แก้ปัญหาด้วยปัญญา ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์ ภรรยาของผมทำงานบริษัท แต่เมื่อเธอคลอดลูกผมก็ขอให้เธอลาออกมาดูแลลูกอย่างเดียว โดยมีเด็กรับใช้เป็นผู้ช่วย 2 คน เพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับการดูแลบ้านจะได้มีเวลาดูแลลูกเต็มที่ ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี

แต่พอลูกอายุได้ 6 เดือนผมรู้สึกว่าเธอดูเครียดๆ ทุกวันที่ผมกลับจากทำงาน เวลานั่งทานข้าวด้วยกัน เธอจะมีเรื่องของเพื่อนบ้านมาเล่าให้ผมฟังเสมอๆ ถ้าผมไม่ฟังหรือแสดงท่าทีไม่ใส่ใจ หรือขอให้เธอเพลาๆ การออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านที่ทำให้เธอเครียด เธอจะโกรธและบอกว่าผมเป็นคนให้เธอออกจากงานมาเลี้ยงลูกเธอไม่มีสังคมเลย เธอเบื่อ พอเธอเริ่มมีเพื่อนคุยผมก็ห้ามเธออีก...

ผมอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า ผมเองก็เบื่อและรำคาญมากที่จะต้องนั่งฟังเรื่องไร้สาระของคนข้างบ้านไม่เว้นแต่ละวัน บางทีวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ผมก็อยากจะใช้เวลาสบายๆ อยู่กับเธอและลูก เพื่อนภรรยาก็จะอุ้มลูกมาปูเสื่อนั่งคุยกันที่สนาม เธอเองก็คงเกรงใจผมแต่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้...

ทุกวันนี้ ถ้าไม่ติดว่ามีลูกผม อยากจะกลับบ้านตีหนึ่งตีสองเพื่อให้เธอหลับไปก่อน เพราะไม่อยากรับรู้เรื่องของชาวบ้าน เหนื่อยกายจากการทำงานแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยใจกับเรื่องไร้สาระไม่รู้จะทำอย่างไรดีครับ
ไม่กลับบ้านหรือกลับดึก...ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นแค่การเอาตัวรอดชั่วครั้งชั่วคราว

ถ้าอยากแก้ปัญหา...ต้องหันหน้าให้ปัญหา...แล้วหาทางแก้...ด้วยปัญญา

ภรรยาของคุณกำลังเปิดเผยว่าเธอต้องการสังคม เมื่อต้องห่างจากสังคมเพื่อนร่วมงานจึงต้องหาสังคมคนใกล้ชิด ซึ่งก็คือเพื่อนๆ แม่บ้านด้วยกันทดแทน แต่ก็ดูว่าจะเป็นความอึดอัดของคุณ เพราะคุณตั้งใจให้ภรรยาออกจากงานมาดูแลลูก แต่ภรรยากลับทิ้งหน้าที่ให้เด็กรับใช้ทำ แล้วใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนๆ ด้วยเรื่องอันไร้สาระในสายตาของคุณ

อย่างนี้ต้องหางานให้ทำค่ะ อย่าให้อยู่บ้านว่างๆ แล้วออกไปหาสังคมที่ไม่เป็นประโยชน์

แต่เรื่องนี้ต้องใช้ปัญญาคุยกัน ใช้อารมณ์ไม่ได้! เบื่อไม่ได้! รำคาญไม่ได้! 

ที่สำคัญคุณต้องไม่แสดงท่าทีว่ารังเกียจสังคมของเธอ เพราะเธออาจจะต่อต้านคุณ อาจต้องแลกเปลี่ยนกับเธอว่า คุณต้องการให้เธอรักษาความเป็นแม่ของลูกไว้ให้คุณ เธอไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ก็เท่ากับไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยไม่ต้องเครียดไปเรื่องหนึ่ง แล้วเหตุใดจึงต้องมาเหน็ดเหนื่อยมาเครียดจากการเอาเรื่องของคนนอกบ้านเข้ามาในบ้านด้วยเล่า 

และการออกไปทำงานนอกบ้านนั้นแค่เหนื่อยกายจากงาน แต่การไปคลุกคลีตีโมงกับคนกลุ่มหนึ่งทุกวันๆ ด้วยกิจอันไม่มีประโยชน์ บางทีก็อาจจะทำให้พลังของเธอถดถอยได้

จากนั้นสิ่งที่คุณพึงกระทำก็คือการทำให้พลังของแม่บ้านกลุ่มนี้กลับเป็นประโยชน์ขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีอานิสงส์กับคนทุกบ้านในละแวกบ้านของคุณด้วย

แต่ในกรณีนี้ คุณอาจพูดหรือขอร้องภรรยาได้ไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะคุณเป็นฝ่ายขอให้เธอออกจากงาน ทำให้ต้องห่างจากสังคมและความคุ้นเคยของเธอ

ถ้าขอร้องไม่ได้...ก็เปลี่ยนเป็นชักชวน โดยเริ่มต้น คุณอาจต้องเป็นโต้โผที่จะทำให้แม่บ้านกลุ่มนี้ออกมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และเกื้อกูลสังคมในละแวกบ้านเสียเลย ซึ่งตอนนี้หลายๆ หมู่บ้านก็ทำแบบนี้ คือทำชุมชนของตนเองให้เป็น“บวร” บ้าน (บ) วัด (ว) และโรงเรียน (ร) คือ 

มีทั้งบ้านคือความอบอุ่นความคุ้นเคยประดุจญาติมิตร 

มีทั้งวัดคือการทำให้สังคมนี้มีคุณธรรม 

มีทั้งโรงเรียนคือเป็นที่ที่ให้ความรู้...เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

โดยอาจจะเริ่มจากการชวนกันทำอะไรดีๆ เช่น การทำบุญใส่บาตรในหมู่บ้านหรือชวนกันไปในสถานที่ดีๆ เช่น ไปฟังธรรมที่วัดหรือจัดกิจกรรม โดยเชิญผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สมาชิกของชุมชนสนใจมาให้ความรู้ ความเข้าใจ หรือจัดให้มีการพบปะรับประทานอาหารด้วยกันระหว่างสมาชิกของหมู่บ้าน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องการพัฒนาหมู่บ้านของเรา การจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ หรือผู้สูงวัยในหมู่บ้าน

ทั้งนี้ต้องให้ภรรยาและก๊วนเพื่อนๆ ของเธอเป็นแม่งานในการรับผิดชอบ

ที่สำคัญทุกครั้งที่กิจกรรมนั้นแล้วเสร็จหรือประสบความสำเร็จ คุณต้องไม่ลืมที่จะให้กำลังใจเธอ อาจให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแสดงว่าคุณเห็น... และซาบซึ้งในคุณงามความดีหรือคุณประโยชน์ที่เธอทำเสมอ

รวมทั้งส่งคำขอบคุณและกำลังใจไปถึงเพื่อนๆ กลุ่มแม่บ้านของเธอด้วย 

อย่าลืมว่า...ทุกครั้งที่มี “ปัญหา” ให้ใช้ “ปัญญา” แก้
(0)
Share
Secret
Keep by Secret
2807
FOLLOWER

แก้ปัญหาด้วยปัญญา ข้อคิดดีๆ แฝงธรรมะจากแม่ชีศันสนีย์

"ภรรยาของผมทำงานบริษัท แต่เมื่อเธอคลอดลูกผมก็ขอให้เธอลาออกมาดูแลลูกอย่างเดียว โดยมีเด็กรับใช้เป็นผู้ช่วย 2 คน เพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับการดูแลบ้านจะได้มีเวลาดูแลลูกเต็มที่ ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี
แต่พอลูกอายุได้ 6 เดือนผมรู้สึกว่าเธอดูเครียดๆ ทุกวันที่ผมกลับจากทำงาน เวลานั่งทานข้าวด้วยกัน เธอจะมีเรื่องของเพื่อนบ้านมาเล่าให้ผมฟังเสมอๆ ถ้าผมไม่ฟังหรือแสดงท่าทีไม่ใส่ใจ หรือขอให้เธอเพลาๆ การออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านที่ทำให้เธอเครียด เธอจะโกรธและบอกว่าผมเป็นคนให้เธอออกจากงานมาเลี้ยงลูกเธอไม่มีสังคมเลย เธอเบื่อ พอเธอเริ่มมีเพื่อนคุยผมก็ห้ามเธออีก...
ผมอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า ผมเองก็เบื่อและรำคาญมากที่จะต้องนั่งฟังเรื่องไร้สาระของคนข้างบ้านไม่เว้นแต่ละวัน บางทีวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ผมก็อยากจะใช้เวลาสบายๆ อยู่กับเธอและลูก เพื่อนภรรยาก็จะอุ้มลูกมาปูเสื่อนั่งคุยกันที่สนาม เธอเองก็คงเกรงใจผมแต่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้...
ทุกวันนี้ ถ้าไม่ติดว่ามีลูกผม อยากจะกลับบ้านตีหนึ่งตีสองเพื่อให้เธอหลับไปก่อน เพราะไม่อยากรับรู้เรื่องของชาวบ้าน เหนื่อยกายจากการทำงานแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยใจกับเรื่องไร้สาระไม่รู้จะทำอย่างไรดีครับ"
1 KEEP
Secret
0 LOVES
COMMENT
SQUARE