จุดเริ่มต้นของนักแต่งเพลงชื่อแสตมป์ 	“4-5 ปีก่อน หลังจากเรียนจบใหม่ๆ ตอนนี้นผมมาเป็นคิลปินฝึกหัดที่ LOVE iS กำลังจะออกอัลบั้มกับวงดนตรี แล้วด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็เลยยังไม่ได้ออก ผมก็เลยพยายามที่จะหาเลี้ยงชีพตัวเองด้วยการทำงานที่มันใกล้ กับการรอออกอัลบั้มน่ะครับ ก็เลยมาฝึกแต่งเพลงกับพี่บอยแล้วก็ลองเขียนเพลงให้คนนู้นคนนี้เพื่อยังชีพไปก่อน ซึ่งเออ มันก็ไปได้นะ ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็นเรามาทำตรงนี้เป็นหลักแทนก่อน”
หากเอ่ยคำว่า “ศิลปิน” สิ่งที่ผุดขึ้นในหัวของใครหลายคนก็มักจะเป็นภาพของจิตกรที่กำลังสะบัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบ นักบัลเล่ห์ที่โชว์ลีลาการเคลื่อนไหวอยู่บนเวที หรือนักดนตรีที่บรรเลงบทเพลงชวนฝัน แต่คงมีน้อยคนนักที่จะนึกถึงภาพของผู้ที่นำเอาตัวอักษรมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเพื่อสรรค์สร้างเป็นงานชิ้นใหม่  อย่างกวี นักเขียนหรือนักประพันธ์เพลง ดังเช่นอีกหนึ่งบทบาทของชายหนุ่มผู้นี้ที่ไม่ได้มีดีเพียงน้ำเสียงอันไพเราะหรือทักษะในการเล่นดนตรีที่โดดเด่นเท่านั้น แต่เขายังมีใจที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์อันเป็แรงพลักดันให้เกิดงานเพลงระดับรางวัลชิ้นแล้วชิ้นเล่า และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ฟังจำนวนมาก 	“ผมว่าก็ต่างกันนะครับ พอแต่งให้ตัวเองมันจะมีความส่วนตัว แล้วก็มันจะมีความ “อยากได้ อยากมี”  มี ego กว่าหน่อย ต้องยอมรับเหมือนกันนะว่าเพลงเราจะต้องเหนือชั้น ต้องเจ๋ง หรือว่าต้องทำให้ซับซ้อนเหนือชั้น ต้องเจ๋ง หรือว่าต้องทำให้ซับซ้อนกว่าคนอื่นอะไรอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นปกติ เราเลี้ยงลูกเราเองเราก็อยากให้ลูกเรียนเก่ง เราก็มีความคาดหวังว่าลูกเราจะเป็นยังไง แต่ถ้าเราเป็นครู เราจะสอนเด็กคนหนึ่ง เราก็ทำตามหลักสูตรที่เขาวางไว้แค่นั้นเอง ก็คือถ้าเป็นจุดมุ่งหมายของตัวเอง มันจะมีอารมณ์ ความรู้สึกแฝงอยู่เยอะ ซึ่งมันก็อาจจะยากกว่าการทำตามโจทย์เสียด้วยซ้ำ แต่ก็สามารถทำตามโจทย์แล้วมีความรู้สึกได้นะ อย่างตอนแต่งให้ Armchair ผมชอบมากเลยเพลง “คุณเก็บความลับได้ไหม” พี่โย่งก็ให้คำนี้มาคำเดียวให้ผมไปแต่งจากคำว่า “คุณเก็บความลับได้ไหม” มา ซึ่งตอนนั้นมันก็กลายๆ กับทำเพลงตัวเอง เพราะเราชอบ Armchair มาตั้งแต่เด็ก เราก็ใส่ความที่เราอยากจะฟัง Armchair แบบนั้นออกมา มันคล้ายๆ กับงานตัวเองว่า เราอยากฟังเพลงตัวเองในแบบไหน มันออกมาจากข้างในเรา มันก็แล้วแต่ว่าเราอินกับศิลปินคนนั้นแค่ไหนด้วย" 	“ที่จริงผมก็พยายามจะออกกำลังตอนเช้านะครับ เพราะว่าผมเป็นคนที่นอนดึกตื่นสาย เพราะเวลาเราเล่นดนตรีเราก็เลิกตีสองตีสามแล้ว แล้วถ้าเราไม่ออกกำลังเราไม่ตื่น ถ้าเหงื่อเราไม่ออก ร่างกายมันจะมาแบบซึมๆ มันจะเทียบไม่ได้กับวันที่เราวิ่งมาเหงื่อท่วมร่าง แล้วมันจะแบบสนุกทั้งวัน ก็ติดการเหงื่อออกตอนเช้าอยู่เท่านั้นเอง เรื่องอาหารการกิน คุณแม่ก็ซื้อวิตามินมาให้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าวิตามินอะไรบ้านนะ คุณแม่เขาจะวางไว้ให้ “เอ้ากินนี่” วันนี้กินเม็ดนี้ก่อนอาหารนี่นา ผมก็จำแล้วก็กินเท่านั้นเอง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ให้ยาพิษผมก็ตายไปแล้ว เพราะผมไม่รู้ (หัวเราะ)”
	กว่าที่งานศิลปะแต่ละชิ้นจะสำเร็จออกมาเป็นผลงานให้เราได้เสพกันล้วนแต่ต้องผ่านกระบวนการคิดและกล่อมเกลาจากผู้สร้างอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ชิ้นงานที่พวกเขาพึงพอใจที่สุด งานเพลงที่ออกมาจากแรงกายและแรงใจของผู้ชายคนนี้ก็เช่นกัน แม้เขาจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของดวง แต่ผลงานของเขาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีกว่า นี้ไม่ใช่เรื่องของดวงอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องของใจที่รักและทุ่มให้กับงานบวกกับพลังในการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่สวยงามและลึกซึ้งของเขา  แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข
Board: About Him
(1)
Share
Slimup
Keep by Slimup
1809
FOLLOWER

จุดเริ่มต้นของนักแต่งเพลงชื่อแสตมป์

" “4-5 ปีก่อน หลังจากเรียนจบใหม่ๆ ตอนนี้นผมมาเป็นคิลปินฝึกหัดที่ LOVE iS กำลังจะออกอัลบั้มกับวงดนตรี แล้วด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็เลยยังไม่ได้ออก ผมก็เลยพยายามที่จะหาเลี้ยงชีพตัวเองด้วยการทำงานที่มันใกล้ กับการรอออกอัลบั้มน่ะครับ ก็เลยมาฝึกแต่งเพลงกับพี่บอยแล้วก็ลองเขียนเพลงให้คนนู้นคนนี้เพื่อยังชีพไปก่อน ซึ่งเออ มันก็ไปได้นะ ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็นเรามาทำตรงนี้เป็นหลักแทนก่อน”"
1 KEEP
Slimup
1 LOVES
tan.suchanari
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13