ดูแลผิวหน้าให้สวยใสสู้ภัยหนาว ดูแลผิวกายให้ชุ่มชื่นแล้วอย่าลืมดูแลผิวหน้า เพราะผิวหน้าสัมผัสกับลมหนาวมากกว่าส่วนอื่นๆ ในร่างกายโดยที่ไม่มีอะไรปกปิด

เพิ่มขั้นตอนการบำรุง
ทาเซรั่มหรือเอสเซนส์ก่อนทาครีมบำรุงผิวตามปกติเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายและเร่งการฟื้นฟูผิวได้เร็วขึ้น

หาเวลานวดหน้า
เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและน้ำมันธรรมชาติในผิวให้หล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวดูหมองคล้ำและมีริ้วรอยไม่พึงประสงค์

มาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้ง
โดยแช่เย็นมาสก์ก่อนใช้ นอกจากจะช่วยฟื้นฟูผิวแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขนด้วย
รู้ซึ้งถึงปัญหาผิวหน้าหนาว
• ปัญหาผิวที่พบบ่อยในหมู่สาวไทย ก็คือ ผิวแตก แห้ง และคัน เพราะความชื้นในอากาศที่ลดลง

• ปัญหาใหญ่จากความเข้าใจผิดว่าอาการคันจากผิวแห้งมาจากความสกปรก เลยล้างและฟอกสบู่แรง ๆ หรือเข้าใจผิดว่ามาจากเชื้อรา จึงใช้ยาแก้เชื้อรารักษา ผลคือ ทำให้ผิวยิ่งแห้งกว่าเดิม

• ปัญหาผิวแห้งยังมีอีกหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ล้างหน้าบ่อยเกินไป โดนแดดจัด อาบน้ำร้อน ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด 1 อาบครีมบำรุงผิว
หลังอาบน้ำ เช็ดตัวพอหมาดแล้วทาครีมบำรุงผิวทันที ผิวที่ยังชื้นอยู่จะกักเก็บมอยส์เจอไรเซอร์ที่ทาลงไปได้ดีเป็นเท่าตัว

2 ใช้สบู่อ่อนๆ
โบกมือลาสบู่ฟองเยอะๆ ไปก่อนนะ เปลี่ยนมาใช้เจลหรือครีมอาบน้ำที่ผสมมอยส์เจอไรเซอร์แทนดีกว่า เลือกที่มีส่วนผสมของคาโมมายล์จะช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวได้ดี

3 ขัดผิวแค่ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้งก็พอ
หลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำเนื้อหยาบ หรือเจลเนื้อทรายหยาบ เพราะเป็นการทำร้ายและดึงความชุ่มชื่นไปจากผิว 4 กันแดดสำคัญสุดๆ
หน้าหนาว แดดแรงขึ้น และเรามักจะใช้ความอบอุ่นจากแดดช่วยทำให้หายหนาว จนอาจจะลืมไปว่า นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราสัมผัสรังสียูวีเต็ม ๆ ฉะนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และควรทาซ้ำทุก 1 - 2 ชั่วโมง

ปัญหาผิวในหน้าหนาวที่พบบ่อยอีกอย่างคือ รังแค จึงควรลดการสระผมลงหรืออาจต้องใช้แชมพูขจัดรังแค และสวมหมวกป้องกันไม่ให้หนังศีรษะโดนลมเย็นเพราะนอกจากจะช่วยป้องกันไข้หวัดแล้ว ยังช่วยลดการเกิดรังแคได้ด้วย เพราะน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนเปิดและดึงความชุ่มชื่นไปจากผิวทำให้ผิวแห้งขึ้นและเกิดริ้วรอยง่าย ทาครีมบำรุงช่วง 3 - 4 ทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเอง แถมอุณหภูมิผิวจะสูงขึ้นราว 1 - 2 องศา ทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นครีมบำรุงที่ทาลงไปจึงซึมซาบได้ดีขึ้น เพราะเป็นบริเวณที่แห้ง ลอก แตกและเป็นสะเก็ดง่าย พกลิปบาล์มติดกระเป๋าไว้เสมอ ถ้ารู้สึกว่าปากแห้งเมื่อไรก็หยิบมาทาได้เลย

Warning
ลิปบาล์มแบบตลับ ควรใช้แปรงทาลิปหรือคอตต้อนบัดแทนการใช้นิ้วเพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากนิ้วมือลงไปสะสมอยู่ในตลับลิปบาล์ม 1. วอร์มครีมด้วยปลายนิ้วให้เนื้อครีมแตกตัวและอุ่นขึ้น
2. ลูบไล้ครีมให้ทั่วใบหน้าเนื้อครีมจะซึมลงสู่ผิวได้ดีและเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่า
น้ำเปล่า
น้ำอุณหภูมิปกติจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นจากภายใน การลำเลียงสารอาหารสู่เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น และยังทำให้ผิวอ่อนนุ่มดูสุขภาพดี

น้ำตะไคร้
มีสรรพคุณแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยแก้ริมฝีปากแห้งแตก
น้ำอุ่นผสมมะนาว
ช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า กำจัดของเสียภายในร่างกายทำให้ผิวดูสดใส

บรอกโคลี
และอาหารที่มีวิตามินบีสูง ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งแตกให้ชุ่มชื่นขึ้น เลี่ยง! เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน
เพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย ร่างกายจะสูญเสียน้ำมากขึ้นและผิวจะยิ่งแห้งขึ้น ไม่ใช่แค่ผิวตัวและผิวหน้าเท่านั้นที่ควรใส่ใจ ยังมีจุดเล็กๆ ในร่างกายอีกหลายจุดที่ไม่ควรละเลย

ผม
หลายคนเกิดปัญหาไฟฟ้าสถิตย์ที่ผม ไม่ยากเพียงใช้โลชั่นที่เหลือติดมือจากการทาตัวลูบเบาๆ ที่ปลายผม ถ้าฟูมากให้ลูบช่วงกลางผมด้วย
มือ
พกครีมทามือติดตัวไว้ เพราะเวลาทำงานในห้องแอร์ ผิวมือจะสูญเสียความชุ่มชื่นได้ง่าย ยิ่งถ้าล้างมือบ่อย ๆ ยิ่งมีโอกาสที่มือจะแห้งกร้าน เท้า
ก่อนอาบน้ำ ใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วแปรงเท้าตอนที่ผิวยังแห้งอยู่ จะช่วยขจัดเซลล์เสื่อมสภาพและช่วยให้เท้าเนียนนุ่มหลังจากนั้นชโลมโลชั่นที่เท้า เน้นบริเวณที่แห้งกร้านเป็นพิเศษ เช่น ส้นเท้า ตาตุ่ม
ผสมนมสด 1/2 ช้อนชากับน้ำผึ้งแท้ 1/2 ช้อนชาให้เข้ากัน ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 8 - 10 นาทีแล้วล้างออก จะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น

สำหรับคนที่ผิวแห้งลอกเป็นขุย ใช้สำลีจุ่มนมรสจืดเย็นๆ แปะไว้บริเวณที่มีอาการ ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก กรดแลกติกในนมจะลอกเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกและเติมความชุ่มชื่นให้ผิวแห้ง
(0)
Share
Lemonade
Keep by Lemonade
1938
FOLLOWER

ดูแลผิวหน้าให้สวยใสสู้ภัยหนาว

"ดูแลผิวกายให้ชุ่มชื่นแล้วอย่าลืมดูแลผิวหน้า เพราะผิวหน้าสัมผัสกับลมหนาวมากกว่าส่วนอื่นๆ ในร่างกายโดยที่ไม่มีอะไรปกปิด
เพิ่มขั้นตอนการบำรุง
ทาเซรั่มหรือเอสเซนส์ก่อนทาครีมบำรุงผิวตามปกติเพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายและเร่งการฟื้นฟูผิวได้เร็วขึ้น
หาเวลานวดหน้า
เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและน้ำมันธรรมชาติในผิวให้หล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวดูหมองคล้ำและมีริ้วรอยไม่พึงประสงค์
มาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้ง
โดยแช่เย็นมาสก์ก่อนใช้ นอกจากจะช่วยฟื้นฟูผิวแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขนด้วย"
1 KEEP
Lemonade
0 LOVES
COMMENT