ชาย
หมายถึง การที่ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว 
หรือคงสภาพการแข็งตัวได้นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ 
เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Sexual Dysfunction) 
อันได้แก่โรคหลั่งเร็ว หลั่งช้า โรคเฉื่อยชาทางเพศ โรคไม่ถึงจุดสุดยอด เป็นต้น 
ซึ่งความนิยมในแต่ละโรคก็แตกต่าง ลดหลั่นกันไปตามลำดับ 
โดยมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง 
ปัจจุบันปัญหานี้กำลังลุกลามไปเป็นปัญหาระดับโลก 
เพราะเป็นโรคที่ผู้ชายกว่า 80% ยอมรับว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองมากที่สุด 
บางคนถึงขนาดยอมเป็นมะเร็ง แต่ไม่ขอหย่อนสมรรถภาพเลยก็มี 

 จากผลการสำรวจโดยสถาบัน Minnesota Men’s Health Center (MMHC) 
พบว่าปัจจุบัน ในผู้ชาย 10 คน จะต้องมีอย่างน้อย 1 คนเป็นผู้โชคดี 
ได้รับสิทธิพิเศษนี้ไป หากเทียบอัตราส่วนทั้งหมดจะสามารถประมาณได้ว่า
ทั่วทั้งโลกมีผู้ป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 300 ล้าน คน! 
โดยส่วนมากจะพบในกลุ่มประเทศที่ประชากรมีความเครียดค่อนข้างสูงอย่างประเทศญี่ปุ่น 
ที่จากการสำรวจด้านสุขภาพทางเพศ และสุขภาวะโดยรวมในเอเชีย-แปซิฟิก พบว่า 
ผู้ชายญี่ปุ่นมีอัตราเฉลี่ยในการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแค่ 3.4 ครั้งต่อเดือน 

 อาการนี้มักถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นอาการที่ตามมาเมื่ออายุมากขึ้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
หลายคนเลยเลือกที่จะยอมทนอยู่กับปัญหานั้น โดยไม่ได้พยายามหาทางแก้ไข 
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะบางคนอายุปาเข้าไป 70 กว่า แล้ว
แต่ยังแข็งแรงปึ๋งปั๋งก็มีให้เห็นอยู่บ่อยไป เพราะแท้จริงแล้วอาการนี้
ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายๆ อย่างเข้ามาเป็นส่วนประกอบ โดยส่วนมากเป็นผลมาจาก
ไลฟ์สไตล์ของตัวเองแทบทั้งสิ้น ทั้งโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ 
หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้าที่มาจากความกลัว ความเครียด ความกังวล 
รวมไปถึงการดื่มเหล้า เสพสารเสพติดชนิดต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการได้ทั้งสิ้น

อาการของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบ่งได้ เป็น 3 ระดับ 
ไม่รุนแรง - ในการร่วมเพศ 10 ครั้ง อวัยวะเพศของคุณสามารถแข็งตัวได้ 7-8 ครั้ง 
ปานกลาง - ในการร่วมเพศ 10 ครั้ง อวัยวะเพศของคุณสามารถแข็งตัวได้ 4-6 ครั้ง 
ร้ายแรง - ในการร่วมเพศ 10 ครั้ง อวัยวะเพศของคุณสามารถแข็งตัวได้ 0-3 ครั้ง 
ในขั้นแรกอาการยังไม่น่าวิตกมากนักแต่หากเจ้าหนูของคุณเริ่มเข้าสู่อาการขั้นที่ 2 เมื่อไหร่ 
ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
Board: Sex Report
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

หย่อนสมรรถภาพ ทางเพศ ตลกร้ายของคนมีรัก

" ว่ากันว่าเพศชายเป็นเพศที่กล้าแกร่ง
สามารถเผชิญหน้าและยอมรับความจริงได้ทุกเรื่อง
แต่ติดอยู่ก็เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คือปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
หรือเรียกให้ดูน่ารักหน่อย ก็คืออาการ ‘นกเขาไม่ขัน’ นั่นแล
เพราะเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่หลายคนจะทำใจยอมรับได้
หากไม่ใช่ผู้ที่มีประสบการณ์ตรง หรือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง คงมองเป็นเรื่องตลก
แต่ที่จริงแล้วมันเป็นตลกร้าย ที่ใครพบเจอเป็นต้องขำไม่ออกกันทุกคน
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) ในผู้ชาย
หมายถึง การที่ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว
หรือคงสภาพการแข็งตัวได้นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้
เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Sexual Dysfunction)
อันได้แก่โรคหลั่งเร็ว หลั่งช้า โรคเฉื่อยชาทางเพศ โรคไม่ถึงจุดสุดยอด เป็นต้น
ซึ่งความนิยมในแต่ละโรคก็แตกต่าง ลดหลั่นกันไปตามลำดับ
โดยมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง
ปัจจุบันปัญหานี้กำลังลุกลามไปเป็นปัญหาระดับโลก
เพราะเป็นโรคที่ผู้ชายกว่า 80% ยอมรับว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองมากที่สุด
บางคนถึงขนาดยอมเป็นมะเร็ง แต่ไม่ขอหย่อนสมรรถภาพเลยก็มี
จากผลการสำรวจโดยสถาบัน Minnesota Men’s Health Center (MMHC)
พบว่าปัจจุบัน ในผู้ชาย 10 คน จะต้องมีอย่างน้อย 1 คนเป็นผู้โชคดี
ได้รับสิทธิพิเศษนี้ไป หากเทียบอัตราส่วนทั้งหมดจะสามารถประมาณได้ว่า
ทั่วทั้งโลกมีผู้ป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 300 ล้าน คน!
โดยส่วนมากจะพบในกลุ่มประเทศที่ประชากรมีความเครียดค่อนข้างสูงอย่างประเทศญี่ปุ่น
ที่จากการสำรวจด้านสุขภาพทางเพศ และสุขภาวะโดยรวมในเอเชีย-แปซิฟิก พบว่า
ผู้ชายญี่ปุ่นมีอัตราเฉลี่ยในการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแค่ 3.4 ครั้งต่อเดือน
อาการนี้มักถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นอาการที่ตามมาเมื่ออายุมากขึ้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
หลายคนเลยเลือกที่จะยอมทนอยู่กับปัญหานั้น โดยไม่ได้พยายามหาทางแก้ไข
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะบางคนอายุปาเข้าไป 70 กว่า แล้ว
แต่ยังแข็งแรงปึ๋งปั๋งก็มีให้เห็นอยู่บ่อยไป เพราะแท้จริงแล้วอาการนี้
ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายๆ อย่างเข้ามาเป็นส่วนประกอบ โดยส่วนมากเป็นผลมาจาก
ไลฟ์สไตล์ของตัวเองแทบทั้งสิ้น ทั้งโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้าที่มาจากความกลัว ความเครียด ความกังวล
รวมไปถึงการดื่มเหล้า เสพสารเสพติดชนิดต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการได้ทั้งสิ้น"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT