กลุ่มคนไข้ของผมส่วนใหญ่ค่อนข้างมีฐานะสวยและดูดี โดยส่วนใหญ่จะสวยมากกันอยู่แล้วแต่ไม่มั่นใจในตัวเองแบบมากๆ ยังอยากจะทำเพิ่ม อยากจะสวยอีก จนผมต้องบอกว่าพอก่อนอีก 3 เดือนค่อยมาเจอกันใหม่ คืออยากให้เขาเพลาๆ ลงหน่อยเพราะการทำอะไรที่มากเกินผลลัพธ์ที่ได้แทนที่จะดูดี กลับจะไม่สวยแทน ซึ่งผมเห็นมาเยอะจนอยากแนะนำให้หันไปทำอย่างอื่นกันบ้างที่ดีต่อความสวยเหมือนกัน เช่น โยคะ หรือวิ่ง

“ผมพร้อมจะแนะนำเขาอย่างจริงใจเงิน 2 หมื่นบาททำแค่นี้คุ้มแล้ว เจอกันปีละ 2 ครั้งก็พอเพราะผมไม่เลี้ยงไข้ ทำปุ๊บสวยเลย แต่เนื่องจากสิ่งที่ทำมีอายุมีการเสื่อมสลายไม่ได้อยู่ถาวรจึงต้องมีเติมกันบ้าง แค่นี้ก็พอไม่ต้องทำบ่อยๆ
หน้าใสๆ สุขภาพ-รูปร่างสวยมีใครบ้างไม่ปรารถนาถ้าคุณเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจบอกก่อนไม่อ้อมค้อมว่ากว่าจะได้มา...จำเป็นต้องอดทน

มื้อที่ 1 ซุปฟักทองสีเหลืองสวยชวนรับประทานแอบมีขนมปังกระเทียมแผ่นบางกรอบแถมให้ทานคู่กันด้วย 1 ชิ้น
มื้อที่ 2 สปาเกตตีพิงค์ซอสโชยกลิ่นหอมของเครื่องเทศในซอสสูตรพิเศษ เนื้อปลาแซลมอนคลุกเคล้าเข้ากับเส้นสปาเกตตี 1 ขดม้วนเข้าปากได้ปุ๊บ พอรู้ตัวอีกทีก็หมด...
มื้อที่ 3 สลัดกุ้งลายเสือ จี่กุ้งตัวใหญ่ว่างลงบนผักสลัดหลากชนิด ราดน้ำซอสสูตรใสและในจำนวนผักหลายชนิดนั้นมีรากบัวที่เชฟบรรจงหั่นเป็นชิ้นบางวางอยู่ด้วยน่าตื่นเต้น
มื้อที่ 4 สเต็กไก่พริกไทยดำอกไก่ชิ้นกำลังเหมาะหมักจนนุ่มเนื้อกริลล์กับซอสพริกไทยดำรสเผ็ดแต่อร่อยเสียดายตักเข้าปากแล้วหมดเร็วไปสักหน่อย
มื้อที่ 5 ผลไม้รวมหลากประเภทมีทั้งกีวีองุ่นไร้เมล็ดมะละกอแอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว สาลี่ อย่างละนิดละหน่อย และเคียงกันมีวุ้นใสใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนดูแล้วเชฟตั้งใจทำให้เป็นของขวัญวันพิเศษ
กำลังเพลินๆกับทุกมื้ออาหารที่บรรจุลงในกล่องส่งถึงบ้านอ้าว! หมดเมนูใน 1 วันเสียแล้วหรือ...สำหรับคนตามใจปากอย่างผมการได้รับประทานอาหารอร่อยขนาดนี้ใน 1 วันน้ำหนักจะลดลงได้จริงหรือผลลัพธ์ที่ได้ ภายใน 1 อาทิตย์น้ำหนักตัวอุต๊ะ...ลงไปเกือบ 4 กิโลฯโดยไม่ต้องทำอะไรเลยแม้แต่ออกกำลังกาย (แค่มีวินัยเรื่องการกิน)Diet Program ที่ว่ามายืดยาวนี้ต้องยกความดีความชอบให้คุณหมอ ณัฐ - ณัฐพลพิณนิมิตรแห่ง Medivisage Clinique ที่ทั้งบังคับทั้งให้กำลังใจ ในปฏิบัติการเพื่อสุขภาพและความงามคุณหมอณัฐไม่เพียงแต่ให้คนไข้รับ ประทานมื้อไดเอทอย่างถูกวิธี (แบ่งย่อยออกเป็น 5 มื้อ) แต่ยังสร้างสรรค์ แต่ละเมนูร่วมกับเชฟให้คนไข้รู้สึกตื่นเต้นไม่จำเจแถมบางมื้อเผลอร้อง... ว้าว! แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณหมอณัฐให้ความเห็นกับการลดน้ำหนักตัวโดยใช้ยาด้วยว่า...“ผมไม่แนะนำเลยละเพราะมันส่งผลกระทบในระยะยาวทำให้กลไกของร่างกายผิดปกติซึ่งอาจจะโยโย่ได้ขณะที่ผมถ้าจะให้คนไข้กินขอเปลี่ยนเป็นในลักษณะอาหารเสริมหรือวิตามินซึ่งไม่มีผลข้างเคียงแต่ก็อาจไม่เกิดผลอะไรเลยที่แน่ๆคือช่วยเรื่องการเผาผลาญแต่ไม่เห็นผลเยอะชัดเจน

“อย่าง Original Diet Program by Medivisage อาหารเสริมจะใช้ในคนไข้กลุ่มหนึ่งที่ขนาดฉันไม่กินอะไรเลยก็ยังอ้วนเนื่องจากระบบการเผาผลาญของร่างกายน้อยจึงต้องทานอาหารเสริมพวกนี้เข้าไปช่วยสักหน่อยหรือการกินสมุนไพรอย่างมะขามแขกหรือพริกไทยก็ช่วยได้นะครับคืออะไรที่กินแล้วรู้สึกว่ามันร้อนๆนั้นช่วยในเรื่องของระบบการเผาผลาญอยู่แล้ว

“ยาต่างๆถ้าจะกินต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์การซื้อจะต้องเอาบัตรประชาชนให้คลินิกต้องลงชื่อและส่งข้อมูลนั้นให้กระทรวงสาธารณสุขที่ต้องมีขั้นตอนวุ่นวายก็เพราะคนจะได้ไม่กินยาเยอะเกินไป เพราะการกินยานั้นส่งผลในระยะยาวที่แน่ๆคือเบลอกับนอนไม่หลับ"

หมอณัฐย้ำโทษภัยของยาลดความอ้วนที่ทุกคนคงรู้ดี “เชื่อผมเถอะครับลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินดูสักครั้งอาทิตย์เดียวก็ยังดีเพราะนี่คือวิธีการที่ถูกต้องผมเป็นหมอหมอทดลองเองและได้ผลจึงแนะนำเคสตัวอย่างคือคนไข้บางคนทานต่อเนื่องนาน 1 เดือนและกลับมาบอกผมว่าเขาดีใจมากไปเจาะเลือดตรวจค่าตับปรากฏว่าค่าตับดีขึ้น 

“อีกเคสคือคนไข้อยากจะดีท็อกซ์ร่างกายเลยมาเข้าคอร์สกับเรา 1 อาทิตย์ วันที่เหลือใน 1 เดือนเขาอาจจะอยากดื่มไวน์หรือกินอะไรที่อยากกินเมื่ออยากดีท็อกซ์ก็มาเข้าโปรแกรมเพื่อดีท็อกซ์ร่างกายซึ่งฟีดแบ็กที่ได้มาคือคนไข้พอใจและบอกว่าขับถ่ายดีขึ้น “ข้อดีของการปรับเปลี่ยนวิธีการกินอาหารที่ถูกวิธีคือคุณจะมีน้ำหนักคงที่ขับถ่ายดียิ่งสำหรับคุณผู้หญิงถ้ากินไม่ถูกต้องจะมีลมท้องอืดขับถ่ายได้ไม่ดี" การไม่กินโน่นกินนี่มากเกินไปทำให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารและวิตามินจำกัด ไม่หมุนเวียน ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อตัวของคุณเองเพราะฉะนั้นคุณจำเป็นต้องฝึก

“อย่างบางคนตั้งใจจะกินอาหารลดความอ้วนแต่บอกว่าไม่กินผักอ้าว... แล้วผมจะให้คุณกินอะไรดีล่ะครับ นักโภชนาการของผมก็มึนๆไปคือไม่ได้นะ ต้องกินต้องฝึกเริ่มจากทีละนิดคือถ้าหมอพูดเขาจะฟัง แต่ถ้าเป็นคนอื่นพูดเขาจะรั้นอะไรๆ ก็จะไม่กินไปเสียหมด

“เพราะถ้าคุณไม่กินผักเมนูที่เตรียมให้จะจำกัดและไม่อร่อย แต่ถ้าคุณกินได้ตามที่เชฟจัดให้มันจะสนุกมากๆ เพราะเชฟเขาเก่งในการสร้างสรรค์ เช่นคุณกินยำแต่ความเปรี้ยวของยำอาจไม่ได้มาจากมะนาวแต่มาจากส้มโอ ส้ม หรือมะขาม นั่นเป็นหน้าที่ที่เขาต้องสรรหามาให้คุณกิน ซึ่งถ้าคุณปฏิเสธก็อาจจะไม่ได้รับความแปลกใหม่ ซึ่งสิ่งที่ไม่ได้รับนั่นละคือเสน่ห์ของเมนูที่เชฟสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ตอนเด็กผมเป็นสิวแม่ก็พาไปหาหมอหมอให้ยามากินและทา แค่นั้นจบตอนนั้นยังไม่มีเลเซอร์หรือการฉีดอะไรทั้งสิ้น แต่พอเรียนจบจากอเมริกาก็เริ่มมีเยอะขึ้นแล้ว ในเรื่องของเลเซอร์และโบท็อกซ์ซึ่งเป็นเทรนด์และบางคนอาจต้องใช้คำว่า 'เสพติด'

“ประกอบกับสมัยก่อนหมอผิวหนังก็คือหมอผิวหนังที่ไม่มีในเรื่องการตลาดฉันมีห้องแถว 1 ห้องก็เปิดเป็นคลินิกรักษาคนไข้ไปตามปกติ ไม่มีการพูดว่าของเรามีอะไรดีหรือโดดเด่นกระทั่งคนเล็งเห็นว่าธุรกิจนี้เริ่มเติบโต มีการพูดถึงวิธีการรักษาที่ดูแล้วหวือหวาน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น มีการโฆษณาซึ่งไม่ผิดแต่อาจโดนแอนตี้บ้าง

“ที่ผ่านมาผมเจอคนไข้เยอะมากบางเคสสวยมากอยู่แล้วแต่ไม่มั่นใจ คิดว่าต้องทำโน่นนี่นั่นเพิ่มขึ้นอีกจนบางทีต้องขออนุญาตพักสมองไปออกค่ายแพทย์ชนบทรักษาผู้ป่วยที่อยู่ต่างจังหวัดเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลายและรู้สึกว่าตนเองเป็นแพทย์มากกว่าคนทำธุรกิจ คงด้วยอาชีพของเขาซึ่งคู่แข่งมีเยอะเด็กรุ่นใหม่เข้ามาจึงต้องมีการดูแลหน้ามากขึ้นกันทั้งนั้น เพราะทุกคนสวยหล่อกันหมด เคยมั่นใจว่าตัวเองสวยแต่วันหนึ่งความมั่นใจคงต้องลดหรือหมดไปเพราะมีคู่แข่งเยอะ อย่างมีคนมาบอกว่าเฮ้ย! หน้าอ้วนนะทำนี่สิเชื่อว่าต้องมีพูดให้ได้ยินทุกวันจึงมีสักวันที่ความมั่นใจหมด

“โบท็อกซ์กับฟิลเลอร์เป็นสิ่งดีช่วยได้จริงแต่ต้องทำแต่พอดีใช้มันให้ถูกวิธีและใช้น้อยๆ ในจุดที่ต้องการให้ออกฤทธิ์อย่างโบท็อกซ์ ผลของมันคือไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ถ้าฉีดเยอะมันจะตายแต่ถ้าฉีดน้อยๆ มันจะทำให้อ่อนแรงทุกวันนี้ที่เราฉีดโบท็อกซ์ก็เพื่อทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีการเคลื่อนที่น้อยลงริ้วรอยเหี่ยวย่นถึงจางหาย

“แต่อย่างการร้อยไหมซึ่งที่ผ่านมาดังมาก ไหมมีหลายอย่างแต่ที่ใช้กันมากๆ คือไหมละลายซึ่งเป็นไหมที่เขาเอาไว้เย็บหลอดเลือด ปกติเราใช้ในการผ่าตัดอยู่แล้วผลที่ได้จากการร้อยไหมคือช่วยให้ผิวหนังตึงซึ่งมันละลายเองได้

“สำหรับตัวผมเองคิดว่าผลที่ได้มันไม่ได้ดีขนาดคำโฆษณาชวนเชื่อส่วนหนึ่งเพราะยังไม่มีผลการวิจัยอย่างเป็นทางการและที่เมดิวิซาจความปลอดภัยต้องมาก่อนครับ หมอณัฐตอบทันที อันนี้ขึ้นอยู่กับคนไข้ครับคนไข้ทุกคนที่มาหาผมส่วนใหญ่ไม่มั่นใจหรือคิดว่าสวยไม่พอ บางคนมีปัญหาไม่มั่นใจมากๆมีผลกระทบต่อบุคลิกภาพ แต่ส่วนตัวผมจะไม่บังคับบอกว่าคุณต้องทำไม่เคยพูด ผมจะให้คำแนะนำในฐานะแพทย์แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจคือคนไข้ 

“ในฐานะหมอผมมีสิทธิ์แค่บอกว่าการทำอะไรได้ผลอย่างไรพอใจไหม เลือกไหม ซึ่งคนไข้ต้องเลือกเองหมอไม่มีสิทธิ์เลือกให้การทำแต่ละอย่างมีข้อดี-ข้อเสียและคิดราคาค่าทำแต่ละอย่างเท่าไรโดยทุกอย่างจะคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก"

ถึงตรงนี้ลองทบทวนและยิงคำถามถามตัวเองดูนะครับ...ว่าความสวยนั้นจำเป็นสำหรับคุณหรือเปล่าถ้าใช่...คำตอบมีอยู่ที่นี่แล้ว
Board: VOICE
(0)
Share
Volume
Keep by Volume
2876
FOLLOWER

กลุ่มคนไข้ของผมส่วนใหญ่ค่อนข้างมีฐานะสวยและดูดี

"โดยส่วนใหญ่จะสวยมากกันอยู่แล้วแต่ไม่มั่นใจในตัวเองแบบมากๆ ยังอยากจะทำเพิ่ม อยากจะสวยอีก จนผมต้องบอกว่าพอก่อนอีก 3 เดือนค่อยมาเจอกันใหม่ คืออยากให้เขาเพลาๆ ลงหน่อยเพราะการทำอะไรที่มากเกินผลลัพธ์ที่ได้แทนที่จะดูดี กลับจะไม่สวยแทน ซึ่งผมเห็นมาเยอะจนอยากแนะนำให้หันไปทำอย่างอื่นกันบ้างที่ดีต่อความสวยเหมือนกัน เช่น โยคะ หรือวิ่ง
“ผมพร้อมจะแนะนำเขาอย่างจริงใจเงิน 2 หมื่นบาททำแค่นี้คุ้มแล้ว เจอกันปีละ 2 ครั้งก็พอเพราะผมไม่เลี้ยงไข้ ทำปุ๊บสวยเลย แต่เนื่องจากสิ่งที่ทำมีอายุมีการเสื่อมสลายไม่ได้อยู่ถาวรจึงต้องมีเติมกันบ้าง แค่นี้ก็พอไม่ต้องทำบ่อยๆ"
1 KEEP
Volume
0 LOVES
COMMENT