Givenchy ห้องเสื้อจีวองซี่ เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1952 โดยดีไซเนอร์ Hubert de Givenchy  ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นโลกของตัวเองจากกฎอันเคร่งครัดของความเชื่อแบบคาทอลิก ว่าไปแล้วเขาออกจะมีอะไรขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย เช่น การที่เขาเป็นเกย์ (ซึ่งอาจยืนยันถึงความย้อนแย้งเรื่องการดีความศาสนาของเขา) และการเลือกใช้นางแบบ Lea T นางแบบอาชีพที่แปลงเพศจากชายเป็นหญิง (Transexual) มาเดินอยู่บ่อยๆ
 ไม่ว่าจะด้วยกระแสของ Lea T หรือว่าเพราะอะไรก็แล้วแต่ การผสมผสานเหล่านี้ ทำให้ศาสนาที่เขาหยิบมาใช้ในการทำงานในแวดวงแฟชั่นนั้นดูแปลกไปกว่าที่เราเคยเห็น คือนอบน้อมแต่ไม่ได้ผ่อนตามไปเสียทั้งหมด
 และความชัดเจนของทิสชี ทำให้เขาได้รับเกียรติให้เป็น คิวเรเตอร์ของวิชั่นแนร์ (Visionaire) ในฉบับครบรอบเล่มที่ 60 โดยเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับคอนทริบิวเตอร์คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมงานในเล่ม ไม่ว่าจะเป็น คาร์ลลาเกอร์เฟลด์ (Katl Lagerfeld) เปาโล คาเนวารี (Paolo Canevari) และอีกหลายคนในการสร้างสรรค์งานภาพที่จะเกิดขึ้นในเล่ม ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทิสชีเคยทำงานในลักษณะนี้มาครั้งหนึ่งกับนิตยาสาร A Magazine (นิตยาสารเกี่ยวกับแฟชั่น ศิลปะภาพถ่ายและความเรียง ซึ่งออกวางจำหน่ายปีละ 2 เล่ม) ทิสชีนำเสนองานภาพถ่านกว่าร้อยภาพที่สะท้อนมุมมองของเขาต่อศาสนาเรื่องเพศและแฟชั่น
 และอย่าเข้าใจผิดว่ามันจะเรียบร้อยแบบนางชีนะครับ
 การกลับมาทำงานในแบบที่ไม่มีจีวองซี่เข้ามายุ่งเกี่ยว จึงน่าสนใจว่าศาสนาในความคิดของดีไซเนอร์อย่างเขายังจะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง Visionaire ฉบับครบรอบ 60 เล่มจะออกวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนในแบบจำกัดจำนวนในราคาเล่มละ 15,000 บาท โดยต้องสั่งจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์
 ส่วนว่าเขาจะได้ไปทำงานให้กับคริสเตียน ดิออร์ จริงไหม อีไม่นานนี้เราคงได้รู้กัน

Givenchy
ห้องเสื้อจีวองซี่ เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1952 โดยดีไซเนอร์ Hubert de Givenchy (ปัจจุบันอายุ 84 ปี) เขาโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการมีลูกค้าดังๆ อย่าง แจ็คเกอลีน เคนเนดี้ และ ออเดรย์  เฮปเปิร์น ปัจจุบันแบรนด์จีวองซี่อยู่ภายใต้ LVMH ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี น้ำหอม และเครื่องประดับอื่นๆ
ผลงานจาก Visionaire บางส่วนที่ถูกเปิดเผยแล้วผ่านทางเว็บไซต์ Style.com
ศาสนากับแฟชั่น
หน้าปก Visionaire เล่มที่ 60 ทำจากหนังและปั๊มเป็นตัวหนังสืออย่างที่เห็นขายในราคา 15,000 บาท แน่นอน คุณต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น
ข่าวคราวของ จอห์น  กัลป์ลิอาโน ที่โดนไล่ออกจากคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) เพราะเกิดรักฮิตเลอร์ขึ้นมากะทันหัน ทำให้เป็นที่จับตามองกันว่าใครจะมากุมบังเหียนคริสเตียน ดิออร์ ต่อจากจอห์น กัลป์ลิอาโน
 หนึ่งในตัวเลือกของ LVMH ก็มีชื่อของริคคาร์โด ทิสซี (Riccardo Tisci) อยู่ในนั้น
 ทิสซีอาจจะไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่ขยันออกสื่ออย่างกัลป์ลิอาโน แต่ผลงานของทิสซีถือได้ว่าโดดเด่นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะความชัดเจนในรูปแบบของเขาเองซึ่งสามารถผนวกกับบุคลิกของห้องเสื้อได้อย่างเหมาะเจาะ ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งครีเอทีฟดีไซเนอร์ให้กับห้องเสื้อจีวองซี่ (Givenchy) ซึ่งเดิม จอห์น กัลลิอาโน ก็เคยดูแลห้องเสื้อนี้ก่อนที่จะย้ายไปดิออร์ และผลงานของทิสซีในจีวองซี่ก็น่าพอใจ เขาสามารถทำให้จิวองซี่กลับมามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงอีกครั้ง แผนกเสื้อผ้า โอต์ กูตูร์ ของจีวองซที่สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าจาก 5 คนมาเป็น 29 คน นับตั้งแต่ทิสซี่เข้ามาดูแลเมื่อราว 5 ปีที่ผ่านมา
 หนึ่งในนั้นมีรายชื่อคนดังอย่าง มาดอนน่า (ใช้บริการเพื่อตัดชุดสำหรับทัวร์คอนเสิร์ต Sticky & Sweet Tour) เจ้าหญิงราเนียแห่งจอร์แดน และ เคท แบลนเชตต์ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของจีวองซี่ (ในงานประกาศผลออสการ์ที่ผ่านมาเธอก็เลือกใส่ชุดของจีวองซี่เช่นกัน) แม้ผลงานของเขาในหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้มีคนบ่นว่า ‘เข้าใจยาก’ และ ‘ดูทึมไปหน่อยสำหรับจีวองซี่’ เสียงที่ตอบกลับมาของนักวิจารณ์ดูไม่ค่อยเป็นที่ปลื้มนัก แต่ตรงกันข้ามมันกลับได้รับความนิยมจากบรรดาลูกค้าสาวๆ เป็นอย่างมาก
 งานของทิสชีมักอิงอยู่กับความศรัทธาที่มีต่อศาสนาคริสต์ของเขา และความอ่อนโยนของผู้หญิงขณะเดียวกันก็มีความลึกลับแฝงอยู่ในที หลายครั้งที่เราจะได้กลิ่นศิลปะแบบกอธิคติดอยู่ตามเสื้อผ้า ความลึกลับและคลาสิกของสีดำตัดเย็บถื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จีวองซี่ในยุคของเขาไล่ตามคริสเตียน ดิออร์ มาติดๆ
 ทิสชีเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับเดอะนิวยอร์ก ไทม์ ว่าการที่เขาโตมากับครอบครัวขนาดใหญ่ซึ่งมีพี่สาว น้องสาว 8 คน (เขาเป็นคนเดียวที่เป็นผู้ชาย) ทำให้เขามีความอ่อนไหวต่อสิ่งรอบตัว และ “ผมมักมองอะไรเป็นสองฟากเสมอ ไม่ค่อยมีตรงกลาง ไม่ขาวก็ดำไปเลย”
Lee T นางแบบแปลงเพศที่ร่วมงานกับจีวองซี่มาแล้วในหลายๆ ฤดูกาล ทั้งบนรันเวย์และผ่านแคมเปญโฆษณา
อะไรแบบนั้น แนวความคิดแบบนี้ก็ต้องนำมาปรับเวลาที่เราทำงานออกแบบ
 และอิทธิพลของศาสนาก็ส่งผลกับงานออกแบบของเขาเป็นอย่างมาก
 “ศาสนามันอยู่ในดีเอ็นเอของผมไปแล้ว คอลเลกชั่นนี้บอกได้เลยว่า มันเกี่ยวกับความเป็นคาทอลิกของผม” คอลเลกชั่นที่เขาพูดถึงคือ คอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2010/2011 ซึ่งเขารับหน้าที่เข้ามาดูแลแบบเต็มตัวต่อจาก ออสวอลด์ โบแต็ง (Ozwald Boateng)
 เครื่องประดับบนรันเวย์ทำเลียนแบบช่อมะกอก เสื้อคลุมแบบ Zoot Suit และเสื้อคลุม Mackintosh สีดำตัดกับเสื้อเชิ้ตปกแบบอีตันพอดีตัว ทำให้เรานึกถึงภาพของนักบวชที่แปลงกายมาอยู่บนรันเวย์
 การตึความศาสนาในแบบของทิสชีไม่ได้เป็นไปในเชิงการต่อสู้ทางสัญลักษณ์แบบที่ ฌอง ปอล โกลติเยอร์ หรือที่ อเล็กซานเดอร์ แมคควีน เคยทำแต่ออกจะเป็นไปในลักษณะการ ‘หยิบยืม’ เอาด้านที่เป็นความสงบและลึกลับของศาสนามาใช้กระตุ้นความอยากรู้เสียมากกว่า
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

Givenchy ห้องเสื้อจีวองซี่ เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1952 โดยดีไซเนอร์ Hubert de Givenchy

" ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นโลกของตัวเองจากกฎอันเคร่งครัดของความเชื่อแบบคาทอลิก ว่าไปแล้วเขาออกจะมีอะไรขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย เช่น การที่เขาเป็นเกย์ (ซึ่งอาจยืนยันถึงความย้อนแย้งเรื่องการดีความศาสนาของเขา) และการเลือกใช้นางแบบ Lea T นางแบบอาชีพที่แปลงเพศจากชายเป็นหญิง (Transexual) มาเดินอยู่บ่อยๆ
ไม่ว่าจะด้วยกระแสของ Lea T หรือว่าเพราะอะไรก็แล้วแต่ การผสมผสานเหล่านี้ ทำให้ศาสนาที่เขาหยิบมาใช้ในการทำงานในแวดวงแฟชั่นนั้นดูแปลกไปกว่าที่เราเคยเห็น คือนอบน้อมแต่ไม่ได้ผ่อนตามไปเสียทั้งหมด
และความชัดเจนของทิสชี ทำให้เขาได้รับเกียรติให้เป็น คิวเรเตอร์ของวิชั่นแนร์ (Visionaire) ในฉบับครบรอบเล่มที่ 60 โดยเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับคอนทริบิวเตอร์คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมงานในเล่ม ไม่ว่าจะเป็น คาร์ลลาเกอร์เฟลด์ (Katl Lagerfeld) เปาโล คาเนวารี (Paolo Canevari) และอีกหลายคนในการสร้างสรรค์งานภาพที่จะเกิดขึ้นในเล่ม ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทิสชีเคยทำงานในลักษณะนี้มาครั้งหนึ่งกับนิตยาสาร A Magazine (นิตยาสารเกี่ยวกับแฟชั่น ศิลปะภาพถ่ายและความเรียง ซึ่งออกวางจำหน่ายปีละ 2 เล่ม) ทิสชีนำเสนองานภาพถ่านกว่าร้อยภาพที่สะท้อนมุมมองของเขาต่อศาสนาเรื่องเพศและแฟชั่น
และอย่าเข้าใจผิดว่ามันจะเรียบร้อยแบบนางชีนะครับ
การกลับมาทำงานในแบบที่ไม่มีจีวองซี่เข้ามายุ่งเกี่ยว จึงน่าสนใจว่าศาสนาในความคิดของดีไซเนอร์อย่างเขายังจะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง Visionaire ฉบับครบรอบ 60 เล่มจะออกวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนในแบบจำกัดจำนวนในราคาเล่มละ 15,000 บาท โดยต้องสั่งจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์
ส่วนว่าเขาจะได้ไปทำงานให้กับคริสเตียน ดิออร์ จริงไหม อีไม่นานนี้เราคงได้รู้กัน
Givenchy
ห้องเสื้อจีวองซี่ เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1952 โดยดีไซเนอร์ Hubert de Givenchy (ปัจจุบันอายุ 84 ปี) เขาโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการมีลูกค้าดังๆ อย่าง แจ็คเกอลีน เคนเนดี้ และ ออเดรย์ เฮปเปิร์น ปัจจุบันแบรนด์จีวองซี่อยู่ภายใต้ LVMH ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี น้ำหอม และเครื่องประดับอื่นๆ
ผลงานจาก Visionaire บางส่วนที่ถูกเปิดเผยแล้วผ่านทางเว็บไซต์ Style.com
"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT