กิน-อยู่อย่างไร... ให้ไตอยู่ดี ปัจจุบันพบว่า การกินอาหารส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์โดยตรง เรียกว่ากินอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น หากเราเลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว กิจวัตรประจำวัน รวมทั้งเลือกกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้วยังเป็นแนวทางป้องกันโรคที่ดีด้วย

ถึงแม้ว่าร่างกายจะเป็นโรค เราก็ยังต้องเลือกกินให้ถูกกับโรคที่เป็น เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน และอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าเดี๋ยวนี้คนไทยเจ็บป่วยกันง่ายขึ้น แล้วก็เริ่มเจ็บป่วยกันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ลงทุกวัน

หนึ่งในโรคที่มีส่วนสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินที่พบบ่อยในคนไทยคือ โรคไตวายเรื้อรัง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรเวทกล่าวว่า ผู้ที่ เป็นโรคไตส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทาน เช่น อาหารที่มีรสเค็มจัด และอาหารที่ไม่สะอาด ซึ่งการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรคไตนั้น ควรเริ่มจากตัวเราก่อน โดยการปรับพฤติกรรม การรับประทานอาหาร ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันจากสัตว์และโคเลสเตอรอลสูง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการ รับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป เช่น หวานจัด เค็มจัด และอาหารที่มีกะทิ เพื่อป้องกันโรคอ้วน ซึ่งจะเป็นสาเหตุสู่โรคอื่นๆ ตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเป็นโรคไตเรื้อรังที่ตามมา นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคไตได้
สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังแล้ว ก็ควรระมัดระวังไม่ให้โรครุนแรงไปมากกว่าเดิม นอกจากการกินยาตามที่แพทย์สั่ง และการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องหรือการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอแล้ว อาหารก็มีส่วนช่วยบำบัดอาการของโรคไตได้ หากเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม จะช่วยป้องกันภาวะทุพโภชนาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้

นักโภชนาการยังได้อธิบายว่า ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ล้างไตด้วยการฟอกเลือด หรือการล้างไตผ่านทางช่องท้อง อาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีอาการเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง รวมทั้งมีการสูญเสียสารอาหารระหว่างฟอกเลือด และการล้างไตทางช่องท้อง อาทิ โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมร่างกาย และสร้างภูมิคุ้มกัน ดังนั้นผู้ป่วยแต่ละคนควรมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกกินอาหาร เพื่อให้ได้รับสารอาหารโปรตีนและพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

โดยผู้ป่วยโรคไตจะต้องรับการประเมินภาวะโภชนาการ ซึ่งได้แก่ น้ำหนักตัว ผลทางชีวเคมีของเลือด เช่น อัลบูมิน (วัดโปรตีนในเลือด) การประเมินอาการทางคลินิกและการประเมินการบริโภค และนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษานักกำหนดอาหาร/นักโภชนาการ เพื่อจะได้กำหนดปริมาณและรับประทานอาหารให้ถูกต้องเหมาะสมกับภาวะที่ร่างกายต้องการของแต่ละบุคคล ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งเนื้อสัตว์ ข้าวแป้ง ไขมันที่ดี รวมทั้งผักและผลไม้ แต่ต้องกินในปริมาณที่แนะนำ เช่น ผลไม้อาจกินเงาะได้ไม่เกินวันละ 8 ผล แต่ควรงดเมื่อผลทางชีวเคมีของโพแทสเซียมในเลือดเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

นอกจากนี้ ควรจำกัดน้ำดื่มเมื่อมีอาการบวม โดยดื่มน้ำปริมาณเท่ากับปริมาณปัสสาวะต่อวันที่ขับออกมา บวกกับน้ำ 500 ซี.ซี. หลีกเลี่ยงการดื่ม ชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีทั้งโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณค่อนข้างสูง งดการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรออกกำลังกายเบาๆ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า กล้ามเนื้อแข็งแรง และควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ และเลี่ยงภาวะตึงเครียดต่างๆ ที่จะทำให้สุขภาพจิตเสื่อมลง ถ้าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถปฏิบัติตัวได้ดังกล่าวก็สามารถอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้แม้นเป็นโรคไตเรื้อรัง
(0)
Share
Lips
Keep by Lips
3896
FOLLOWER

กิน-อยู่อย่างไร... ให้ไตอยู่ดี

"ปัจจุบันพบว่า การกินอาหารส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์โดยตรง เรียกว่ากินอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น หากเราเลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว กิจวัตรประจำวัน รวมทั้งเลือกกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้วยังเป็นแนวทางป้องกันโรคที่ดีด้วย
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเป็นโรค เราก็ยังต้องเลือกกินให้ถูกกับโรคที่เป็น เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน และอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าเดี๋ยวนี้คนไทยเจ็บป่วยกันง่ายขึ้น แล้วก็เริ่มเจ็บป่วยกันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ลงทุกวัน
หนึ่งในโรคที่มีส่วนสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินที่พบบ่อยในคนไทยคือ โรคไตวายเรื้อรัง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรเวทกล่าวว่า ผู้ที่ เป็นโรคไตส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่รับประทาน เช่น อาหารที่มีรสเค็มจัด และอาหารที่ไม่สะอาด ซึ่งการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรคไตนั้น ควรเริ่มจากตัวเราก่อน โดยการปรับพฤติกรรม การรับประทานอาหาร ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันจากสัตว์และโคเลสเตอรอลสูง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการ รับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป เช่น หวานจัด เค็มจัด และอาหารที่มีกะทิ เพื่อป้องกันโรคอ้วน ซึ่งจะเป็นสาเหตุสู่โรคอื่นๆ ตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเป็นโรคไตเรื้อรังที่ตามมา นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคไตได้"
1 KEEP
Lips
0 LOVES
COMMENT