การตรวจสอบว่าใครเป็นพ่อเด็กทำได้หลายวิธี 2. ตรวจหาดีเอ็นเอของทารกเทียบกับดีเอ็นเอของแม่และของพ่อที่สงสัย การตรวจดีเอ็นเอนั้นค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลาในการตรวจ สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา โดยใช้วิธีเจาะเลือดจากสายสะดือของทารก หรือตรวจทารกตอนคลอดออกมาซึ่งอาจใช้การตรวจเลือดก็ได้ การตรวจเซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้มก็ได้ มีความแม่นยำประมาณร้อยละ 99.9

3. ตรวจหากรุ๊ปเลือดเอบีโอในพ่อแม่และลูก ควรตรวจหลังจากเด็กคลอดออกมาแล้ว เป็นวิธีการตรวจที่ง่ายทราบผลทันที ค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่ผลที่ได้มีข้อจำกัด คือ สามารถบอกได้แค่ว่า คนที่ไม่ใช่พ่อของเด็ก คือคนกรุ๊ปเลือดอะไร แต่ไม่อาจสรุปได้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก รายละเอียดดูในภาพได้เลยคะ
ปัญหาลูกในท้องเป็นลูกของใครนั้น ในฐานะหมอสูติ พบว่ามีคนมาปรึกษาเรื่องนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความทุกข์ใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแม่ของลูกในท้อง ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครคือพ่อที่แท้จริง

วิธีตรวจสอบว่าลูกในท้องเป็นลูกของใครตรวจสอบได้หลายวิธีดังนี้

1. ตรวจสอบจากวันปฏิสนธิและอายุครรภ์ของเด็กทารกในท้อง :
วันปฏิสนธิคือวันที่ไข่ตกและมีอสุจิเข้าไปผสม วิธีตรวจดูว่าไข่ตกในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์และท้องไปแล้ว สามารถตรวจดูย้อนหลังโดยการนับดูจากรอบเดือนดังนี้

ให้คำนวณรอบเดือนว่ายาวเท่าไหร่ โดยนับจากวันแรกของประจำเดือนถึงวันแรกของประจำเดือนเดือนถัดไป แล้วหาค่าเฉลี่ย คนทั่วไปที่มีไข่ตก รอบเดือนมักยาว 25-35 วัน

ส่วนการจะดูว่าไข่ตกเมื่อไหร่ให้นับย้อนหลังจากวันสุดท้ายของรอบเดือนเข้าไป 14 วัน ดังนั้นหากมีรอบเดือนทุก 28 วัน ไข่ย่อมตกวันที่ 14 ของประจำเดือน โดยนับประจำเดือนที่มาวันแรกคือ วันที่ 1 ของประจำเดือน หากมีรอบเดือนทุก 30 วัน ไข่ตกวันที่ 16 ของประจำเดือน ฯลฯ หลังไข่ตกไข่จะอยู่ได้ 24 ชั่วโมง หากไม่ได้ผสมจะสลายไป แต่อสุจิมีชีวิตอยู่ได้ 3 วัน ในร่างกายของผู้หญิง 

ดังนั้นสมมุติหากไข่ตกวันที่ 10 คุณมีเพศสัมพันธ์วันที่ 7, 8, 9, 10, 11 ไข่กับอสุจิสามารถปฏิสนธิได้ เมื่อมีปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน ประจำเดือนก็จะขาดไป ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์ห่างกันเป็นสัปดาห์ ทราบอายุครรภ์ของทารกจากการตรวจอัลตราซาวนด์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก โดยการดูความเป็นไปได้ว่าวันที่มีเพศสัมพันธ์นั้น จะทำให้เกิดการปฏิสนธิจนได้เด็กมีอายุครรภ์ตามที่คำนวณได้หรือไม่นะคะ สำหรับคนที่อยากมีลูก ควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไข่ตก วิธีตรวจว่าไข่ตกเมื่อไหร่ นอกจากนับดูจากรอบเดือนแล้วยังมีวิธีการตรวจอีกหลายวิธีดังนี้ค่ะ

1. ดูจากอุณหภูมิพื้นฐานของร่างกาย (Basal Body Temperature) โดยทั่วไปตอนตื่นนอนตอนเช้า อุณหภูมิของร่างกายจะคงที่คือประมาณ 98.6 องศาฟาเรนไฮต์ เมื่อไหร่ที่มีไข่ตก อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นประมาณ 0.5 องศาฟาเรนไฮต์ อุณหภูมิจะคงสูงอยู่จนมีประจำเดือน อุณหภูมิจึงลดลง

2. ดูจากค่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในเลือด โดยเจาะดูค่าฮอร์โมนต่อเนื่องกันค่าเกิน 6-25 นาโนกรัมต่อซีซี ถือว่ามีไข่ตก

3. หาฮอร์โมนแอลเอช (LH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ไข่ตก มีเครื่องมือการตรวจหาฮอร์โมนแอลเอชตามร้านค้า โดยตรวจน้ำปัสสาวะ ซึ่งก่อนไข่ตก 24 ชั่วโมงจะพบฮอร์โมนแอลเอชในน้ำปัสสาวะ

4. ดูมูกที่ปากมดลูก เมื่อไหร่ที่ไข่ตกมูกที่ปากมดลูกจะเหนียวและยืดได้ยาวเป็น10-20 เซนติเมตร (Spinnbarkeit)

5. ดูอาการปวดท้องช่วงไข่ตก จะมีอาการปวดเสียดที่ปีกมดลูกข้างซ้ายหรือขวา ที่มีไข่ตก (Mittelschmerz) อาการปวดจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง
Board: Health
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

การตรวจสอบว่าใครเป็นพ่อเด็กทำได้หลายวิธี

"2. ตรวจหาดีเอ็นเอของทารกเทียบกับดีเอ็นเอของแม่และของพ่อที่สงสัย การตรวจดีเอ็นเอนั้นค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลาในการตรวจ สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา โดยใช้วิธีเจาะเลือดจากสายสะดือของทารก หรือตรวจทารกตอนคลอดออกมาซึ่งอาจใช้การตรวจเลือดก็ได้ การตรวจเซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้มก็ได้ มีความแม่นยำประมาณร้อยละ 99.9
3. ตรวจหากรุ๊ปเลือดเอบีโอในพ่อแม่และลูก ควรตรวจหลังจากเด็กคลอดออกมาแล้ว เป็นวิธีการตรวจที่ง่ายทราบผลทันที ค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่ผลที่ได้มีข้อจำกัด คือ สามารถบอกได้แค่ว่า คนที่ไม่ใช่พ่อของเด็ก คือคนกรุ๊ปเลือดอะไร แต่ไม่อาจสรุปได้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก รายละเอียดดูในภาพได้เลยคะ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT